Thai Mokhtasar — Mü'min 40:1 – Ahkaf 46:35
Contents
- Mü'min 40:1
- Mü'min 40:2
- Mü'min 40:3
- Mü'min 40:4
- Mü'min 40:5
- Mü'min 40:6
- Mü'min 40:7
- Mü'min 40:8
- Mü'min 40:9
- Mü'min 40:10
- Mü'min 40:11
- Mü'min 40:12
- Mü'min 40:13
- Mü'min 40:14
- Mü'min 40:15
- Mü'min 40:16
- Mü'min 40:17
- Mü'min 40:18
- Mü'min 40:19
- Mü'min 40:20
- Mü'min 40:21
- Mü'min 40:22
- Mü'min 40:23
- Mü'min 40:24
- Mü'min 40:25
- Mü'min 40:26
- Mü'min 40:27
- Mü'min 40:28
- Mü'min 40:29
- Mü'min 40:30
- Mü'min 40:31
- Mü'min 40:32
- Mü'min 40:33
- Mü'min 40:34
- Mü'min 40:35
- Mü'min 40:36
- Mü'min 40:37
- Mü'min 40:38
- Mü'min 40:39
- Mü'min 40:40
- Mü'min 40:41
- Mü'min 40:42
- Mü'min 40:43
- Mü'min 40:44
- Mü'min 40:45
- Mü'min 40:46
- Mü'min 40:47
- Mü'min 40:48
- Mü'min 40:49
- Mü'min 40:50
- Mü'min 40:51
- Mü'min 40:52
- Mü'min 40:53
- Mü'min 40:54
- Mü'min 40:55
- Mü'min 40:56
- Mü'min 40:57
- Mü'min 40:58
- Mü'min 40:59
- Mü'min 40:60
- Mü'min 40:61
- Mü'min 40:62
- Mü'min 40:63
- Mü'min 40:64
- Mü'min 40:65
- Mü'min 40:66
- Mü'min 40:67
- Mü'min 40:68
- Mü'min 40:69
- Mü'min 40:70
- Mü'min 40:71
- Mü'min 40:72
- Mü'min 40:73
- Mü'min 40:74
- Mü'min 40:75
- Mü'min 40:76
- Mü'min 40:77
- Mü'min 40:78
- Mü'min 40:79
- Mü'min 40:80
- Mü'min 40:81
- Mü'min 40:82
- Mü'min 40:83
- Mü'min 40:84
- Mü'min 40:85
- Fussılet 41:1
- Fussılet 41:2
- Fussılet 41:3
- Fussılet 41:4
- Fussılet 41:5
- Fussılet 41:6
- Fussılet 41:7
- Fussılet 41:8
- Fussılet 41:9
- Fussılet 41:10
- Fussılet 41:11
- Fussılet 41:12
- Fussılet 41:13
- Fussılet 41:14
- Fussılet 41:15
- Fussılet 41:16
- Fussılet 41:17
- Fussılet 41:18
- Fussılet 41:19
- Fussılet 41:20
- Fussılet 41:21
- Fussılet 41:22
- Fussılet 41:23
- Fussılet 41:24
- Fussılet 41:25
- Fussılet 41:26
- Fussılet 41:27
- Fussılet 41:28
- Fussılet 41:29
- Fussılet 41:30
- Fussılet 41:31
- Fussılet 41:32
- Fussılet 41:33
- Fussılet 41:34
- Fussılet 41:35
- Fussılet 41:36
- Fussılet 41:37
- Fussılet 41:38
- Fussılet 41:39
- Fussılet 41:40
- Fussılet 41:41
- Fussılet 41:42
- Fussılet 41:43
- Fussılet 41:44
- Fussılet 41:45
- Fussılet 41:46
- Fussılet 41:47
- Fussılet 41:48
- Fussılet 41:49
- Fussılet 41:50
- Fussılet 41:51
- Fussılet 41:52
- Fussılet 41:53
- Fussılet 41:54
- Şûrâ 42:1
- Şûrâ 42:2
- Şûrâ 42:3
- Şûrâ 42:4
- Şûrâ 42:5
- Şûrâ 42:6
- Şûrâ 42:7
- Şûrâ 42:8
- Şûrâ 42:9
- Şûrâ 42:10
- Şûrâ 42:11
- Şûrâ 42:12
- Şûrâ 42:13
- Şûrâ 42:14
- Şûrâ 42:15
- Şûrâ 42:16
- Şûrâ 42:17
- Şûrâ 42:18
- Şûrâ 42:19
- Şûrâ 42:20
- Şûrâ 42:21
- Şûrâ 42:22
- Şûrâ 42:23
- Şûrâ 42:24
- Şûrâ 42:25
- Şûrâ 42:26
- Şûrâ 42:27
- Şûrâ 42:28
- Şûrâ 42:29
- Şûrâ 42:30
- Şûrâ 42:31
- Şûrâ 42:32
- Şûrâ 42:33
- Şûrâ 42:34
- Şûrâ 42:35
- Şûrâ 42:36
- Şûrâ 42:37
- Şûrâ 42:38
- Şûrâ 42:39
- Şûrâ 42:40
- Şûrâ 42:41
- Şûrâ 42:42
- Şûrâ 42:43
- Şûrâ 42:44
- Şûrâ 42:45
- Şûrâ 42:46
- Şûrâ 42:47
- Şûrâ 42:48
- Şûrâ 42:49
- Şûrâ 42:50
- Şûrâ 42:51
- Şûrâ 42:52
- Şûrâ 42:53
- Zuhruf 43:1
- Zuhruf 43:2
- Zuhruf 43:3
- Zuhruf 43:4
- Zuhruf 43:5
- Zuhruf 43:6
- Zuhruf 43:7
- Zuhruf 43:8
- Zuhruf 43:9
- Zuhruf 43:10
- Zuhruf 43:11
- Zuhruf 43:12
- Zuhruf 43:13
- Zuhruf 43:14
- Zuhruf 43:15
- Zuhruf 43:16
- Zuhruf 43:17
- Zuhruf 43:18
- Zuhruf 43:19
- Zuhruf 43:20
- Zuhruf 43:21
- Zuhruf 43:22
- Zuhruf 43:23
- Zuhruf 43:24
- Zuhruf 43:25
- Zuhruf 43:26
- Zuhruf 43:27
- Zuhruf 43:28
- Zuhruf 43:29
- Zuhruf 43:30
- Zuhruf 43:31
- Zuhruf 43:32
- Zuhruf 43:33
- Zuhruf 43:34
- Zuhruf 43:35
- Zuhruf 43:36
- Zuhruf 43:37
- Zuhruf 43:38
- Zuhruf 43:39
- Zuhruf 43:40
- Zuhruf 43:41
- Zuhruf 43:42
- Zuhruf 43:43
- Zuhruf 43:44
- Zuhruf 43:45
- Zuhruf 43:46
- Zuhruf 43:47
- Zuhruf 43:48
- Zuhruf 43:49
- Zuhruf 43:50
- Zuhruf 43:51
- Zuhruf 43:52
- Zuhruf 43:53
- Zuhruf 43:54
- Zuhruf 43:55
- Zuhruf 43:56
- Zuhruf 43:57
- Zuhruf 43:58
- Zuhruf 43:59
- Zuhruf 43:60
- Zuhruf 43:61
- Zuhruf 43:62
- Zuhruf 43:63
- Zuhruf 43:64
- Zuhruf 43:65
- Zuhruf 43:66
- Zuhruf 43:67
- Zuhruf 43:68
- Zuhruf 43:69
- Zuhruf 43:70
- Zuhruf 43:71
- Zuhruf 43:72
- Zuhruf 43:73
- Zuhruf 43:74
- Zuhruf 43:75
- Zuhruf 43:76
- Zuhruf 43:77
- Zuhruf 43:78
- Zuhruf 43:79
- Zuhruf 43:80
- Zuhruf 43:81
- Zuhruf 43:82
- Zuhruf 43:83
- Zuhruf 43:84
- Zuhruf 43:85
- Zuhruf 43:86
- Zuhruf 43:87
- Zuhruf 43:88
- Zuhruf 43:89
- Duhan 44:1
- Duhan 44:2
- Duhan 44:3
- Duhan 44:4
- Duhan 44:5
- Duhan 44:6
- Duhan 44:7
- Duhan 44:8
- Duhan 44:9
- Duhan 44:10
- Duhan 44:11
- Duhan 44:12
- Duhan 44:13
- Duhan 44:14
- Duhan 44:15
- Duhan 44:16
- Duhan 44:17
- Duhan 44:18
- Duhan 44:19
- Duhan 44:20
- Duhan 44:21
- Duhan 44:22
- Duhan 44:23
- Duhan 44:24
- Duhan 44:25
- Duhan 44:26
- Duhan 44:27
- Duhan 44:28
- Duhan 44:29
- Duhan 44:30
- Duhan 44:31
- Duhan 44:32
- Duhan 44:33
- Duhan 44:34
- Duhan 44:35
- Duhan 44:36
- Duhan 44:37
- Duhan 44:38
- Duhan 44:39
- Duhan 44:40
- Duhan 44:41
- Duhan 44:42
- Duhan 44:43
- Duhan 44:44
- Duhan 44:45
- Duhan 44:46
- Duhan 44:47
- Duhan 44:48
- Duhan 44:49
- Duhan 44:50
- Duhan 44:51
- Duhan 44:52
- Duhan 44:53
- Duhan 44:54
- Duhan 44:55
- Duhan 44:56
- Duhan 44:57
- Duhan 44:58
- Duhan 44:59
- Câsiye 45:1
- Câsiye 45:2
- Câsiye 45:3
- Câsiye 45:4
- Câsiye 45:5
- Câsiye 45:6
- Câsiye 45:7
- Câsiye 45:8
- Câsiye 45:9
- Câsiye 45:10
- Câsiye 45:11
- Câsiye 45:12
- Câsiye 45:13
- Câsiye 45:14
- Câsiye 45:15
- Câsiye 45:16
- Câsiye 45:17
- Câsiye 45:18
- Câsiye 45:19
- Câsiye 45:20
- Câsiye 45:21
- Câsiye 45:22
- Câsiye 45:23
- Câsiye 45:24
- Câsiye 45:25
- Câsiye 45:26
- Câsiye 45:27
- Câsiye 45:28
- Câsiye 45:29
- Câsiye 45:30
- Câsiye 45:31
- Câsiye 45:32
- Câsiye 45:33
- Câsiye 45:34
- Câsiye 45:35
- Câsiye 45:36
- Câsiye 45:37
- Ahkaf 46:1
- Ahkaf 46:2
- Ahkaf 46:3
- Ahkaf 46:4
- Ahkaf 46:5
- Ahkaf 46:6
- Ahkaf 46:7
- Ahkaf 46:8
- Ahkaf 46:9
- Ahkaf 46:10
- Ahkaf 46:11
- Ahkaf 46:12
- Ahkaf 46:13
- Ahkaf 46:14
- Ahkaf 46:15
- Ahkaf 46:16
- Ahkaf 46:17
- Ahkaf 46:18
- Ahkaf 46:19
- Ahkaf 46:20
- Ahkaf 46:21
- Ahkaf 46:22
- Ahkaf 46:23
- Ahkaf 46:24
- Ahkaf 46:25
- Ahkaf 46:26
- Ahkaf 46:27
- Ahkaf 46:28
- Ahkaf 46:29
- Ahkaf 46:30
- Ahkaf 46:31
- Ahkaf 46:32
- Ahkaf 46:33
- Ahkaf 46:34
- Ahkaf 46:35
Mü'min 40:1
เรื่องลักษณะเหล่านี้ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์
Mü'min 40:2
อัลกุรอานถูกประทานลงมาให้แก่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จากอัลลอฮ์ผู้ทรงเดชานุภาพ ซึ่งไม่มีผู้ใดจะมีอำนาจเหนือพระองค์ได้ ผู้ทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ปวงบ่าว
Mü'min 40:3
ผู้ทรงอภัยโทษบาปต่าง ๆ ของผู้กระทำผิด ผู้ทรงตอบรับการเตาบะฮ์(การกลับตัวสำนึกผิด)ของบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงเข้มงวดในการลงโทษผู้ที่ไม่เตาบะฮ์(กลับตัวสำนึกผิด)จากบาปต่าง ๆ ของเขา ผู้ทรงเต็มเปี่ยมไปด้วยความโปรดปราน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้นอกจากพระองค์ ยังพระองค์เท่านั้นที่ปวงบ่าวจะต้องกลับไปในวันกียามะฮ์ แล้วพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาสมควรจะได้รับ
Mü'min 40:4
ไม่มีผู้ใดที่จะโต้เถียงในโองการทั้งหลายของอัลลอฮ์ที่บ่งบอกถึงการให้เอกภาพต่อพระองค์และความสัจจะของบรรดาเราะซูลของพระองค์ เว้นแต่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์เนื่องด้วยความเสื่อมเสียทางสติปัญญาของพวกเขา ดังนั้นเจ้าอย่าได้เศร้าโศกกับพวกเขา และอย่าได้ให้สถานะความเป็นของพวกเขาที่เต็มไปด้วยปัจจัยยังชีพและความผาสุขมาล่อลวงเจ้า เพราะการประวิงพวกเขานั้นเป็นการล่อใจและล่อลวงพวกเขา
Mü'min 40:5
ก่อนหน้าพวกเขานั้นได้มีกลุ่มชนของนูห์และพลพรรคต่าง ๆ หลังจากกลุ่มชนของนูห์ที่ได้ปฏิเสธมาก่อนแล้ว เช่น อ๊าด ษะมูด กลุ่มชนของลูฏ ชาวมัดยัน และฟิรเอาน์ และทุก ๆ ประชาชาติได้ตั้งใจที่จะจับฆ่าเราะซูลของพวกเขา พวกเขาได้โต้เถียงด้วยความเท็จที่พวกเขามีอยู่เพื่อที่จะลบล้างความจริงให้สูญสิ้นไป ดังนั้น ข้าจึงได้ลงโทษกลุ่มชนดังกล่าวทั้งหมด จงคิดเถิดว่า การลงโทษของข้าที่มีต่อพวกเขานั้นได้เป็นเช่นไร แน่นอนมันเป็นการลงโทษที่รุนแรงสาหัส
Mü'min 40:6
และตามที่อัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดทำลายล้างประชาชาติต่าง ๆ ที่โกหกดังกล่าวแล้ว ประกาศิตแห่งพระเจ้าของเจ้า โอ้เราะซูลเอ๋ย ก็ได้เป็นจริงกับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาว่าพวกเขาเป็นชาวนรก
Mü'min 40:7
โอ้เราะซูลเอ๋ย บรรดามะลาอีกะฮ์ที่แบกบัลลังก์ของพระเจ้าของเจ้า และบรรดามะลาอีกะฮ์ที่อยู่รอบ ๆ บัลลังก์นั้น ต่างก็แซ่ซ้องสดุดีให้ความบริสุทธิ์ต่อพระเจ้าของพวกเขาจากสิ่งที่ไม่คู่ควรกับพระองค์ ศรัทธาต่อพระองค์ และขออภัยโทษให้แก่บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ โดยกล่าวในคำวิงวอนของพวกเขาว่า ข้าแต่พระเจ้าของเรา ความรู้และความเมตตาของพระองค์ได้ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษแก่บรรดาผู้ที่เตาบะฮ์(กลับตัวสำนึกผิด)ต่อบาปต่าง ๆ ของพวกเขาและดำเนินตามแนวทางของพระองค์ท่าน และทรงโปรดคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากไพนรก
Mü'min 40:8
มะลาอีกะฮ์กล่าวว่า ข้าแด่พระองค์ของเรา และขอพระองค์ทรงโปรดให้บรรดาผู้ศรัทธาเข้าสวนสวรรค์หลากหลายอันสถาพรที่พระองค์ได้ทรงสัญญาแก่พวกเขา พร้อมทั้งให้บรรดาผู้กระทำความดีจากบรรพบุรุษของพวกเขา คู่ครองของพวกเขา และลูกหลานของพวกเขาเข้าสวนสวรรค์ร่วมกับพวกเขาด้วย แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงมีอำนาจที่ไม่มีใครเหนือพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการกำหนดและการจัดการของพระองค์
Mü'min 40:9
และทรงโปรดคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากความชั่วร้ายของการงานของพวกเขาโดยไม่ลงโทษพวกเขาเนื่องด้วยการงานที่ชั่วร้ายนั้น และผู้ใดที่พระองค์ทรงคุ้มครองให้พ้นจากความชั่วร้ายทั้งหลายของเขาในวันกิยามะฮ์ แน่นอนพระองค์ท่านได้ทรงเมตตาแก่เขาแล้ว การป้องกันจากการลงโทษและการมีเมตตาให้ได้เข้าสวนสวรรค์ดังกล่าวนั้น คือชัยชนะที่ใหญ่หลวงที่ไม่มีชัยชนะใดสามารถเทียบได้
Mü'min 40:10
แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดาเราะซูลของพระองค์จะถูกเรียกในวันกียามะฮ์ในขณะที่พวกเขาเข้านรกและรังเกียจพร้อมกับสาปแช่งตัวเองว่า แน่นอนการโกรธกริ้วของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเจ้านั้นมันรุนแรงยิ่งกว่าการโกรธของพวกเจ้าที่มีต่อตัวของพวกเจ้าเองเสียอีกในตอนที่พวกเจ้าถูกเชิญชวนให้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ในโลกดุนยา แล้วพวกเจ้าก็ปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์ และนำรูปปั้นต่าง ๆ มาเคารพบูชาพร้อมกับพระองค์
Mü'min 40:11
บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวโดยสารภาพบาปของพวกเขาในตอนที่การสารภาพบาปและการเตาบะฮ์(การกลับตัวสำนึกผิด)ของพวกเขาไร้ประโยชน์ว่า ข้าแต่พระเจ้าของเรา พระองค์ได้ทรงให้เราตายสองครั้ง โดยที่เราไม่เคยมีมาก่อน แล้วพระองค์ได้ทรงบังเกิดพวกเราขึ้นมา จากนั้นพระองค์ได้ทรงให้พวกเราเสียชีวิต และพระองค์ได้ทรงให้พวกเรามีชีวิตสองครั้ง ด้วยการบังเกิดพวกเราจากที่ไม่เคยมีและให้พวกเรามีชีวิตอีกครั้งในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ แล้วพวกเราก็ได้สารภาพบาปต่าง ๆ ที่พวกเราได้กระทำมาทั้งหมดแล้ว ดังนั้นพอจะมีแนวทางให้พวกเราได้ออกจากไฟนรกไหม แล้วพวกเราจะได้กลับไปใช้ชีวิตใหม่เพื่อแก้ไขการงานต่าง ๆ ของพวกเราให้ดีขึ้น แล้วพระองค์ก็จะได้พอพระทัยต่อพวกเรา?
Mü'min 40:12
การลงโทษที่พวกเจ้าถูกทรมานนั้น เนื่องจากเมื่อมีการเชิญชวนให้เคารพอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์พระองค์เดียวพวกเจ้าก็ปฏิเสธศรัทธาและตั้งภาคีต่อพระองค์ และเมื่อมีการเคารพสิ่งอื่นพร้อมกับอัลลอฮ์พวกเจ้าก็ศรัทธา ดังนั้น การตัดสินชี้ขาดเป็นสิทธิของอัลลอฮ์พระองค์เดียว ผู้ทรงสูงส่งด้วยตัวของพระองค์เองและด้วยอำนาจความสามารถของพระองค์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่หนือทุกสิ่ง
Mü'min 40:13
พระองค์นั้นเป็นผู้แสดงให้พวกเจ้าเห็นถึงสัญญาณทั้งหลายของพระองค์ที่มีอยู่ในจักรวาลและในชีวิตต่างๆ เพื่อบ่งบอกแก่พวกเจ้าถึงพลังอำนาจและความเป็นเอกภาพของพระองค์เพียงผู้เดียว และพระองค์ได้ทรงประทานน้ำฝนให้ตกลงมาจากฟากฟ้าแก่พวกเจ้าเพื่อเป็นต้นเหตุให้พวกเจ้าได้รับปัจจัยยังชีพจากพืชผล การเพาะปลูก และอื่นๆ และจะไม่มีใครใคร่ครวญต่อสัญญาณทั้งหลายของอัลลอฮ์ นอกจากผู้ที่กลับใจสู่พระองค์ด้วยการเตาบะฮ์(สำนึกผิด)ที่บริสุทธิ์
Mü'min 40:14
ดังนั้น โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าจงวิงวอนต่ออัลลอฮ์ด้วยความบริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ในการเคารพภักดีและในการวิงวอนขอโดยไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ แม้ว่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะเกลียดชังหรือโกรธก็ตาม
Mü'min 40:15
พระองค์คือผู้มีสิทธิได้รับความบริสุทธิ์ใจในการวิงวอนขอและในการเคารพภักดี ผู้ทรงตำแหน่งอันสูงส่งที่แตกต่างกับสิ่งถูกสร้างทั้งหมด พระองค์คือพระเจ้าแห่งบังลังก์ที่ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงประทานวะห์ยูแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ เพื่อเป็นทางนำแก่เขาและคนอื่น ๆ และเพื่อให้มนุษย์เกรงกลัววันกิยามะฮ์ ซึ่งเป็นวันที่มีการพบปะกันระหว่างมนุษย์รุ่นแรกและมนุษย์รุ่นหลัง
Mü'min 40:16
ในวันที่พวกเขาปรากฏตัว พวกเขาได้รวมตัวกันอยู่ในพื้นดินเดียวกัน ไม่มีสิ่งใดของพวกเขาที่จะซ่อนเร้นไปจากอัลลอฮ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวตนของพวกเขาเองหรือการกระทำของพวกเขาหรือผลตอบแทนของพวกเขา พระองค์จะถามว่า อำนาจในวันนี้เป็นของผู้ใดเล่า? ณ เวลานี้ไม่มีคำตอบใดนอกจากคำตอบเดียวว่า แน่นอนอำนาจครอบครองเป็นของอัลลอฮ์พระองค์เดียว ทั้งในตัวตนของพระองค์ คุณลักษณะของพระองค์ และการกระทำของพระองค์ ผู้ทรงพิชิตที่พิชิตทุกสิ่งทุกอย่างและทุกสิ่งทุกอย่างยอมจำนนต่อพระองค์
Mü'min 40:17
ในวันนี้ (วันกียามะฮ์) ทุกชีวิตจะได้รับการตอบแทนตามการงานที่ได้กระทำไว้ ถ้าทำดีก็จะได้รับผลดี และถ้าทำชั่วก็จะได้รับผลชั่ว ไม่มีการอธรรมใด ๆ ในวันนี้ เพราะผู้ตัดสินนั้นคืออัลลอฮ์ผู้ทรงเที่ยงธรรม แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงฉับพลันในการสอบสวนแก่ปวงบ่าวของพระองค์ เนื่องด้วยความรู้ที่ครอบคลุมรอบด้านของพระองค์ที่มีต่อพวกเขา
Mü'min 40:18
และเจ้า โอ้เราะซูลเอ๋ย จงตักเตือนพวกเขาให้กลัววันกียามะฮ์ ซึ่งวันกียามะฮ์ที่เข้าใกล้เข้ามานี้มันจะมาอย่างแน่นอนและทุก ๆ สิ่งที่กำลังมามันใกล้ทุกขณะ ในวันกิยามะฮ์ดังกล่าวหัวใจจะขึ้นไปอยู่ที่คอหอยของแต่ละคนเนื่องด้วยความหวาดกลัวยิ่งของมัน พวกเขาจะเงียบกริบไม่มีใครพูดเลยในหมู่พวกเขานอกจากผู้ที่ได้รับอนุญาตจากพระเจ้าผู้ทรงกรุณาปรานี และสำหรับบรรดาผู้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเองด้วยการตั้งภาคีและการกระทำบาปจะไม่มีมิตร ไม่มีญาติ และไม่มีผู้ช่วยเหลือคนใดที่จะถูกเชื่อฟังหากเขาได้รับโอกาศในการให้ความช่วยเหลือ
Mü'min 40:19
อัลลอฮ์ทรงรู้ดีถึงสิ่งที่สายตาฉุดมองอย่างลับ ๆ และทรงรู้ดีถึงสิ่งที่ทรวงอกปิดบังไว้ ไม่มีสิ่งใดจากสิ่งดังกล่าวที่จะปกปิดพระองค์ได้เลย
Mü'min 40:20
และอัลลอฮ์ทรงตัดสินด้วยความยุติธรรม พระองค์ไม่อธรรมแก่ผู้ใดด้วยการลดความดีต่าง ๆ ของเขาและไม่เพิ่มความชั่วต่าง ๆ แก่เขา และบรรดารูปเจว็ดที่บรรดาผู้ตั้งภาคีกราบไหว้พวกเขานอกจากอัลลอฮ์นั้น พวกเขาไม่อาจตัดสินใด ๆ ได้เลย เพราะพวกเขาไม่มีกรรมสิทธิ์ใด ๆ แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงได้ยินในคำพูดของปวงบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงมองเห็นเจตนาและการงานต่าง ๆ ของพวกเขา และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามการงานนั้น
Mü'min 40:21
บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลายมิได้ท่องเที่ยวไปตามแผ่นดินดอกหรือ แล้วพิจารณาดูว่าบั้นปลายของประชาชาติที่ปฏิเสธในยุคก่อนหน้าพวกเขาเป็นเช่นใด พวกเขาเหล่านั้นจบด้วยสภาพที่ไม่ดี ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นมีพลังที่เข้มแข็งกว่าบรรดาผู้ตั้งภาคี และได้สร้างร่องรอยสถาปัตยกรรมไว้บนหน้าแผ่นดินโดยที่บรรดาผู้ตั้งภาคีไม่เคยสร้างมาก่อน แล้วอัลลอฮ์ก็ได้ทรงลงโทษพวกเขาด้วยบาปต่าง ๆ ของพวกเขา โดยที่ไม่มีผู้ใดที่จะห้ามหรือช่วยปกป้องพวกเขาให้พ้นจากบทลงโทษของอัลลอฮ์ได้
Mü'min 40:22
บทลงโทษที่ประสบกับพวกเขานั้น มันเกิดขึ้นเนื่องจากบรรดาเราะซูลของพวกเขาได้มายังพวกเขาด้วยหลักฐานอันชัดแจ้งและเหตุผลอันงดงาม แต่พวกเขาได้กลับปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และไม่เชื่อฟังบรรดาเราะซูลของพระองค์ และทั้ง ๆ ที่พวกเขามีพลังแข็งแรง แน่นอนอัลลอฮ์ก็ยังได้ลงโทษพวกเขาให้ตายพินาศ แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงพลัง ผู้ทรงรุนแรงในการลงโทษสำหรับผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์และไม่เชื่อฟังบรรดาเราะซูลของพระองค์
Mü'min 40:23
และเราได้ส่งมูซาด้วยสัญญาณต่าง ๆ ของเราอันชัดแจ้งและด้วยหลักฐานอันเด็ดขาด
Mü'min 40:24
ส่งไปยังฟิรเอานฺ รัฐมนตรีของเขาฮามาน และกอรูน พวกเขากล่าวว่า มูซานั้นเป็นนักมายากลที่โกหกในสิ่งที่เขาอ้างว่าตัวเองนั้นเป็นท่านเราะซูล
Mü'min 40:25
ครั้นเมื่อมูซาได้มายังพวกเขาด้วยหลักฐานที่บ่งบอกถึงสัจธรรมของเขา ฟิรเอาน์ก็กล่าวว่า จงฆ่าบรรดาลูกชายของผู้ศรัทธาร่วมกับเขา และไว้ชีวิตผู้หญิงของพวกเขาเพื่อเป็นการเหยียดหยาม และแผนการของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่จะลดจำนวนผู้ศรัทธามิใช่อื่นใดนอกจากเป็นแผนการที่สูญเปล่าหายไปเท่านั้นโดยไม่มีผลใด ๆ เลย
Mü'min 40:26
และฟิรเอาน์กล่าวว่า จงปล่อยฉัน ฉันจะฆ่ามูซาเพื่อเป็นการลงโทษเขา และให้เขาวิงวอนต่อพระเจ้าของเขาให้เขาปลอดภัยจากฉัน ซึ่งฉันจะไม่สนใจที่เขาจะวิงวอนต่อพระเจ้าของเขา แท้จริงฉันเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนศาสนาของพวกเจ้าที่พวกเจ้าศรัทธาอยู่ หรือจะก่อความเสียหายบนหน้าแผ่นดินด้วยการฆ่าและการก่อวินาศกรรม
Mü'min 40:27
และมูซากล่าวหลังจากที่รู้ถึงคำข่มขู่ของฟิรเอาน์ต่อเขาว่า แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าของฉันและพระเจ้าของพวกเจ้าเช่นกันให้พ้นจากผู้หยิ่งผยองทุกคนที่ไม่ศรัทธาต่อสัจธรรม รวมถึงไม่ศรัทธาต่อวันกิยามะฮ์และสิ่งที่มีอยู่ในวันนั้น เช่น การสอบสวนและการลงโทษ
Mü'min 40:28
และชายคนหนึ่งที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์จากพวกพ้องของฟิรเอาน์ที่ปกปิดการศรัทธาของเขาไม่ให้กลุ่มชนของเขารับรู้ ได้กล่าวปฏิเสธข้ออ้างของกลุ่งชนของเขาที่จะฆ่ามูซาว่า พวกเจ้าจะฆ่าชายคนหนึ่งที่ไม่ได้กระทำผิดอะไร เพียงแต่เขาได้กล่าวว่า พระเจ้าของฉันคืออัลลอฮ์กระนั้นหรือ? ทั้ง ๆ ที่เขาได้นำมาซึ่งหลักฐานและข้อพิสูจน์ที่บ่งบอกถึงความจริงว่าเขานั้นถูกส่งมาจากพระเจ้าของเขา ซึ่งถ้าสมมติว่าเขาเป็นคนโกหก โทษของการโกหกก็จะกลับไปที่เขา แต่ถ้าหากว่าเขาเป็นคนสัตย์จริง ส่วนหนึ่งจากการลงโทษที่เขาได้สัญญาไว้กับพวกเจ้าก็จะประสบกับพวกเจ้าโดยเร็ว แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงชี้แนะสัจธรรมแก่ผู้ที่ละเมิดขอบเขต และใส่ร้ายพระองค์และบรรดาเราะซูลของพระองค์
Mü'min 40:29
โอ้ หมู่ชนของฉันเอ๋ย วันนี้อำนาจการปกครองในแผ่นดินอียิปต์เป็นของพวกเจ้า แล้วใครเล่าจะช่วยเหลือเราให้รอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮ์ได้ หากมันได้เกิดขึ้นกับเราด้วยเหตุการฆ่ามูซา ฟิรเอาน์ก็ได้กล่าวว่า ความคิดเห็นต้องเป็นของฉันและการตัดสินก็ต้องเป็นของฉัน ฉันได้ตัดสินแล้วว่า ฉันจะต้องฆ่ามูซา เพื่อปกป้องความชั่วร้ายและความเสียหาย และฉันไม่ได้ชี้แนะพวกเจ้าเว้นแต่ในเรื่องที่ดีและถูกต้องเท่านั้น
Mü'min 40:30
และชายผู้ที่ศรัทธากล่าวตักเตือนกลุ่มชนของเขาว่า แท้จริงฉันกลัวแทนพวกเจ้า หากพวกเจ้าฆ่ามูซาไปอย่างอธรรมและเป็นศัตรู พวกเจ้าจะถูกลงโทษเหมือนบทลงโทษของกลุ่มชนต่าง ๆ ที่ตั้งพรรคทำร้ายบรรดาเราะซูลของพวกเขาในสมัยก่อน แล้วอัลลอฮ์ก็ได้ลงโทษทำลายพวกเขาทั้งหมด
Mü'min 40:31
เหมือนสันดานความเป็นอยู่ของผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาและไม่เชื่อฟังบรรดาเราะสูล เช่น กลุ่มชนของนูห์ กลุ่มชนอ๊าด กลุ่มชนษะมูด และบรรดาผู้ที่มาหลังจากพวกเขา ซึ่งแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงทำลายพวกเขาเนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาและการไม่เชื่อฟังของพวกเขาที่มีต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์ และอัลลอฮ์นั้นไม่ทรงประสงค์จะอธรรมใด ๆ แก่ปวงบ่าว แต่พระองค์จะทรงลงโทษพวกเขาเนื่องด้วยบาปของพวกเขา เพื่อเป็นการลงโทษที่สาสม
Mü'min 40:32
และโอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย แท้จริงฉันกลัวแทนพวกเจ้าในวันกียามะฮ์ ซึ่งในวันนั้นวันที่คนเรียกหากันเพราะความเป็นญาติสนิทหรือยศของพวกเขา ซึ่งพวกเขาคิดว่าพฤติกรรมนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาในสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้.
Mü'min 40:33
ในวันที่พวกเจ้านั้นหันหลังหนีเพราะกลัวไฟนรก ไม่มีผู้ใดที่จะปกป้องพวกเจ้าให้พ้นจากการลงโทษของอัลลอฮ์ได้ และผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงให้เขาหลงทางและไม่ตอบรับเขาสู่การศรัทธา ดังนั้นจะไม่มีสำหรับเขาผู้ชี้ทางให้ เพราะการชี้ทางนำนั้นอยู่ในมือของอัลลอฮ์เท่านั้น
Mü'min 40:34
และโดยแน่นอน แต่ก่อนนี้ยูซุฟ ได้มาก่อนท่านมูซาพร้อมด้วยหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการศรัทธาในความเป็นเอกะของอัลลอฮ์ แต่พวกท่านก็ยังคงอยู่ในการสงสัยแและปฏิเสธในสิ่งที่เขาได้นำมายังพวกท่าน จนกระทั่งเมื่อเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว พวกเจ้าก็ยิ่งสงสัยขึ้นไปเรื่อยๆ และพวกท่านก็กล่าวว่าอัลลอฮ์จะไม่ทรงตั้งเราะสูลคนใดอีกแล้วหลังจากเขา เช่นเดียวกับที่พวกท่านหลงทางจากความจริง อัลลอฮ์จะทรงทำให้ทุกคนที่ละเมิดต่อขอบเขตของอัลลอฮ์ได้หลงผิด ที่สงสัยในเอกภาพของพระองค์
Mü'min 40:35
บรรดาผู้ที่โต้เถียงกันในสัญญาณต่าง ๆ ของอัลลอฮ์เพื่อที่จะยกเลิกมัน โดยไม่มีข้อโต้แย้งและหลักฐานที่มายังพวกเขา เป็นที่น่าเกลียดชัง ณ ที่อัลลอฮ์และ ณ ที่ผู้ศรัทธาต่อพระองค์และท่านเราะสูล ดังเช่นที่อัลลอฮ์ทรงประทับตราบนหัวใจของผู้ที่โต้เถียงในสัญญาณของอัลลอฮ์เพื่อยกเลิกมัน เช่นนั้นแหละอัลลอฮ์ทรงประทับตราบนหัวใจของผู้จองหองหยิ่งยโสในความถูกต้อง และไม่ชี้ทางนำไปในทางที่ถูกต้องและไม่ชี้แนะไปในสิ่งที่ดี
Mü'min 40:36
และฟิรเอาน์ได้กล่าวแก่รัฐมนตรีฮามานว่า โอ้ ฮามาน จงสร้างหอสูงให้ข้าเพื่อข้านั้นจะได้บรรลุถึงทางที่จะขึ้นไป
Mü'min 40:37
เพื่อหวังว่าฉันจะบรรลุถึงทางที่นำไปสู่ท้องฟ้า แล้วฉันจะได้เห็นพระเจ้าของมูซาที่เขาอ้างว่าพรเจ้าของเขานั้นคือพระเจ้าที่แท้จริง ฉันเชื่อว่าเขากำลังโกหกเกี่ยวกับสิ่งที่เขาพูด” ดังนั้นฟิรเอาน์จึงเห็นการกระทำที่ชั่วช้าของเขานั้นเป็นสิ่งที่ดีเมื่อเขาได้ถามฮามานในสิ่งที่เขาต้องการ, และฟิรเอาน์ก็ถูกปิดกั้นจากทางแห่งความจริงไปสู่ทางแห่งความหลงผิด และแผนการของฟิรเอาน์ที่วางแผนไว้ -เพื่อให้ความเท็จของเขาอยู่เหนือความจริงที่มูซานำมา- ไม่มีผลอะไร นอกจากการสูญเสีย เพราะความพยายามของเขาจะไร้ผลและล้มเหลวอย่างน่าสังเวช จากนั้นจะมีความทุกข์ยากไม่รู้จบ
Mü'min 40:38
และชายคนหนึ่งที่ศรัทธาที่มาจากครอบครัวของฟิรเอาน์ ได้กล่าวเพื่อเป็นการให้คำปรึกษาและชี้แนะแก่หมู่ชนของเขาสู่ความจริง โดยกล่าวว่า "โอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย จงปฏิบัติตามฉัน ฉันจะชี้แนะทางพวกเจ้าไปสู่ทางที่ถูกต้องและชี้นำสู่ทางที่สัจธรรม"
Mü'min 40:39
โอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย แท้จริงชีวิตบนโลกดุนยานี้เป็นเพียงแค่ความเพลิดเพลินเท่านั้น มันได้ล่อลวงพวกเจ้าในสมบัติที่ล้ำค่าไม่ถาวร และแท้จริงในวันปรโลกนั้นมันเป็นสิ่งที่มั่นคงไม่ขาดหาย มันเป็นสถานที่ที่ถาวรตลอดกาล ดังนั้นพวกเจ้าจงปฏิบัติด้วยการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์และจงระวังในการงานที่จะทำให้ชีวิตพวกเจ้านั้นยุ่งอยู่กับดุนยาจนกระทั่งไม่ทันทำการงานของวันอาคีเราะฮ์
Mü'min 40:40
ผู้ใดกระทำความชั่ว ผู้นั้นก็จะไม่ถูกลงโทษ นอกจากเท่าสิ่งที่เขาทำลงไปเท่านั้น ในทางกลับกัน ใครก็ตามที่ทำความดีเพื่อแสวงหาพระพักตร์ของอัลลอฮ์ ไม่ว่าชายหรือหญิงก็ตาม โดยเขานั้นได้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์ บรรดาผู้ที่มีคุณสมบัติที่น่ายกย่องเหล่านี้คือผู้ที่จะเข้าสวรรค์ในวันกิยามะฮ์ อัลลอฮ์ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเขาจากสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานให้ในรูปของผลและความสุขนิรันดร์ที่ไม่ขาดสายและไม่คิดคำนวณ”
Mü'min 40:41
และโอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย ทำไมฉันจึงเชิญชวนพวกท่านไปสู่การรอดพ้นจากความสูญเสียในการใช้ชีวิตบนโลกดุนยาและอาคีเราะฮ์ด้วยการศรัทธาต่ออัลลอฮ์และกระทำการงานที่ดี แต่พวกท่านเชิญชวนฉันไปสู่ไฟนรกในสิ่งที่พวกคุณเชิญชวนฉันจากการปฏิเสธต่ออัลลอฮฺและการไม่เชื่อฟังพระองค์?!
Mü'min 40:42
พวกท่านเชิญชวนฉันให้ฉันปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และให้ฉันปฏิบัติตามพวกเจ้าตั้งภาคีต่อพระองค์ โดยที่ฉันไม่รู้มาก่อนเลยในเรื่องนั้น และฉันได้เชิญชวนพวกท่านไปสู่การศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ผู้ทรงอำนาจที่ไม่มีใครจะมาเอาชนะได้ ผู้ทรงอภัยอย่างมากหลายแก่ปวงบ่างของเขา
Mü'min 40:43
แท้จริงสิ่งที่พวกท่านเรียกร้องข้าพเจ้าให้สักการะและเชื่อฟังนั้น มันไม่มีสิทธิใดๆ ที่จะได้รับการสักการะอย่างถูกต้องทั้งในโลกนี้และปรโลก และมันไม่ตอบรับการเรียกร้องของผู้ที่สักการะมัน และสำหรับบรดาผู้ฝ่าฝืนปฏิเสธศรัทธาและผู้ที่กระทำบาปนั้น พวกเขาเหล่านั้นคือชาวนรกที่จำเป็นจะต้องเข้าอย่างแน่นอนในวันกียามะฮ์”
Mü'min 40:44
พวกเขาปฏิเสธคำแนะนำของเขา ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า แล้วพวกท่านจะรำลึกถึงคำตักเตือนที่ฉันได้แนะนำไว้ก่อนหน้านี้และพวกเจ้าไม่เต็มใจที่จะยอมรับมัน และฉันขอมอบภารกิจของฉันทั้งหมดแด่อัลลอฮ์เพียงองค์เดียว แท้จริงอัลลอฮ์ ไม่มีสิ่งใดจะถูกปกปิดจากพระองค์ได้ จากการงานของปวงบ่าวของพระองค์
Mü'min 40:45
แล้วอัลลอฮ์ได้ทรงปกป้องเขาจากความชั่วร้ายของพวกเขาเมื่อพวกเขาต้องการที่จะฆ่าเขา และพระองค์ทรงลงโทษวงศ์วานของฟิรเอาน์ด้วยการจมน้ำตาย อัลลอฮทรงทำให้เขาจมน้ำ ทั้งตัวของฟิรเอาน์และทหารของเขาทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกดุนยานี้
Mü'min 40:46
และหลังจากพวกเขาได้ตายไป ไฟนรกจะถูกนำแสดงให้แก่พวกเขาในหลุมฝังศพของพวกเขาทั้งในยามเช้าและยามเย็น และในวันกียามะฮ์ และมีเสียงกล่าวว่า จงให้บริวารของฟิรเอาน์เข้าไปรับการลงโทษอันสาหัสยิ่ง เนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธา การไม่เชื่อฟังและขัดขวางเส้นทางสู่อัลลอฮ์
Mü'min 40:47
และจงรำลึกเถิดโอ้ท่านเราะสูล ในขณะที่พวกเขาโต้เถียงกันระหว่างผู้ตามและผู้ถูกตามจากชาวนรก โดยผู้ที่ตามที่อ่อนแอพูดกับผู้ที่ถูกตามที่หยิ่งยโสว่า แท้จริงพวกเราเป็นผู้ตามที่หลงผิดในโลกดุนยานี้ พวกท่านจะช่วยพวกเราให้พ้นจากส่วนหนึ่งของบทลงโทษของอัลลอฮ์ด้วยการแบกรับการลงโทษแทนเราได้ไหม?
Mü'min 40:48
บรรดาหัวหน้าผู้ที่หยิ่งยโสกล่าวว่า แท้จริงพวกเรานั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ตามหรือผู้นำทั้งหมดนั้นอยู่ในนรกไม่มีใครสามารถแบกรับการลงโทษของใครได้ต่อบทลงโทษของอัลลอฮ์ในวันปรโลก แท้จริงอัลลอฮ์ทรงตัดสินระหว่างปวงบ่าว แล้วได้ลงโทษตามความเหมาะสมที่เขาสมควรจะได้รับทั้งหมด
Mü'min 40:49
และบรรดาผู้ที่ถูกลงโทษในนรกทั้งหมดทั้งผู้ตามและผู้นำต่างก็กล่าวแก่มลาอีกะฮ์ที่เฝ้าประตูนรกหลังจากที่พวกเขารู้สึกหมดหวังที่จะออกจากไฟนรกและกลับไปใช้ชีวิตบนโลกดุนยาเพื่อกลับใจนั้นว่า "ได้โปรดช่วยวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้ทรงลดหย่อนการลงโทษสักวันหนึ่งจากบทลงโทษที่ถาวรนี้ด้วยเทิด"
Mü'min 40:50
ผู้คุมนรกได้กล่าวแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเพื่อเป็นการตอบโต้พวกเขาว่า "บรรดาเราะสูลมิได้มาหาพวกท่านพร้อมด้วยข้อพิสูจน์และหลักฐานอันชัดแจ้งหรอกหรือ?!" พวกเขาตอบว่า "ใช่ พวกเขาได้นำข้อพิสูจน์และหลักฐานที่ชัดแจ้งมาแล้ว" ผู้คุมนรกได้กล่าวแก่พวกเขาเพื่อเป็นการเสียดสีว่า 'พวกท่านจงวิงวอนขอด้วยตัวของพวกท่านเองเถิด พวกเราไม่สามารถช่วยเหลือผู้ปฏิเสธศรัทธาได้" และคำวิงวอนของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นไร้ประโยชน์ เนื้องด้วยการวิงวอนของพวกเขาจะไม่ถูกตอบรับ เพราะการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา
Mü'min 40:51
แท้จริงเราจะช่วยเหลือบรรดาเราะสูลของเราและบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดาเราะสูลของพระองค์ในโลกนี้ ด้วยการให้ข้อโต้แย้งของพวกเขาและช่วยเหลือพวกเขาเหนือศัตรูของพวกเขา และเรายังช่วยพวกเขาในวันกิยามะฮ์ด้วยการให้พวกเขาได้เข้าสวรรค์ และด้วยการลงโทษผู้ที่เป็นศัตรูของพวกเขาในโลกนี้ด้วยการให้พวกตกนรกหลังจากที่บรรดานบี มลาอิกะฮ์ และผู้ศรัทธาเป็นพยานว่าการดะวะฮ์ได้มาถึงพวกเขาแล้ว และประชาชาติได้ทำการปฏิเสธ
Mü'min 40:52
ในวันนั้น ข้อแก้ตัวใด ๆ จะไม่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่อธรรมต่อตนเองด้วยความไม่ศรัทธาและไม่เชื่อฟังต่อความอยุติธรรมที่พวกเขาได้กระทำไป ในวันนั้นพวกเขาจะถูกขับออกจากความเมตตาของอัลลอฮ์และสำหรับพวกเขาคือที่พำนักที่ชั่วช้าในปรโลกเพราะพวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างเจ็บปวด
Mü'min 40:53
และแน่นอนเราได้ประทานความรู้ให้แก่นบีมูซาเพื่อที่จะชี้นำบนีอิสราเอลไปสู่ความจริงและเราได้ทำให้คำภีร์อัตเตารอตเป็นคำภีร์สืบทอดสำหรับบนีอิสราเอลจากรุ่นสู่รุ่น
Mü'min 40:54
เพื่อเป็นแนวทางไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องและเป็นการเตือนให้รำลึกสำหรับบรรดาผู้มีสติปัญญาที่ดี
Mü'min 40:55
ดังนั้นจงอดทนไว้ - โอ้ ท่านเราะสูลเอ๋ย- สำหรับสิ่งที่เจ้ากำลังเผชิญอยู่ นั่นคือการปฏิเสธของหมู่ชนของเจ้าและความวุ่นวายของพวกเขาที่มีต่อเจ้า แท้จริงสัญญาของอัลลอฮ์ที่มีต่อเจ้าด้วยการชนะและช่วยเหลือเจ้านั้นเป็นความจริง ไม่ต้องสงสัยเลย ดังนั้นจงขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์ และถวายเกียรติแด่พระเจ้าของเจ้าด้วยการสรรเสริญพระเจ้าของเจ้าในตอนเช้าและตอนเย็น
Mü'min 40:56
แท้จริงบรรดาผู้โต้แย้งโองการของอัลลอฮ์เพื่อพยายามในการทำลายมันโดยไม่มีหลักฐานและข้อพิสูจน์ใด ๆ นั้น ไม่มีสิ่งใดที่ผลักดันให้พวกเขากระทำเช่นนั้นนอกจากความปรารถนาในความเป็นใหญ่และโอ้อวดเหนือความจริง และพวกเขาจะไม่สามารถบรรลุถึงสิ่งที่พวกเขาปรารถนาได้ ดังนั้นจงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์เถิด โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงได้ยินถ้อยคำของปวงบ่าวของพระองค์ ทรงเห็นทุกการกระทำของพวกเขา ไม่มีอะไรหนีจากอัลลอฮ์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาสำหรับสิ่งนั้น
Mü'min 40:57
การสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินด้วยความยิ่งใหญ่และความกว้างขวางของทั้งสองนั้นยิ่งใหญ่กว่าการสร้างมนุษย์ ดังนั้นผู้ที่สร้างทั้งสองพร้อมกับความยิ่งใหญ่ของมันทั้งสองนั้น สามารถทำให้ผู้ที่ตายไปแล้วฟื้นขึ้นมาจากหลุมศพให้มีชีวิตเพื่อคิดบัญชีและตอบแทนพวกเขา แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่รู้จึงไม่ได้บทเรียนจากมันและไม่ถือเป็นหลักฐานสำหรับการฟื้นคืนชีพทั้งที่มันชัดเจน
Mü'min 40:58
และแน่นอนจะไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้ที่มองไม่เห็นกับผู้ที่มองเห็น และบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และศรัทธาต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์และกระทำการดี จะไม่เท่าเทียมกันกับผู้ที่กระทำการงานที่ชั่วด้วยการยึดถือในสิ่งที่ทุจริตและกระทำบาป เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่พวกเจ้าจะใคร่ครวญ หากพวกเจ้าใคร่ครวญ แน่นอนพวกเจ้าจะทำการงานที่แตกต่างระหว่างสองฝ่ายให้พวกเขามุ่งมั่นที่จะเป็นของบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีปรารถนาในความพึงพอใจของอัลลอฮ์
Mü'min 40:59
แท้จริงวันอวสานที่อัลลอฮฺ์ทรงให้ฟื้นคืนชีพหลังจากความตายเพื่อคิดบัญชีและลงโทษนั้นมันเกิดขึ้นอย่างแน่นอนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่มีข้อสงสัยใดๆ แต่คนส่วนมากนั้นไม่ศรัทธาต่อการเกิดขึ้นจริงของมัน และด้วยเหตุนี้แหละพวกเขาจึงไม่ได้เตรียมตัวที่จะเผชิญกับมัน
Mü'min 40:60
และพระเจ้าของพวกเจ้าตรัสว่า โอ้มนุษย์เอ๋ย จงเคารพสักการะต่อข้าและจงวิงวอนขอต่อข้าเพียงองค์เดียว ข้าจะตอบรับการวิงวอนของพวกเจ้าและจะอภัยและเมตตาแก่พวกเจ้า แท้จริงผู้ที่ทำตัวหยิ่งผยองโดยไม่ทำการเคารพสักการะข้าเพียงองค์เดียวนั้น ในวันกียามะฮฺ พวกเขาจะได้เข้านรกอย่างผู้ที่ต่ำต้อย
Mü'min 40:61
อัลลอฮ์ผู้ทรงบันดาลกลางคืนที่มืดมิดให้แก่พวกเจ้าเพื่อได้รับความสงบและพักผ่อนในเวลาของมัน และทรงบันดาลกลางวันแห่งแสงสว่างเพื่อทำงานในเวลาของนั้น แท้จริงอัลลอฮ์เป็นเจ้าของความโปรดปรานแก่มวลมนุษย์ เมื่อพระองค์ได้ให้สัมผัสกับความโปรดปรานนั้นแล้วทั้งที่แจ้งและที่ลับ แต่ส่วนมากของมนุษย์นั้นไม่ขอบคุณต่อพระผู้อภิบาลในสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้แก่พวกเขา
Mü'min 40:62
นั้นคืออัลลอฮ์ ผู้ทรงประทานแก่พวกท่านด้วยความโปรดปรานต่างๆของพระองค์ พระองค์คือผู้ทรงสร้างทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีผู้สร้างนอกจากพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่แท้จริงนอกจากพระองค์ ดังนั้นทำไมพวกเจ้าจึงหันเหออกจากการเคารพสักการะพระองค์สู่การเคารพต่อสิ่งอื่นทั้งที่สิ่งนั้นไม่ได้ครอบครองสิ่งใดๆ ทั้งสิ่งที่เป็นประโยชน์และโทษ
Mü'min 40:63
ในขณะที่พวกเขาหันเหออกจากการศรัทธาต่ออัลลอฮฺและเคารพภักดีต่อพระองค์เพียงองค์เดียว พวกเขาได้หันเหออกจากสิ่งนั้นโดยการเกลียดชังต่อโองการต่างๆของอัลลอฮฺที่แสดงถึงการเป็นเอกภาพต่อพระองค์ในทุก ๆ เวลาและสถานที่ โดยเขาจะไม่ได้รับทางนำที่ไปในทางที่ถูกต้องและไม่ได้รับคำแนะนำตักเตือนแก่เขา
Mü'min 40:64
อัลลอฮ์ผู้ทรงสร้างเพื่อพวกเจ้า โอ้ มวลมนุษยเอ๋ย ซึ่งแผ่นดินนี้เป็นสถานที่อันเงียบสงบเพื่อเป็นที่พำนักสำหรับพวกเจ้า ทรงทำให้ชั้นฟ้าทั้งหลายมีโครงสร้างมั่นคงเหนือพวกเจ้าซึ่งไม่ตกลงมา และทรงสร้างพวกเจ้าตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา แล้วอัลลอฮ์ก็ได้ทรงทำให้รูปร่างของพวกเจ้าสวยงาม และพระองค์ได้ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าในรูปของอาหารที่ถูกอนุมัติและดี แท้จริงอัลลอฮ์พระเจ้าของพวกเจ้าเป็นผู้ทรงประทานความโปรดปรานเหล่านี้แก่พวกเจ้า ดังนั้นมหาจำเริญแด่อัลลอฮ์ พระเจ้าแห่งสากลโลก ไม่มีผู้อภิบาลใดที่จะดูแลสิ่งเหล่านั้นนอกพระองค์
Mü'min 40:65
พระองค์คือผู้ทรงมีชีวิตที่ไม่ตาย ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรค่าแก่การกราบไหว้โดยเที่ยงแท้นอกจากพระองค์ ดังนั้นจงวิงวอนต่อพระองค์ด้ยการทำอิบาดะฮ์และวิงวอนด้วยการขอพรโดยหวังเพียงพระพักตร์ของพระองค์เพียงผู้เดียว และอย่าได้ตั้งภาคีใด ๆ พร้อมกับพระองค์จากสิ่งที่ถูกสร้าง มวลการสรรเสริญนั้นเป็นของอัลลอฮ์ พระเจ้าแห่งสากลโลก
Mü'min 40:66
จงกล่าวเถิด โอ้เราะสูลเอ๋ย แท้จริงฉันได้ถูกห้ามไม่ให้เคารพสักการะต่อบรรดาสิ่งที่พวกท่านวิงวอนนอกจากอัลลอฮ์จากรูปปั้นทั้งหลายที่ไม่สามารถให้ประโยชน์หรือให้โทษใดๆ ได้ เมื่อหลักฐานทั้งหลายอันชัดแจ้งได้มายังฉัน เพื่อให้การปฏิบัติการงานของพวกเขานั้นเป็นโมฆะ และฉันถูกบัญชาให้นอบน้อมต่ออัลลอฮ์เพียงองค์เดียวในการปฏิบัติ พระองค์คือพระเจ้าแห่งสากลโลกทั้งหมด ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์
Mü'min 40:67
อัลลอฮ์คือผู้ทรงสร้างอาดัมบิดาของพวกเจ้าจากฝุ่นดิน แล้วทรงสร้างพวกเจ้าตามมาหลังจากนั้นจากน้ำอสุจิ หลังจากนั้นก็กลายเป็นเลือดที่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นทรงนำพวกเจ้าออกจากครรภ์มารดาของพวกเจ้าเป็นเด็กทารก แล้วเพื่อให้พวกเจ้าบรรลุวัยวัยฉกรรจ์ที่แข็งแรง แล้วทำให้พวกเจ้าเข้าสู่วัยกลางคนสู่วัยชรา พวกเจ้าบางคนตายก่อนนั้น และเพื่อพวกเจ้าจะได้บรรลุตามกำหนดในความรอบรู้ของอัลลอฮ์ โดยไม่มีการลดและไม่มีการเพิ่ม หวังว่าด้วยข้อโต้แย้งและข้อพิสูจน์เหล่านี้ พวกเจ้าจะรู้ถึงความสามารถของอัลลอฮ์และเอกภาพของพระองค์
Mü'min 40:68
พระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้นคือผู้ทรงให้เป็นและพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้นคือผู้ทรงให้ตาย ดังนั้นเมื่อพระองค์ทรงกำหนดกิจการใด ๆ พระองค์ก็จะกล่าวแก่มันว่า จงเป็น แล้วมันก็จะเป็นขึ้นมา
Mü'min 40:69
โอ้ท่านเราะสูล เจ้าไม่เห็นหรอกหรือว่า บรรดาผู้ที่โต้เถียงในอายาตของอัลลอฮ์แล้วกล่าวเท็จต่ออัลกุรอ่านทั้งที่มีความชัดเจน ช่างแปลกใจจริงๆเกี่ยวกับสภาพของพวกเขา ทั้งที่ความจริงถูกแสดงแก่พวกเขาพร้อมด้วยความชัดแจ้งของความจริงนั้น
Mü'min 40:70
บรรดาผู้ปฏิเสธต่อคำภีร์อัลกุรอ่าน และในสิ่งที่เราได้ประทานมายังบรรดาเราะสูลของเราในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วบรรดาผู้ที่ปฏิเสธเหล่านั้นจะได้รู้ถึงบทลงโทษจากการปฏิเสธของพวกเขาและจะได้เห็นถึงบั้นปลายที่เลวร้ายของชีวิต
Mü'min 40:71
พวกเขารู้ผลเมื่อคอของพวกเขาถูกพันธนาการ และโช่ตรวนมัดไว้ที่เท้าของพวกเขา และมลาอิกะฮ์ก็ได้ทำการลากพวกเขาไปสู่การลงโทษ
Mü'min 40:72
พวกเขาจะถูกกระชากลงในน้ำที่ร้อนระอุ แล้วพวกเขาก็ถูกเผาไหม้ในไฟนรก
Mü'min 40:73
จากนั้นก็จะมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาด้วยการตะคอกและดูแคลนว่า ไหนเล่าพระเจ้าที่พวกเจ้าเคยตั้งภาคีในการเคารพบูชา?
Mü'min 40:74
อื่นจากอัลลอฮ์ จากรูปปั้นของพวกเจ้าที่ไม่ให้ประโยชน์หรือโทษใดๆ? ผู้ปฏิเสธศรัทธากล่าวว่า "มันได้หลงหายไปจากพวกเรา ดังนั้นเราจึงไม่เห็นพวกเขา แต่สิ่งที่เราเคารพในโลกนี้เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเคารพ เช่นนั้นแหละอัลลอฮ์ทรงให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาหลงทางจากความถูกในทุกยุคทุกสมัย
Mü'min 40:75
และได้มีการกล่าวแก่พวกเขาว่า "บทลงโทษที่พวกเจ้าได้รับนั้นเป็นเพราะความสุขที่พวกเจ้าเคยได้รับจากการตั้งภาคี และด้วยความสุขที่เกินจริงของพวกเจ้า"
Mü'min 40:76
พวกเจ้าจงเข้าไปสู่ประตูนรก และเป็นที่พำนักที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผู้ที่เย่อหยิ่ง ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ที่นั่นตลอดไป "
Mü'min 40:77
ดังนั้นเจ้าจงอดทน โอ้ท่านเราะสูล ต่อการต่อต้านและถูกปฏิเสธของกลุ่มชนของเจ้า แท้จริงสัญญาของอัลลอฮ์ที่จะช่วยเจ้านั้นเป็นจริง บางทีเราจะให้เจ้าได้เห็นบางสิ่งที่ได้สัญญาแก่พวกเขาในบทลงโทษอย่างที่ประสบในการสู้รบในสมรภูมิบาดัร หรือเราจะทำให้เจ้าตายเสียก่อน ดังนั้นพวกเขาจะกลับไปยังเราเพียงองค์เดียวในวันกียามะฮ์ และเราจะตอบแทนในการงานที่พวกเขาได้ทำมา และจะให้พวกเขาเข้านรกซึ่งจะพำนักในนั้นตลอดไป
Mü'min 40:78
และโดยแน่นอน เราได้ส่งบรรดาเราะสูลหลายคนมาก่อนหน้าเจ้า -โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- แก่กลุ่มชนของพวกเขา แล้วพวกเขาปฏิเสธบรรดาเราะสูลและทำร้ายบรรดาเราะสูล บรรดาเราะสูลก็ได้อดทนต่อการกระทำของพวกเขา บางคนในหมู่เราะสูลเหล่านั้นมีผู้ที่เราบอกเล่าแก่เจ้า และบางคนในหมู่พวกเขามีผู้ที่เรามิได้บอกเล่าแก่เจ้า และไม่บังควรแก่เราะสูลที่จะนำสัญญาณใด ๆ จากพระเจ้ามา เว้นแต่ด้วยอนุมัติของอัลลอฮ์ ดังนั้นข้อเสนอแนะของผู้ปฏิเสธศรัทธาด้วยการให้นำสัญญาณต่าง ๆ แก่ประชาชาติของเขานั้นถือว่าเป็นสิ่งที่อธรรม ดังนั้นเมื่อพระบัญชาของอัลลอฮ์มาด้วยชัยชนะและแยกระหว่างท่านเราะสูลและกลุ่มชนของพวกเขานั้น ก็จะถูกตัดสินด้วยความยุติธรรมและบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ถูกทำลาย ด้วยการนำตัวเองสู่ความหายนะเนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธา
Mü'min 40:79
อัลลอฮ์คือผู้ทรงสร้างอูฐ วัว และแพะแก่พวกเจ้าเพื่อให้พวกเจ้าใช้เป็นพาหนะในบางชนิด และบางชนิดเพื่อให้พวกเจ้าใช้กินเนื้อของมัน
Mü'min 40:80
พวกเจ้าได้รับประโยชน์ต่าง ๆ จากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้อย่างมากมายตามยุคสมัย และพวกเจ้าสามารถเติมเต็มความต้องการที่พวกเจ้าต้องการจากปศุสัตว์เหล่านี้ได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยทางบกหรือทางทะเล
Mü'min 40:81
และพระองค์ซุบฮานะฮุวะตะอาลา ได้ทรงให้พวกเจ้าเห็นสัญญาณต่าง ๆ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสามารถ และความเป็นเอกะของพระองค์ ดังนั้น ด้วยสัญญาณต่าง ๆ ของอัลลอฮ์อันใดเล่าที่พวกเจ้าไม่ยอมรับหลังจากที่มันได้เป็นที่ประจักษ์สำหรับพวกเจ้าว่ามันคือสัญญาณต่างๆของพระองค์?!
Mü'min 40:82
บรรดาผู้ที่ปฏิเสธไม่ได้ท่องเที่ยวคิดใคร่ครวญไปตามแผ่นดิน แล้วพิจารณาหรอกหรือว่า จุดจบของประชาชาติที่ปฏิเสธในยุคก่อนหน้าพวกเขาเป็นเช่นไร เพื่อไว้เป็นข้อเตือนใจ?! พวกเขาเหล่านั้นมีทรัพย์สินมากมายและมีพลังเข้มแข็ง และได้ทิ้งร่องรอยไว้มากมายในแผ่นดิน แต่สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถสร้างประโยชน์ใด ๆ แก่พวกเขา เมื่อต้องเผชิญกับการลงโทษของอัลลอฮ์ที่รุนแรง
Mü'min 40:83
ครั้นเมื่อบรรดาเราะสูลได้มายังพวกเขาพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้ง พวกเขาก็ปฏิเสธมันและพวกเขายินดีที่จะยึดมั่นในความรู้ที่พวกเขามีซึ่งขัดต่อสิ่งที่บรรดาเราะสูลได้นำมา พระองค์ได้ทรงนำการลงโทษที่พวกเขาเคยเยาะเย้ยไว้เมื่อครั้นที่บรรดาเราะสูลได้ตักเตือนพวกเขาไว้ ลงโทษพวกเขา
Mü'min 40:84
เมื่อพวกเขาเห็นการลงโทษของเรา พวกเขาสารภาพ เมื่อการสารภาพไม่เป็นประโยชน์ใด ๆ สำหรับพวกเขา โดยกล่าวว่า "เราศรัทธาต่ออัลลอฮ์องค์เดียว และเราปฏิเสธศรัทธาต่อสิ่งที่เราเคยเคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮ์จาสิ่งที่เป็นภาคีและรูปปั้นต่างๆ"
Mü'min 40:85
การศรัทธาของพวกเขาจะไม่เป็นประโยชน์ใด ๆ สำหรับพวกเขา หลังจากที่พวกเขาได้เห็นการลงโทษของเราได้ประสบกับพวกเขา มันคือกฎของอัลลอฮ์ที่ต้องเกิดขึ้นต่อปวงบ่าวของพระองค์ นั่นคือ การศรัทธาจะไม่เป็นประโยชน์หลังจากการลงโทษได้เกิดขึ้น บรรดาผู้ปฏิเสธจะขาดทุนเมื่อได้ประสบกับการลงโทษอันเนื่องจากการนำตัวเองสู่ความหายนะด้วยการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และไม่ยอมสำนึกในความผิดก่อนที่การลงโทษจะลงมา
Fussılet 41:1
ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์
Fussılet 41:2
คัมภีร์อัลกุรอานนี้เป็นการประทานลงมาจากอัลลอฮ์พระผู้ทรงกรุณาปราณี ผู้ทรงเมตตาเสมอ
Fussılet 41:3
เป็นคัมภีร์ที่โองการทั้งหลายของมันนั้นได้รับการอธิบายไว้อย่างละเอียดและสมบูรณ์ที่สุด และทรงทำให้อัลกุรอานนั้นเป็นภาษาอาหรับสำหรับหมู่ชนผู้มีความรู้ เพราะพวกเขาคือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากความหมายของมัน และจากเนื้อหาของมันที่เป็นแนวทางสู่สัจธรรม
Fussılet 41:4
เป็นการแจ้งข่าวดีสำหรับผู้ศรัทธาในสิ่งที่อัลลอฮ์ได้เตรียมไว้ให้แก่พวกเขาจากการตอบแทนที่ดีเลิศ และเป็นการตักเตือจให้เกิดความเกรงกลัวแก่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธต่อบทลงโทษที่เจ็บปวด และส่วนมากของพวกเขาผินหลังให้ พวกเขาไม่ได้ยินคำแนะนำใด ๆ ที่แสดงถึงการได้ยินเพื่อการตอบรับ
Fussılet 41:5
พวกเขากล่าวว่า หัวใจของเราถูกปกปิดด้วยการปกปิดหลายชั้น จึงไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเจ้าเชิญชวน และในหูของเราก็หนวกไม่ได้ยินอะไร และระหว่างเราและเจ้านั้นมีสิ่งกีดกั้นไม่สามารถมาถึงเราได้ในสิ่งที่เจ้ากล่าวมา ดังนั้นเจ้าจงปฏิบัติตามเส้นทางของเจ้า และฉันก็จะปฏิบัติตามเส้นทางของฉันและเราก็จะไม่ตามเจ้า
Fussılet 41:6
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล แก่บรรดาผู้ที่ดื้อดึงเหล่านั้น แท้จริงฉันก็เป็นสามัญชนเยี่ยงพวกท่าน แต่ได้มีวะห์ยูจากอัลลอฮ์แก่ฉันว่า แท้จริงพระเจ้าของพวกท่านที่สมควรเคารพบูชานั้นคือพระเจ้าองค์เดียวคืออัลลอฮ์ ดังนั้นจงมุ่งตรงสู่เส้นทางสู่พระองค์เถิด และจงขออภัยต่อพระองค์ในบาปของพวกเจ้า และความวิบัติและบทลงโทษจงมีแด่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่เคารพบูชาสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮ์หรือเคารพสิ่งอื่นพร้อมกับอัลลอฮ์
Fussılet 41:7
บรรดาผู้ที่ไม่จ่ายซะกาตจากทรัพย์สินของพวกเขาและพวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่อวันปรโลก พวกเขาจะไม่มีความสุขในนั้นและจะถูกลงโทษที่เจ็บปวดทรมาน
Fussılet 41:8
แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะสูล และกระทำการงานที่ดี สำหรับพวกเขานั้นจะได้รับผลบุญอย่างถาวรโดยไม่ขาดสายนั้นก็คือสวรรค์
Fussılet 41:9
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะสูล แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีว่า เพราะเหตุใดพวกเจ้าได้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ที่ทรงสร้างแผ่นดินเพียงสองวัน ในวันอาทิตย์และวันจันทร์และพวกเจ้าให้พระองค์มีคู่เคียง เคารพบูชาสิ่งเหล่านั้นอื่นจากพระองค์? พระองค์นั่นคือพระเจ้าของสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหมด
Fussılet 41:10
และในแผ่นดินนั้น อัลลอฮ์ได้สร้างภูเขาตั้งอยู่บนมันเพื่อยึดไม่ให้มันสั่นคลอน และพระองค์ได้กำหนดปัจจัยยังชีพในนั้นแก่ผู้คนและปศุสัตว์ในสี่วันเพื่อให้ครบรวมกับสองวันที่ผ่านมา นั่นคือวันอังคารและวันพุธอย่างเท่าเทียมกันแก่บรรดาผู้ที่ต้องการไต่ถามในสิ่งนี้
Fussılet 41:11
แล้วพระองค์ทรงมุ่งสู่การสร้างท้องฟ้า ซึ่งขณะนั้นมันเป็นไอหมอก พระองค์จึงตรัสแก่ชั้นฟ้าและแผ่นดินว่า เจ้าทั้งสองจงมาจะโดยเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตามไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับทั้งสองที่จะทำเช่นนั้นมันทั้งสองกล่าวว่า ข้าพระองค์มาอย่างเต็มใจแล้ว ไม่มีความประสงค์ใดๆสำหรับเราโดยปราศจากความประสงค์ของพระองค์ โอ้พระอภิบาลของเรา
Fussılet 41:12
ดังนั้นพระองค์ทรงสร้างมันสำเร็จเป็นชั้นฟ้าทั้งเจ็ดในระยะเวลาสองวัน คือวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ และด้วยสองวันนี้ทำให้การสร้างท้องฟ้าและแผ่นดินได้เสร็จสมบูรณ์ในเวลาหกวัน และพระองค์ประกาศแก่ทุกชั้นฟ้าซึ่งสิ่งที่พระองค์ได้กำหนดไว้ และสิ่งที่เป็นคำสั่งของพระองค์ในเรื่องการเชื่อฟังและการเคารพสักการะต่อพระองค์ และพระองค์ได้ประดับท้องฟ้าแห่งโลกนี้ด้วยดวงดาวทั้งหลาย และเราได้ปกป้องชั้นฟ้าด้วยดาวเหล่านั้นให้พ้นจากการได้ยินของชัยฏอน สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั่นคือการกำหนดแห่งพระผู้ทรงอำนาจที่ไม่มีผู้ใดจะเอาชนะได้ ผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งทึ่พระองค์ทรงสร้าง
Fussılet 41:13
ถ้าพวกเขาผินหลังให้กับการศรัทธาในสิ่งที่เจ้านำมา ก็จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- ฉันขอเตือนพวกเจ้าถึงบทลงโทษที่จะเกิดขึ้นแก่พวกเจ้าดังเช่นบทลงโทษที่เกิดมาแล้วกับกลุ่มชนอ๊าดที่เป็นกลุ่มชนของฮูดและษะมูดที่เป็นกลุ่มชนของซอและฮฺ หลังจากที่พวกเขาได้ปฏิเสธเขาทั้งสอง
Fussılet 41:14
เมื่อบรรดาเราะสูลได้มายังพวกเขาคนแล้วคนเล่า ด้วยการเรียกร้องพวกเขาสู่สิ่งเดียวกัน ได้สั่งใช้พวกเขาไม่ให้เคารพสักการะเว้นแต่พระองค์อัลลอฮเท่านั้น บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจากพวกเขากล่าวว่า หากพระเจ้าของเราทรงประสงค์ แน่นอนพระองค์จะต้องส่งมลาอิกะฮ์ลงมาแก่พวกเขา ดังนั้นเราจึงปฏิเสธศรัทธาในสิ่งที่พวกท่านถูกส่งมา เพราะพวกเจ้าก็เป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรา
Fussılet 41:15
ส่วนพวกอ๊าดกลุ่มชนฮูดด้วยกับการปฏิเสธของพวกเขาต่ออัลลอฮ์ ด้วยการหยิ่งผยองบนแผ่นดินโดยไม่เป็นธรรมและอธรรมต่อคนรอบข้าง และพวกเขากล่าว ในสภาพที่พวกเขาถูกหลอกโดยอำนาจของพวกเขา ว่า ผู้ใดจะมีพลังเข้มแข็งกว่าพวกเรา?! ไม่มีใครที่มีพลังเข้มแข็งเท่าพวกเขา อัลลอฮ์ก็ได้ตอบโต้แก่พวกเขาว่า พวกเจ้าไม่รู้และไม่เห็นดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮ์ผู้ทรงสร้างพวกเขานั้นทรงพลังเข้มแข็งกว่าพวกเขา แต่พวกเขาก็ยังคงปฏิเสธสัญญาณต่าง ๆ ของอัลลอฮที่ท่านนบีฮูดได้นำมายังพวกเขา
Fussılet 41:16
ดังนั้นเราได้ส่งพายุมาด้วยเสียงที่น่ารำคาญในวันแห่งความทุกข์ยากเนื่องด้วยการลงโทษที่มีอยู่ในนั้น ทั้งหมดนั้นเพื่อเราจะให้พวกเขาได้ลิ้มรสแห่งการลงโทษอันน่าอัปยศในชีวิตแห่งโลกนี้ และแน่นอนการลงโทษในวันปรโลกนั้นย่อมอัปยศยิ่งกว่าแก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใครในการถูกลงโทษของพวกเขา
Fussılet 41:17
ส่วนพวกษะมูดกลุ่มชนของฮูด เราได้ชี้แนะทางให้แก่พวกเขาโดยการชี้ทางที่ถูกต้องแก่พวกเขา แต่พวกเขาเลือกทางที่หลงเหนือทางนำ ดังนั้นการลงโทษอันอัปยศได้เกิดขึ้นแก่พวกเขาเพราะสิ่งที่พวกเขาได้แสวงหาไว้ ด้วยการปฏิเสธศรัทธาและการเนรคุณ
Fussılet 41:18
และเราได้ช่วยบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดาเราะสูลของพระองค์ และพวกเขาเป็นผู้ยำเกรงต่ออัลลอฮโดยปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ต้องห้าม เราได้ช่วยพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษที่เกิดขึ้นกับชนชาติของพวกเขา
Fussılet 41:19
และในวันที่อัลลอฮ์ได้จัดบรรดาศัตรูของพระองค์ได้ชุมนุมเข้าสู่ไฟนรก มลาอีกะฮ์ซะบานียะฮ์จะคอยจัดแถวจากคนแรกจนคนสุดท้าย พวกเขาจะถูกจัดเป็นแถว ๆ ไม่สามารถที่จะหนีให้พ้นจากไฟนรกได้
Fussılet 41:20
จนกระทั่งเมื่อพวกเขามาถึงนรก พวกเขาถูกส่งไปและพวกเขาปฏิเสธสิ่งที่พวกเขาได้กระทำในโลกดุนยา หูของพวกเขา ตาของพวกเขาและผิวหนังของพวกเขาก็จะเป็นพยานคัดค้านพวกเขาตามที่พวกเขาได้กระทำไว้ในโลกดุนยาในการปฏิเสธศรัทธาและกระทำบาป
Fussılet 41:21
และพวกปฏิเสธศรัทธากล่าวแก่ผิวหนังของพวกเขาว่า ทำไมพวกเจ้าจึงเป็นพยานคัดค้านแก่เราเล่าในสิ่งที่เราได้กระทำบนโลกดุนยา ผิวหนังกล่าวแก่เจ้าของมันว่า อัลลอฮ์ทรงให้เราพูด พระองค์คือผู้ทรงให้ทุกสิ่งพูด และพระองค์คือผู้ทรงสร้างพวกเจ้าเป็นครั้งแรกเมื่อพวกเจ้าอยู่ในโลกดุนยา และยังพระองค์เท่านั้นที่พวกเจ้าจะถูกนำกลับไปในวันอาคีเราะฮ์เพื่อคิดบัญชีและตอบแทน
Fussılet 41:22
ขณะที่พวกเจ้าทำบาป พวกเจ้าประเมินต่ำไปว่าหู ตา และผิวหนังของพวกเจ้าจะไม่เป็นพยานปรักปรำพวกเจ้า เพราะพวกเจ้าไม่ศรัทธาว่ามีการคิดบัญชี มีการลงโทษและการตอบแทนความดีหลังความตาย แต่พวกเจ้าคิดว่าอัลลอฮ์ -ซุบฮานาฮู วา ตาอาลา - ไม่รู้หลายสิ่งที่พวกเจ้าทำ ตรงกันข้าม มันถูกซ่อนจากพระองค์ นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเจ้าถูกหลอก
Fussılet 41:23
ความคิดเห็นที่ไม่ดีของพวกเจ้าเกี่ยวกับพระเจ้าของพวกเจ้านั้นได้ทำลายพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจึงอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุนในโลกนี้และในปรโลก
Fussılet 41:24
หากบรรดาผู้ที่การได้ยิน การมองเห็น และผิวหนังเป็นพยานให้การต่อพวกเขา แล้วพวกเขาก็อดทน สุดท้าย นรกคือที่พำนักของพวกเขา ที่พำนักที่พวกเขาจะกลับมา หากพวกเขาวิงวอนขอความพอพระทัยของอัลลอฮ์และหวังว่าจะได้เข้าสวรรค์ พวกเขาจะไม่พบมันและจะไม่เข้าสวรรค์
Fussılet 41:25
และเราได้เตรียมไว้สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นซึ่งสหายที่มาจากชัยฏอนที่คอยติดตามพวกเขา ดังนั้นพวกมันได้ทำให้ความชั่วเป็นสิ่งสวยงามให้แก่พวกเขา ในโลกดุนยานี้ และได้ทำให้สิ่งต่างๆ ในปรโลกเป็นสิ่งสวยงามสำหรับพวกเขา แล้วทำให้พวกเขาลืมวันปรโลกและการกระทำเพื่อวันนั้น และแล้วพวกเขาต้องถูกลงโทษต้องอยู่ในกลุ่มบรรดาประชาชาติที่ล่วงลับไปก่อนจากพวกญินและมนุษย์ แท้จริงพวกเขาเป็นผู้ที่ขาดทุนด้วยการขาดทุนต่อตัวเองและครอบครัวของพวกเขาในวันกิยามะฮ์ ด้วยการเข้านรก
Fussılet 41:26
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กล่าว เพื่อเป็นการสั่งเสียระหว่างกันหลังจากที่ไม่สามารถเผชิญหน้ากับข้อโต้แย้งได้ว่า พวกเจ้าอย่าฟังอัลกุรอ่านนี้ที่มูฮัมมัดได้อ่านแก่พวกเจ้า และอย่าเอาคำแนะนำในสิ่งที่อยู่ในนั้น และพวกเจ้าจงตะโกนและส่งเสียงให้ดังเมื่อมูฮัมมัดอ่าน พวกเจ้าอาจได้รับชัยชนะเหนือเขา และจงละทิ้งการอ่านของเขาและการเชิญชวน แล้วเราก็จะพักไปจากเขา
Fussılet 41:27
และโดยแน่นอน เราจะให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิเสธต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์ได้ลิ้มรสแห่งการลงโทษอย่างแสนสาหัสในวันกียามะฮ์ และแน่นอนเราจะตอบแทนพวกเขาเลวร้ายยิ่งกว่าที่พวกเขาได้กระทำไว้จากการตั้งภาคีและกระทำการบาปเป็นการลงโทษแก่พวกเขา
Fussılet 41:28
การลงโทษนี้เป็นการตอบแทนสำหรับบรรดาศัตรูของอัลลอฮ์ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อพระองค์และปฏิเสธท่านเราะสูลของพระองค์ คือไฟนรก สำหรับพวกเขาจะพำนักอยู่ในนรกนั้นตลอดกาลเป็นการตอบแทนตามที่พวกเขาปฏิเสธโองการต่าง ๆ ของอัลลอฮ์ และไม่ศรัทธาต่อบรรดาโองการเหล่านั้นทั้งที่มันชัดเจนและมีน้ำหนัก
Fussılet 41:29
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิเสธต่อท่านเราะสูลกล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของเราได้โปรดให้เราได้เห็นผู้ที่ทำให้เราหลงทั้งสองด้วยที่มาจากญินและมนุษย์ อิบลิสคือต้นแบบแห่งการปฏิเสธและเชิญชวนผู้คนสู่มัน และบุตรชายของอาดัมคือต้นแบบผู้หลั่งเลือด เราจะให้มันทั้งสองอยู่ในนรกภายใต้เท้าของเรา เพื่อว่ามันทั้งสองจะได้อยู่ใต้สุดในหมู่ผู้เลวทรามยิ่งของชาวนรกที่ถูกลงโทษ
Fussılet 41:30
แท้จริงบรดาผู้ที่กล่าวว่า พระผู้อภิบาลของเราคืออัลลอฮ์ ไม่มีผู้ใดเป็นพระผู้ทรงอภิบาลสำหรับเรานอกจากพระองค์ และพวกเขาได้ยืนหยัดในคำสั่งใช้และหลีกเลี่ยงในสิ่งที่ต้องห้าม บรรดามลาอิกะฮ์จะลงมาหาพวกเขาในขณะที่พวกเขากำลังจะจากโลกนี้ไป โดยกล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกท่านอย่าได้หวาดกลัวความตายและสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น และอย่าเสียใจกับสิ่งที่เหลืออยู่ในโลกนี้ และจงบอกข่าวดีด้วยการที่ได้เข้าสวรรค์ที่เราได้สัญญาไว้แก่พวกท่านบนโลกดุนยาในการเชื่อศรัทธาต่ออัลลอฮ์และการกระทำความดีของพวกท่าน
Fussılet 41:31
พวกเราเป็นผู้อารักษ์ขาพวกเจ้าทั้งในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้โดยเราเคยให้การสนับสนุนพวกเจ้าและปกป้องพวกเจ้า และพวกเราเป็นผู้อารักษ์ขาพวกท่านในวันปรโลกเช่นกัน ดังนั้นการเป็นผู้อารักษ์ขาของเราจะเกิดอย่างไม่จบสิ้นสำหรับพวกเจ้า และสำหรับพวกเจ้าในสรวงสวรรค์นั้นจะได้สิ่งที่จิตใจปรารถนาจากความสุขและความเพลิดเพลิน และสำหรับพวกเจ้าในสรวงสวรรค์นั้นจะได้ในสิ่งที่พวกเจ้าเรียกร้อง
Fussılet 41:32
เป็นปัจจัยที่ได้ถูกเตรียมไว้สำหรับการต้อนรับพวกเจ้าจากพระเจ้า ผู้ทรงอภัยต่อความผิดบาปของผู้ที่กลับตัวต่อพระองค์จากปวงบ่าวของพระองค์และทรงเมตตาแก่พวกเขา
Fussılet 41:33
ไม่มีผู้ใดที่คำพูดของเขาจะดีไปกว่าผู้ที่เชิญชวนสู่การให้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ของพระองค์ และทำความดีที่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้าของเขา และเขากล่าวว่า "แท้จริงฉันเป็นคนหนึ่งในบรรดาผู้ที่ยอมจำนนต่ออัลลอฮ์ " ดังนั้นใครก็ตามที่ทำเช่นนี้ครบถ้วนแล้ว ดังนั้นเขาเป็นคนที่พูดที่ดีที่สุด
Fussılet 41:34
และไม่เท่าเทียมกันระหว่างการกระทำความดีและและการเชื่อฟังต่างๆ ที่เป็นที่พอพระทัยต่ออัลลอฮ์ และการกระทำความชั่วและบาปที่อัลลอฮ์โกรธกริ้ว เจ้าจงตอบโต้ความชั่วของผู้ที่ทำไม่ดีกับเจ้าด้วยวิธีที่ดีกว่า แล้วเมื่อนั้นผู้ที่มีความเป็นศัตรูกันระหว่างเจ้ากับเขาก่อนหน้านี้ หากตอบโต้เขาด้วยวิธีที่ดีกว่าแก่พวกเขา เขาก็จะเป็นมิตรที่ดี
Fussılet 41:35
และไม่มีผู้ใดที่จะมีคุณลักษณะที่ดีนี้ได้นอกจากบรรดาผู้อดทนต่อการละเมิด และสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ จากผู้คน และจะไม่มีผู้ใดที่จะมีคุณลักษณะนั้น นอกจากผู้ที่มีโชคลาภอันใหญ่หลวงเพราะคุณลักษณะนั้นมีความดีและให้ประโยชน์อันมากมาย
Fussılet 41:36
และหากชัยฏอนยุแหย่อยู่ตลอดเวลาด้วยสิ่งที่ไม่ดี พวกเจ้าจงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ และจงวอนขอต่อพระองค์เถิด แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยินในคำพูดของเจ้าผู้ทรงรอบรู้สถานะของพวกเจ้า
Fussılet 41:37
และหนึ่งในสัญญาณของอัลลอฮ์ที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์คือกลางคืนและกลางวัน ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ พวกเจ้า โอ้มนุษย์เอ๋ย อย่าได้สุญูดให้แก่ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ แต่จงสุญูดแด่อัลลอฮ์เพียงองค์เดียวผู้ที่ทรงสร้างพวกมัน หากพวกเจ้าจะเคารพภักดีแก่พระองค์อย่างแท้จริง
Fussılet 41:38
แต่ถ้าพวกเจ้าหยิ่งยโสและผินหลังให้ และไม่สูญูดต่ออัลลอฮ์ผู้เป็นผู้สร้าง ดังนั้นมลาอิกะฮ์ที่อยู่ ณ ที่อัลลอฮ์ ก็จะสรรเสริญพระองค์และสดุดีพระองค์ในเวลากลางคืนและกลางวันด้วยกันโดยที่พวกเขาจะไม่เหนื่อยหน่ายในการเคารพภักดีของพวกเขา
Fussılet 41:39
และหนึ่งในสัญญาณของอัลลอฮ์ที่บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่และความเป็นเอกภาพของพระองค์ และบ่งบอกถึงความสามารถของพระองค์ในการฟื้นคืนชีพนั้น คือการที่คุณเห็นว่าแผ่นดินที่ไม่มีต้นไม้ใดๆ เมื่อพระองค์ทรงหลั่งน้ำฝนลงมาบนมันก็จะมีการขยับเนื่องจากการเจริญเติบโตของเมล็ดที่ซ่อนอยู่ และจะงอกเงยขึ้นมา แท้จริงพระองค์ผู้ซึ่งให้แผ่นดินที่ตายแล้วมีชีวิตด้วยต้นไม้ต่างๆ ขึ้นมานั้น แน่นอนพระองค์สามารถฟื้นคืนชีพคนที่ตายและนำพวกเขาไปสู่การสอบสวนและตอบแทน แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงอนุภาพเหนือทุกสิ่งไม่เป็นการลำบากเลยสำหรับพระองค์ที่จะฟื้นแผ่นดินหลังจากการตายของมันได้หรือการฟื้นคืนชีพของคนตายและการให้มีชีวิตขึ้นมาจากหลุมฝังศพของพวกเขา
Fussılet 41:40
แท้จริงบรรดาผู้ที่บิดเบือนในสัญญาณของอัลลอฮ์จากความถูกต้องด้วยการปฏิเสธและกล่าวโกหกและบิดเบือนสถานะของพวกเขาไม่ได้ถูกซ่อนหรือปกปิดจากเรา เรารู้จักพวกเขาดี ผู้ที่ถูกโยนลงในนรกจะดีกว่าหรือผู้ที่มาอย่างปลอดภัยจากการลงโทษในวันกิยามะฮฺ? จงกระทำตามสิ่งที่พวกเจ้าปรารถนาเถิดจากสิ่งที่ดีหรือชั่ว แท้จริงเราได้ให้ความชัดเจนแก่พวกเจ้าในความดีและความชั่วแล้ว แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรู้เห็นทั้งสองในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ ไม่มีอะไรปกปิดได้ในการงานของพวกเจ้า
Fussılet 41:41
แท้จริงบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลกุรอ่าน เมื่อได้มายังพวกเขา จากอัลลอฮ์ แน่นอนพวกเขาจะถูกลงโทษในวันกิยามะฮ์ และแท้จริงคำภีร์อัลกุรอ่านเป็นคัมภีร์ที่มีเกียรติยิ่ง ไม่สามารถที่จะบิดเบือนอัคระได้และไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงมันได้
Fussılet 41:42
ความเท็จจากข้างหน้าและจากข้างหลังจะไม่คืบคลานด้วยการเพิ่มหรือลด เปลี่ยนแปลงหรือบิดเบือนเข้าไปสู่อัลกุรอ่านได้ เพราะเป็นการประทานจากพระผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้างผู้ทรงสามารถและบทบัญญัติของเขา ผู้ที่อ่อนโยนในทุกสถานการณ์
Fussılet 41:43
โอ้ ท่านเราะสูล ไม่มีสิ่งใดที่ถูกกล่าวแก่เจ้าจากการปฏิเสธเว้นแต่สิ่งที่ได้กล่าวแก่เราะสูลก่อนหน้าพวกท่านว่า จงอดทน แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้นผู้ทรงให้อภัยแก่บ่าวที่กลับใจต่อพระองค์ และทรงเป็นผู้ลงโทษอย่างเจ็บปวดสำหรับผู้ที่ยังคงมีความผิดบาปอยู่และไม่กลับใจ
Fussılet 41:44
และหากเราได้ประทานอัลกุรอ่านมาเป็นภาษาที่ไม่ไช่ภาษาอาหรับ แน่นอนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาจะกล่าวว่า ทำไมไม่อธิบายจนให้เรามีความเข้าใจ อัลกุรอ่านนั้นเป็นภาษาต่างชาติ และ ผู้ที่นำมาเป็นคนอาหรับกระนั้นหรือ? จงกล่าวเถิดโอ้ท่านเราะสูล แก่พวกเขา อัลกุรอ่านนั้นสำหรับผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮและเชื่อต่อท่านเราะสูล และเป็นการชี้แนะสำหรับผู้ที่หลง และเป็นยาบำบัดหัวใจจากความโง่เขลา ส่วนบรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์นั้น อัลกุรอ่านจะทำให้หูของพวกเขาหนวก และนัยน์ตาของพวกเขาบอดไม่เข้าใจในอัลกุรอ่าน ผู้ที่ถูกอธิบายถึงคุณลักษณะเหล่านี้เสมือนว่าเป็นคนที่ถูกร้องเรียกจากสถานที่อันไกล แล้วพวกเขาจะได้ยินการเชิญชวนได้อย่างไร?
Fussılet 41:45
และแน่นอนเราได้ประทานคมภีร์อัต-เตาเราะฮฺแก่ท่านนบีมูซาแล้วได้เกิดการขัดเเย้งกันขึ้น บางคนในพวกเขาเชื่อศรัทธาต่อคัมภีร์และอีกบางคนปฏิเสธมัน และถ้าอัลลอฮ์ไม่ได้สัญญาไว้ว่าจะแยกปวงบ่าวในวันกิยามะฮ์ในขณะที่พวกเขาแตกต่างกันไปในการตัดสินที่แตกต่างกันในอัต-เตาเราะฮ์ พระองค์ทรงทำให้ชัดเจนระหว่างความถูกต้องและผิด ทรงให้เกียรติแก่ผู้ที่ทำถูกต้องและดูถูกผู้ที่ทำผิดและแท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธากำลังสงสัยจากอัลกุรอ่านเป็นที่น่าสงสัย
Fussılet 41:46
ผู้ใดกระทำความดีดังนั้นประโยชน์ของความดีนั้นก็จะได้แก่ตัวของเขาเอง พระเจ้าไม่ได้รับประโยชน์จากความดีของผู้ใดเลย และผู้ใดกระทำความชั่วก็จะได้แก่ตัวของเขาเอง และพระเจ้าก็ไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากความชั่วของบ่าวเลย และพระองค์จะทรงตอบแทนทั้งหมดในสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ และพระเจ้าของเจ้านั้น โอ้ท่านเราะสูล ไม่ทรงอธรรมต่อปวงบ่าวของพระองค์ ดังนั้นพระองค์จะไม่ทรงตัดออกจากความดีของพวกเขา และไม่ทรงเพิ่มในความชั่วของพวกเขา
Fussılet 41:47
ความรู้แห่งวันอวสานนั้นขึ้นกับพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น,ดังนั้นพระองค์เท่านั้นคือผู้ที่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่,จึงไม่มีผู้ใดอื่นจากพระองค์รู้เรื่องดังกล่าว,และไม่มีผลไม้ใดออกมาจากกลีบดอกที่ห่อหุ้มมัน และไม่มีหญิงใดตั้งครรภ์ หรือให้กำเนิด เว้นแต่ด้วยความรอบรู้ของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดจากเรื่องดังกล่าวจะผ่านพ้นพระองค์ไปได้ และวันที่พระองค์ทรงเรียกบรรดาผู้ที่ตั้งภาคี ที่เคยสักการะบูชาบรรดาเจว็ดพร้อมกับพระองค์ เพื่อเป็นการเยาะเย้ยพวกเขาที่ได้ทำการเคารพสักการะบรรดาเจว็ดเหล่านั้นว่า "ไหนเล่าภาคีทั้งหลายของข้า ที่พวกเจ้านั้นอ้างว่าพวกเขาเป็นภาคี?" พวกเขากล่าวว่า "เราขอสารภาพต่อหน้าพระองค์ วันนี้ไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเราเป็นพยานว่าพระองค์มีภาคี"
Fussılet 41:48
และบรรดาเจว็ดที่พวกเขาเคยวิงวอนกราบไหว้นั้นได้เตลิดหนีไปจากพวกเขา และพวกเขาเชื่อมั่นว่า พวกเขานั้นไม่มีทางหนีสำหรับพวกเขาที่จะหลบหนีการลงโทษของอัลลอฮ์ไปได้
Fussılet 41:49
มนุษย์ไม่เคยเบื่อหน่ายต่อการวิงวอนขอการมีสุขภาพที่ดี ความมั่งคั่ง ลูก และความสุขทางโลกอื่นๆ แต่เมื่อความยากจนและโรคภัยไข้เจ็บมาประสบแก่พวกเขาเข้า เขาก็จะท้อถอยหมดอาลัยจากความเมตตาของอัลลอฮ์เป็นอย่างมาก
Fussılet 41:50
และเมื่อเราได้ให้เขาลิ้มรสการมีสุขภาพที่ดี ความมั่งคั่งและความสุขสบายหลังจากที่ได้ประสบกับความทุกข์ยากและโรคภัยต่างๆ แน่นอนเขาก็จะกล่าวว่า นี่คือความสามารถของฉัน เพราะฉันเป็นผู้ที่คู่ควรและเหมาะสมกับมัน และฉันไม่คิดว่าวันแห่งการอวสานนั้นจะเกิดขึ้น แต่ถ้าหากว่าวันแห่งการอวสานเกิดขึ้นจริง แน่นอนฉันก็จะอยู่ในฐานะที่ร่ำรวยและมีทรัพย์สิน ณ ที่อัลลอฮ์ ดั่งที่พระองค์ได้ทรงประทานให้แก่ฉันในโลกดุนยา เพราะความเหมาะสมของฉันต่อเรื่องดังกล่าว พระองค์จึงทรงประทานให้แก่ฉันในวันอาคิเราะฮ์ด้วย ดังนั้นเรา(อัลลอฮ์)จะให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้รู้เห็นในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืน และแน่นอนเราจะให้พวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษอันรุนแรง
Fussılet 41:51
และเมื่อเราประทานความโปรดปรานแก่มนุษย์ ด้วยการให้มีสุขภาพที่ดีและควมสุขสบายอื่น ๆ เขาก็จะละเลยการรำลึกถึงอัลลอฮ์และการเชื่อฟังต่อพระองค์ และเขาก็เหินห่างและปลีกตัวออกไปข้าง ๆ อย่างโอหัง และเมื่อโรคภัยไข้เจ็บ ความยากจนและอื่น ๆ มาประสบแก่เขา เขาก็เป็นผู้วิงวอนขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮ์อย่างมาก ด้วยการระบายต่อพระองค์ถึงความทุกข์ที่ประสบแก่เขา เพื่อให้พระองค์ขจัดทุกข์นั้นไปจากเขา แต่เขาไม่ขอบคุณผู้อภิบาลของเขาเมื่อพระองค์ทรงประทานความโปรดปรานให้แก่เขา และไม่อดทนต่อบททดสอบของพระองค์เมื่อพระองค์ทรงทดสอบเขา
Fussılet 41:52
จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย -แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาว่า “จงบอกฉันมาเถิดว่า หากอัลกุรอานนี้มาจากอัลลอฮ์ แล้วพวกเจ้าปฏิเสธและไม่ศรัทธาตอมัน ดังนั้นพวกเจ้าจะเป็นอย่างไร?! และใครกันแน่ที่จะหลงทางมากกว่าคนที่ดื้อรั้นต่อความจริง ทั้งที่ความจริงนั้นปรากฎชัดเจน ด้านการเป็นหลักฐานที่กระจ่างชัดและมีน้ำหนัก?!
Fussılet 41:53
เราจะให้พวกปฏิเสธศรัทธากุร็อยชฺได้เห็นสัญญาณทั้งหลายของเราในแผ่นดินอันไกลโพ้น จากสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงพิชิตมันให้แก่บรรดาผู้ศรัทธาและเราจะให้พวกเขาได้เห็นสัญญาณทั้งหลายของเราในตัวของพวกเขาเองด้วยการพิชิตเมืองมักกะฮ์ จนเป็นที่ประจักษ์แก่พวกเขาด้วยกับสิ่งที่ทำให้หายสงสัยว่า อัลกุรอานนั้นเป็นความจริงที่ไม่มีการเคลือบแคลงใดๆในนั้น บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นยังไม่พอเพียงอีกหรือว่า อัลกุรอานคือสัจธรรม ด้วยการเป็นพยานของอัลลอฮ์ ว่ามันนั้นมาจากพระองค์?! แล้วจะมีใครเป็นพยานที่จะยิ่งใหญ่ไปกว่าอัลลอฮ์?! ดังนั้นถ้าหากพวกเขาปรารถนาในสัจธรรมอย่างแท้จริง แน่นอนพวกเขาย่อมพอเพียงต่อการเป็นพยานของพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา
Fussılet 41:54
พึงรู้เถิดว่า แท้จริงบรรดาผู้ตั้งภาคีนั้น อยู่ในการสงสัยของพวกเขาเกี่ยวกับการพบพระเจ้าของพวกเขาในวันกิยามะฮ์ เนื่องจากพวกเขาปฏิเสธการฟื้นคืนชีพ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ศรัทธาต่อวันอาคิเราะฮ์ ด้วยเหตุนี้ชี้ถึงว่า พวกเขาไม่ได้เตรียมการงานที่ดีสำหรับวันนั้นเลย พึงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงครอบคลุมทุกสิ่งด้วยความรู้และความสามารถ
Şûrâ 42:1
ฮา มีม อัยนฺ ซีน กอฟ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์
Şûrâ 42:2
ฮา มีม อัยนฺ ซีน กอฟ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์
Şûrâ 42:3
ดังเช่นวะฮ์ยูนี้แหละ ที่ได้วะฮ์ยูให้แก่เจ้า โอ้มุฮัมมัดเอ๋ย และแก่บรรดานบีของอัลลอฮ์ก่อนหน้าเจ้า อัลลอฮ์ผู้ทรงอำนาจในการจัดการกับศัตรูของพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการบริหารจัดการและการสร้างของพระองค์
Şûrâ 42:4
สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง การครอบครองและการบริหารจัดการ ล้วนเป็นสิทธิของพระองค์ทั้งสิ้น และพระองค์เป็นผู้สูงส่งด้วยตัวของพระองค์เองและอำนาจและการปกครองของพระองค์เอง ผู้ทรงยิ่งใหญ่ในตัวตนของพระองค์
Şûrâ 42:5
ส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ก็คือท้องฟ้าทั้งที่ความยิ่งใหญ่และความสูงของมันเกือบจะแยกออกจากกันเหนือแผ่นดิน มลาอิกะฮ์ต่างเชิดชูสรรเสริญพระเจ้าของพวกเขา ด้วยการยอมจำนนและด้วยความเคารพต่อพระองค์ และพวกเขาขออภัยโทษจากอัลลอฮ์แด่ผู้ที่อยู่ในแผ่นดิน พึงรู้เถิด แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัยโทษบาปของปวงบ่าวของพระองค์ที่สำนึกผิด และพระองค์ทรงเมตตาพวกเขา
Şûrâ 42:6
และบรรดาผู้ที่ยึดถือเอาเจว็ดเป็นผู้คุ้มครองพวกเขา และพวกเขาก็เคารพสักการะมันอื่นจากพระองค์นั้น อัลลอฮ์ทรงเฝ้าดูพวกเขา จดบันทึกการงานต่าง ๆ ของพวกเขา และจะตอบแทนพวกเขาตามการงานนั้น ๆ และเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- มิใช่ผู้ถูกมอบหมายให้ดูแลการงานต่าง ๆ ของพวกเขา ดังนั้นเจ้าจะไม่ถูกถามเกี่ยวกับการงานของพวกเขา เจ้าเป็นเพียงแค่ผู้เผยแผ่เท่านั้น
Şûrâ 42:7
และดั่งเช่นที่เราได้วะฮ์ยูแก่บรรดานบีก่อนหน้าเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เราก็ได้วะฮ์ยูอัลกุรอานเป็นภาษาอาหรับแก่เจ้า เพื่อเจ้าจะได้ตักเตือนชาวมักกะฮ์ และผู้คนที่อยู่รอบเมืองนั้น จากเมืองอาหรับต่าง ๆ แล้วมวลมนุษย์ทั้งหลาย และจงตักเตือนให้ผู้คนเกรงกลัวต่อวันกิยามะฮ์ซึ่งเป็นวันที่พระองค์จะทรงรวบรวมทั้งผู้คนในยุคแรก ๆ และยุคสุดท้าย ไว้ในแผ่นดินเดียวกันเพื่อการสอบสวนและการตอบแทน ไม่มีการสงสัยใดๆ เกี่ยวกับการที่วันนั้นจะเกิดขึ้น และผู้คนจะถูกแบ่งออกเป็น สองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งจะอยู่ในสวรรค์ ซึ่งพวกเขาคือบรรดาผู้ศรัทธา และอีกกลุ่มหนึ่งจะอยู่ในไฟที่ลุกโชติช่วง ซึ่งพวกเขาคือ พวกปฏิเสธศรัทธา
Şûrâ 42:8
และหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ทำให้พวกเขาเป็นประชาชาติเดียวกันอยู่ในศาสนาอิสลาม แน่นอนพระองค์จะทรงทำให้พวกเขาเป็นประชาชาติเดียวกันอยู่บนศาสนาอิสลาม และให้ทั้งหมดได้เข้าสวรรค์ แต่มันเป็นความปรีชาญาณของพระองค์ที่ได้กำนดไว้ว่าพระองค์จะทรงให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เข้าสู่อิสลาม และให้เขาได้เข้าสวรรค์ ส่วนบรรดาผู้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเอง ด้วยการปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืนนั้น พวกเขาไม่มีผู้คุ้มครอง ที่จะคุ้มครองพวกเขา และไม่มีผู้ช่วยเหลือ ที่จะช่วยเหลือพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษของอัลลอฮ์ได้
Şûrâ 42:9
แต่ว่าบรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นได้ยึดเอาผู้คุ้มครองอื่นจากอัลลอฮ์ คุ้มครองพวกเขา และอัลลอฮ์คือผู้คุ้มครองที่แท้จริง ดังนั้นสิ่งอื่นใดจากพระองค์ไม่สามารถให้ประโยชน์และให้โทษใด ๆ ได้ และพระองค์คือผู้ทรงให้ชีวิตแก่คนตาย โดยการทำให้พวกเขาฟื้นคืนชีพเพื่อการสอบสวนและการตอบแทน และไม่มีสิ่งใดทำให้พระองค์อ่อนแอได้
Şûrâ 42:10
และสิ่งใดที่พวกเจ้าขัดแย้งกัน โอ้มนุษย์เอ๋ย ในเรื่องใดๆก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลักการของศาสนาหรือเรื่องปลีกย่อยของมัน ดังนั้นการชี้ขาดตัดสินย่อมกลับไปหาอัลลอฮ์ ดังนั้นจงนำเรื่องนั้นกลับไปยังคัมภีร์ของอัลลอฮ์และแบบอย่างของท่านเราะสูลของพระองค์ ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ผู้ที่มีคุณลักษณะเช่นนี้นั้น คือพระเจ้าของฉัน แด่พระองค์เท่านั้น ฉันขอมอบหมายการงานทั้งหมดของฉันต่อพระองค์ และยังพระองค์เท่านั้นฉันจะกลับไปหาด้วยการกลับเนื้อกลับตัวสำนึกผิด
Şûrâ 42:11
อัลลอฮ์คือผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินโดยไม่มีแบบอย่างใดๆ พระองค์ทรงสร้างจากพวกเจ้าซึ่งคู่ครองสำหรับพวกเจ้า พระองค์ทรงสร้างอูฐ วัวควาย และแกะเป็นคู่ๆ สำหรับพวกเจ้า เพื่อพวกมันจะได้มีจำนวนที่เพิ่มขึ้นเพื่อพวกเจ้า พระองค์ทรงสร้างพวกเจ้าพร้อมกับคู่ครองเพื่อพวกเจ้าโดยการแต่งงาน พระองค์ทรงให้การดำรงชีวิตของพวกเจ้าผ่านทางปศุสัตว์ที่พระองค์ทรงทำเพื่อพวกเจ้า จากเนื้อและนมของพวกมัน ไม่มีสิ่งใดจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างมาเหมือนพระองค์ พระองค์คือผู้ทรงได้ยินคำกล่าวของบรรดาบ่าวของพระองค์ และพระองค์ผู้ทรงเห็นการกระทำของพวกเขา ไม่มีสิ่งใดหลุดรอดจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาสำหรับการกระทำของพวกเขา ถ้าดีก็ด้วยดี และหากชั่วก็ด้วยการตอบแทนที่ชั่ว
Şûrâ 42:12
กุญแจคลังแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเป็นสิทธิ์ของพระองค์เท่านั้น พระองค์ทรงเพิ่มพูนปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์ เพื่อเป็นการทดสอบว่า เขาจะขอบคุณหรือจะเนรคุณ และทรงให้มันคับแคบแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ เพื่อเป็นการทดสอบว่า เขาจะอดทนหรือจะไม่พอใจในการกำหนดของอัลลอฮ์? แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้ในทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดปกปิดพระองค์ จากสิ่งที่มีให้คุณประโยชน์แก่ปวงบ่าวของพระองค์ได้
Şûrâ 42:13
พระองค์ได้ทรงกำหนดศาสนาแก่พวกเจ้าเช่นเดียวกับที่เราได้ทรงบัญชาแก่นูหฺให้เผยแผ่และปฏิบัติมัน และที่เราได้วะฮฺยูแก่เจ้า โอ้เราะสูลเอ๋ย ก็เช่นเดียวกับที่เราได้บัญชาแก่อิบรอฮีม และมูซา และอีซาว่าให้เผยแผ่และปฏิบัติมัน จึงสรุปพระบัญชานั้นได้ว่า ให้พวกเจ้าจงดำรงศาสนาไว้ให้มั่นคง และละทิ้งการแตกแยกกันในเรื่องของศาสนา แต่การการเรียกร้องสู่การให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ และการละทิ้งการเคารพสักการะสิ่งอื่นจากพระองค์นั้น มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับบรรดาผู้ตั้งภาคี อัลลอฮ์ทรงเลือกผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์และช่วยเหลือเขาเพื่อการเคารพภักดีและการเชื่อฟังพระองค์ และทรงชี้แนะทางผู้ที่หันหน้ากลับสู่พระองค์จากหมู่พวกเขา ด้วยการกลับเนื้อกลับตัวสำนึกผิดจากบาปของเขา
Şûrâ 42:14
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและผู้ตั้งภาคีพวกเขามิได้แตกแยกกัน เว้นแต่หลังจากที่หลักฐานแห่งการแต่งตั้งท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้มายังพวกเขา และความแตกแยกของพวกเขาที่เกิดขึ้นมิได้มาจากสาเหตุใดเลย นอกจากความริษยาและการอธรรม และหากมิใช่การกำหนดของอัลลอฮ์ที่มีก่อนหน้านี้ ว่าพระองค์จะทรงประวิงเวลาการลงโทษพวกเขาออกไปจนการทั่งถึงวาระที่พระองค์ทรงกำหนดไว้แล้ว นั่นคือวันกิยามะฮ์ แน่นอนอัลลอฮ์จะทรงตัดสินระหว่างพวกเขา และจะรีบลงโทษพวกเขา เนื่องจากการปฏิเสธของพวกเขาที่มีต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์ และแท้จริงบรรดายะฮูดผู้ที่สืบทอดคัมภีร์เตารอต และคริสเตียนผู้สืบทอดคัมภีร์อินญีลหลังจากบรรพบุรุษของพวกเขาและหลังบรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านี้ จะอยู่ในการสงสัยกังขาเกี่ยวกับคัมภีร์อัลกุรอาน ที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม นำมา แล้วพวกเขาก็ปฏิเสธมัน
Şûrâ 42:15
จงเรียกร้องเชิญชวนสู่ศาสนาที่เที่ยงธรรมนี้เถิด และจงดำรงมั่นอยู่บนมันตามที่อัลลอฮ์ทรงบัญชาเจ้า และอย่าได้ปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขา และจงกล่าวขณะโต้ตอบกับพวกเขาว่า "ฉันได้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดาคัมภีร์ที่อัลลอฮ์ทรงประทานลงมาแก่บรรดาเราะสูลของพระองค์ และอัลลอฮ์ทรงบัญชาฉันให้ตัดสินระหว่างพวกท่านด้วยความเที่ยงธรรม อัลลอฮ์คือผู้ที่ฉันเคารพภักดี พระองค์คือพระเจ้าของเราและพระเจ้าของพวกท่านทั้งหมด ผลของการงานที่ดีหรือไม่ดีของฉันก็จะได้แก่ฉันและผลของการงานที่ดีหรือไม่ดีของพวกท่าน ก็จะได้แก่พวกท่าน ไม่มีการโต้แย้งใด ๆ ระหว่างพวกเรากับพวกท่านหลังจากเหตุผลและเป้าหมายถูกทำให้ชัดเจนแล้ว อัลลอฮ์จะทรงรวบรวมพวกเราทั้งหมด และยังพระองค์คือทางกลับไปในวันกิยามะฮ์และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเราทุกคนอย่างเหมาะสม จากนั้นจะเห็นได้ชัดว่าใครถูกใครผิด ใครจริงและใครเท็จ
Şûrâ 42:16
และบรรดาผู้ที่โต้แย้งด้วยข้อโต้แย้งที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับศาสนาที่ถูกประทานลงมายังมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม หลังจากที่ผู้คนได้ยอมรับมันแล้ว บรรดาผู้โต้แย้งเหล่านั้น การโต้แย้งของพวกเขาก็ไร้ค่าและไร้ประโยชน์ในทัศนะของพระเจ้าของพวกเขาและบรรดาผู้ศรัทธา มันไม่มีผลใดๆเลย และพวกเขาจะได้รับความกริ้วโกรธจากอัลลอฮ์ เนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาและการปฏิเสธสัจธรรมของพวกเขา และพวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างสาหัสที่รอพวกเขาอยู่ในวันกิยามะฮ์
Şûrâ 42:17
อัลลอฮ์คือผู้ประทานคัมภีร์อัลกุรอานลงมาด้วยความจริงที่ไม่มีการสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับกุรอานนั้นและทรงประทานความยุติธรรมมาเพื่อตัดสินระหว่างมนุษย์ด้วยความเที่ยงธรรม และวันอวสานที่พวกเขาเหล่านั้นปฏิเสธนั้น อาจอยู่ใกล้ ๆ นี่เอง และเป็นที่รู้กันว่าทุกสิ่งที่ย่างเข้ามา มันใกล้เสมอ
Şûrâ 42:18
บรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่อวันอวสานได้เร่งเร้าจะให้มันเกิดขึ้น เนื่องจากพวกเขาไม่ศรัทธาต่อการสอบสวน การตอบแทนและการลงโทษ ส่วนบรรดาผู้ศรัทธาก็มีความหวั่นกลัวในเรื่องวันอวสานนั้น เพราะพวกเขากลัวต่อผลที่พวกเขาต้องไปพบเจอในวันนั้น และพวกเขารู้อย่างเชื่อมั่นว่ามันเป็นความจริง ที่ไม่มีการสงสัยใด ๆ ในเรื่องนี้ พึงรู้เถิดว่า แท้จริงบรรดาผู้โต้เถียงและโต้แย้งกันเกี่ยวกับเรื่องวันอวสานและสงสัยในการเกิดขึ้นขอดงมัน แน่นอนพวกเขาจะอยู่ในการหลงออกจากสัจรรมอย่างไกลพ้น
Şûrâ 42:19
อัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเอ็นดูต่อปวงบ่าวของพระองค์ ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ โดยทรงทำให้ริสกีกว้างขวางแก่เขา และทรงทำให้มันคับแคบแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ ด้วยกับวิทยปัญญาและความอ่อนโยนของพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงพลังที่ไม่มีผู้ใดเอาชนะได้ ผู้ทรงอำนาจที่สามารถกำจัดศัตรูของพระองค์
Şûrâ 42:20
ผู้ใดปรารถนาผลตอบแทนในปรโลก โดยเป็นผู้ปฏิบัติการงานของเขาเพื่อวันปรโลก เราจะตอบแทนให้แก่เขาหลายเท่า เพราะ 1 ความดีจะเท่ากับ 10 ความดีของความดีนั้น ไปจนถึง 700 เท่า และอีกหลายๆ เท่า และผู้ใดปรารถนาผลตอบแทนในโลกดุนยาอย่างเดียว เราจะให้แก่เขาบางส่วนที่ถูกกำหนดไว้สำหรับเขาในดุนยานี้ และสำหรับเขาจะไม่ได้ส่วนใด ๆ อีกในปรโลก เพราะเขาได้ใช้มันไปแล้วในโลกดุนยา
Şûrâ 42:21
หรือว่าพวกตั้งภาคีเหล่านั้นมีพระเจ้าต่าง ๆอื่นจากอัลลอฮ์ และบรรดาพระเจ้าเหล่านั้นก็ได้กำหนดศาสนาแก่พวกเขา ซึ่งอัลลอฮ์มิได้ทรงอนุมัติให้กำหนดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตั้งภาคีต่อพระองค์และการทำให้สิ่งที่พระองค์ทรงอนุมัติเป็นที่ต้องห้าม และทำสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามให้เป็นที่อนุมัติ และหากมิใช่เวลาที่อัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดไว้ก่อนแล้ว เพื่อตัดสินระหว่างบรรดาผู้ขัดแย้ง พระองค์จะทรงชะลอพวกเขาออกไปยังพระองค์ เพื่อที่จะตัดสินระหว่างพวกเขา และแท้จริงบรรดาผู้ที่อธรรมต่อตัวของพวกเขาเองด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์และการฝ่าฝืนต่อพระองค์นั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันแสนเจ็บปวดที่กำลังรอพวกเขาอยู่ในวันกิยามะฮ์
Şûrâ 42:22
เจ้าจะเห็น -โอ้เราะสูลเอ๋ย- บรรดาผู้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเองโดยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์และทำการฝ่าฝืนจะเป็นผู้หวั่นกลัวการลงโทษ เนื่องจากความผิดบาปที่พวกเขาขวนขวายเอาไว้ และการลงโทษนั้นจะต้องเกิดขึ้นแก่พวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นความหวาดกลัวที่ปราศจากการกลับเนื้อกลับตัวสำนึกผิด จะไม่เกิดประโยชน์แก่พวกเขา ส่วนบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์และปฏิบัติการงานที่ดีต่าง ๆ ที่ทำตรงกันข้ามกับผู้ปฏิเสธศรัทธา พวกเขาจะเพลิดเพลินอยู่ในอุทยานแห่งสรวงสวรรค์ สำหรับพวกเขาจะได้รับความโปรดปรานที่ไม่มีวันสิ้นสุด ณ ที่พระเจ้าของพวกเขา นั่นคือความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีสิ่งใดมาเทียบได้
Şûrâ 42:23
นั่นคือข่าวดีอันยิ่งใหญ่ ที่อัลลอฮ์ทรงแจ้งข่าวดีนั้นโดยผ่านเราะซูลของพระองค์แก่บรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและบรรดาเราะซูลของพระองค์ และปฏิบัติความดีต่าง ๆ จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูลเอ๋ย ฉันมิได้ร้องขอค่าตอบแทนใด ๆ ในการเผยแผ่สัจธรรมจากพวกเจ้าเลย เว้นแต่เพียงค่าตอบแทนเดียวเท่านั้นที่ประโยชน์ของมันย้อนกลับไปยังพวกเจ้า นั่นคือ พวกเจ้าต้องมีความรักใคร่ต่อฉัน เสมือนว่าฉันเป็นเครือญาติใกล้ชิดของพวกเจ้า และผู้ใดกระทำความดี เราจะเพิ่มพูนความดีในนั้นให้แก่เขา ซึ่ง 1 ความดีนั้น เท่ากับ10 เท่าของความนั้น แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัยยิ่งสำหรับความผิดบาปของปวงบ่าวของพระองค์ที่กลับเนื้อกลับตัวสู่พระองค์ ผู้ทรงขอบคุณยิ่งสำหรับการงานต่าง ๆ ที่ดีของพวกเขา ที่พวกเขาปฏิบัติมันเพื่อพระองค์
Şûrâ 42:24
ส่วนหนึ่งจากคำกล่าวอ้างของบรรดาผู้ตั้งภาคีนั้น คือ มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้อุปโลกน์อัลกุรอานนี้ขึ้นมา แล้วอ้างว่าเป็นของพระเจ้าของเขา และอัลลอฮ์ทรงโต้ตอบพวกเขาไปว่า ถ้าหากว่าเจ้าพูดกับตัวเจ้าเองว่า เจ้าจะทำการอุปโลกน์ความเท็จขึ้นมา แน่นอนเราจะผนึกหัวใจของเจ้า และเราจะขจัดความเท็จที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาให้หมดไป และเราจะทำให้ความจริงยังคงอยู่ แต่เมื่อเรื่องราวมันมิได้เป็นเช่นนั้น ก็แสดงให้เห็นถึงความสัจจะของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ว่าแท้จริงท่านนั้นคือผู้ที่ถูกประทานวะฮ์ยูมาให้จากพระเจ้าของเขา แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในหัวใจของปวงบ่าวของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดจากเรื่องดังกล่าวปกปิดพระองค์ได้
Şûrâ 42:25
และพระองค์คือผู้ทรงรับการขออภัยโทษของปวงบ่าวของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืน เมื่อพวกเขาได้กลับเนื้อกลับตัวสู่พระองค์และพระองค์ทรงผ่อนปรนความผิดบาปที่พวกเขากระทำไว้ และพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเจ้ากระทำ ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดจากการงานของพวกเจ้าปกปิดพระองค์ได้และพระองค์จะทรงตอบแทนสิ่งที่กระทำไปนั้น
Şûrâ 42:26
และพระองค์ทรงตอบรับการวิงวอนของบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดาเราะสูลของพระองค์ และพวกเขากระทำความดีต่างๆ และพระองค์จะทรงเพิ่มพูนจากความโปรดปรานของพระองค์แก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขามิได้ขอ และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์นั้น พวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างรุนแรงที่กำลังรอพวกเขาอยู่ในวันกิยามะฮ์
Şûrâ 42:27
และหากอัลลอฮ์ทรงให้ปัจจัยยังชีพอย่างกว้างขวางแก่ปวงบ่าวของพระองค์ทั้งหมด แน่นอนพวกเขาก็จะก่อความเสียหายขึ้นในแผ่นดินด้วยการอธรรม แต่พระองค์ทรงให้ปัจจัยยังชีพให้ตามปริมาณที่พระองค์ทรงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้กว้างขวางหรือจำกัดให้คับแคบ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงตระหนักรู้และทรงเห็นถึงสภาพต่าง ๆ ของปวงบ่าวของพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงให้ด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง และทรงระงับด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง เช่นเดียวกัน
Şûrâ 42:28
และพระองค์คือผู้ทรงหลั่งน้ำฝนลงมายังปวงบ่าวของพระองค์ หลังจากที่พวกเขาหมดหวังจากการตกของมัน และพระองค์ทรงทำให้ฝนแผ่กระจายออกไป แผ่นดินจึงงอกเงย และพระองค์เป็นผู้ทรงควบคุมดูแลกิจการต่าง ๆ ของปวงบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงได้รับการสรรเสริญในทุกสภาพการณ์
Şûrâ 42:29
และส่วนหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายของอัลลอฮ์ที่บ่งบอกถึงความเกรียงไกรและความเป็นเอกภาพของพระองค์ คือการสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและสร้างแผ่นดิน และสิ่งถูกสร้างต่างๆ ที่แปลกประหลาดที่พระองค์ทรงทำให้กระจายออกไปในทั้งสองและพระองค์เป็นผู้ทรงอานุภาพที่จะรวบรวมและให้การตอบแทนพวกเขาเมื่อพระองค์ทรงประสงค์ สิ่งดังกล่าวนั้นมิได้ทำให้ความสามารถของพระองค์อ่อนลง ดั่งเช่นการสร้างพวกเขาขึ้นมาในครั้งแรกก็มิได้ทำให้ความสามารถของพระองค์อ่อนลงแต่อย่างใด
Şûrâ 42:30
และเคราะห์กรรมอันใดที่ประสบแก่ตัวของพวกเจ้าหรือทรัพย์สินของพวกเจ้า โอ้มนุษย์เอ๋ย ก็เนื่องด้วยน้ำมือของพวกเจ้าได้ขวนขวายไว้จากการฝ่าฝืน และพระองค์ทรงอภัยต่อความผิดให้แก่พวกเจ้ามามากต่อมากแล้ว โดยไม่เอาโทษพวกเจ้า
Şûrâ 42:31
และพวกเจ้าไม่สามารถจะหนีรอดไปจากพระเจ้าของเจ้าได้ หากพระองค์ทรงประสงค์ที่จะลงโทษพวกเจ้า และสำหรับพวกเจ้านั้นไม่มีผู้คุ้มครองใด ที่จะคุ้มครองดูแลกิจการต่าง ๆ ของพวกเจ้า, และไม่มีผู้ช่วยเหลือใด ที่จะช่วยปกป้องพวกเจ้าจากการถูกลงโทษ ถ้าหากพระองค์ประสงค์ที่จะลงโทษพวกเจ้า
Şûrâ 42:32
และส่วนหนึ่งจากบรรดาสัญญาณของอัลลอฮ์ที่แสดงถึงความสามารถและเอกภาพของพระองค์ คือเรือที่แล่นไปในทะเลเหมือนภูเขาสูงตระหง่าน
Şûrâ 42:33
หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ให้ลมที่พัดเรือนั้นให้นิ่ง พระองค์ก็จะทรงทำอย่างนั้น แล้วเรือนั้นก็จะหยุดนิ่งในมหาสมุทรไม่ขยับไปไหน แท้จริงในสิ่งที่ได้กล่าวมาที่เกี่ยวกับการสร้างเรือและการใช้ลมนั้น ย่อมเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่แสดงถึงอำนาจของอัลลอฮ์สำหรับทุกคนที่อดทนต่อความทุกข์ยากและบททดสอบต่างๆ และผู้ที่ขอบคุณสำหรับความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่มีต่อเขา
Şûrâ 42:34
หรือพระองค์จะทรงทำให้เรือนั้นอับปางลงก็ได้โดยการส่งลมพายุมาทำลายมัน เนื่องด้วยความชั่วที่มนุษย์นั้นขวนขวายเอาไว้ และพระองค์ทรงมองข้ามบาปมากมายของปวงบ่าวของพระองค์ ดังนั้นพระองค์จึงไม่ลงโทษพวกเขาในความผิดนั้น
Şûrâ 42:35
และเพื่อให้บรรดาผู้โต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาณทั้งหลายของอัลลอฮ์จะได้รู้ว่า ขณะที่เรือกำลังถูกทำลายด้วยลมพายุที่ถูกส่งมานั้น สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่มีทางที่จะหลบหนีไปจากความพินาศนั้นได้ เนื่องจากเรืออับปางไปแล้ว ดังนั้นพวกเขาจะไม่วิงวอนขอจากผู้ใดนอกจากอัลลอฮ์ และพวกเขาจะละทิ้งทุกสิ่งนอกจากพระองค์
Şûrâ 42:36
และสิ่งใดที่พวกเจ้าได้รับนั้น -โอ้มนุษย์เอ๋ย- ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง เกียรติยศชื่อเสียงหรือลูก ๆ มันเป็นเพียงความเพลิดเพลินแห่งชีวิตทางโลกนี้เท่านั้น แล้วมันก็จะสลายหายไป และความสุขที่ยั่งยืน คือความสุขแห่งสรวงสวรรค์ ที่อัลลอฮ์ทรงตระเตรียมไว้สำหรับบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และต่อบรรดาเราะสูลของพระองค์ และแด่พระเจ้าของพวกเขาพระองค์เดียวเท่านั้นที่พวกเขามอบหมายไว้วางใจในกิจการต่าง ๆ ของพวกเขาทุกอย่าง
Şûrâ 42:37
และบรรดาผู้ที่หลีกเลี่ยงจากบาปใหญ่และสิ่งที่น่ารังเกียจผิดศีลธรรม เมื่อพวกเขาโกรธผู้ที่ทำผิดต่อพวกเขาด้วยคำพูดหรือการกระทำ พวกเขาจะยกโทษให้กับความผิดของพวกเขาและไม่เอาความใดๆ กับพวกเขา และการให้อภัยนี้เป็นเป็นความกรุณาจากพวกเขา หากในนั้นมีความดีและเกิดประโยชน์
Şûrâ 42:38
และบรรดาผู้ตอบรับพระบัญชาของพระเจ้าของพวกเขา โดยการปฏิบัติสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และละทิ้งสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม และดำรงไว้ซึ่งการละหมาดในรูปแบบที่สมบูรณ์ และบรรดาผู้ที่ปรึกษาหารือกันในกิจการต่างๆ ที่สำคัญของพวกเขา และพวกเขาบริจาคสิ่งที่เราได้ให้แก่พวกเขาเพื่ออัลลอฮ์
Şûrâ 42:39
และบรรดาผู้ที่เมื่อมีความอยุติธรรมเกิดขึ้นกับพวกเขา พวกเขาก็แก้แค้นเพื่อเป็นการเคารพและให้เกียรติแก่ตัวของพวกเขาเอง หากผู้อธรรมนั้นไม่ใช่ผู้ที่ควรได้รับการให้อภัย และการแก้แค้นนี้นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ชอบธรรม โดยเฉพาะเมื่อมีการให้อภัยแล้ว ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ
Şûrâ 42:40
และผู้ใดที่ต้องการสิทธิ์ของเขาคืน เขาก็สามารถกระทำได้ แต่ต้องเท่าๆกัน โดยไม่มีการล่วงเกินหรือการล่วงละเมิดใดๆ และผู้ใดให้อภัยแก่ผู้ที่ทำผิดต่อเขา และไม่เอาผิดเขาในความผิดที่เขาได้ทำไว้ และไกล่เกลี่ยคืนดีกันระหว่างเขากับพี่น้องของเขาแล้ว ดังนั้นรางวัลตอบแทนของเขาอยู่ที่อัลลอฮ์ แท้จริงพระองค์ไม่ทรงรักผู้ที่อธรรมต่อผู้อื่น ต่อชีวิต ทรัพย์สินหรือเกียรติยศของพวกเขา แต่ยิ่งไปกว่านั้นพระองค์ทรงเกลียดบรรดาผู้อธรรมเหล่านั้น
Şûrâ 42:41
และผู้ใดแก้แค้นเพื่อตัวของเขาเองแล้ว ดังนั้นชนเหล่านั้นจะไม่มีการเอาผิดใดๆ กับพวกเขา เนื่องจากพวกเขาได้เอาสิทธิ์ของพวกเขาคืน
Şûrâ 42:42
แท้จริงการเอาผิดและการลงโทษนั้นมีไว้สำหรับผู้ที่อธรรมต่อผู้อื่น และพวกเขาจะกระทำบนหน้าแผ่นดินี้ด้วยการฝ่าฝืน ชนเหล่านี้พวกเขาจะได้รับการลงโทษอันแสนเจ็บปวดในอาคีเราะฮ์
Şûrâ 42:43
ส่วนผู้ที่อดทนกับผลกระทบจากผู้อื่นมาที่ทำต่อเขา และได้ให้อภับต่อเขา ดังนั้น แท้จริงการอดทนนั้นคือสิ่งที่จะนำความดีมาสู่ตัวเขาและสังคมและมันเป็นเรื่องที่น่ายกย่องเชิดชูและไม่มีผู้ใดได้รับการช่วยเหลือเช่นนี้ นอกจากผู้ที่มีความโชคดีอันใหญ่หลวง
Şûrâ 42:44
และผู้ใดถูกอัลลอฮ์ทำให้หันเหไปจากทางนำและหลงทางจากความจริงแล้ว ดังนั้นจะไม่มีสำหรับเขาผู้คุ้มครองใด ๆ หลังจากพระองค์ที่จะคอยคุ้มครองกิจการของเขาอีก และเจ้าจะเห็นบรรดาผู้อธรรมที่อธรรมต่อตนเองด้วยการปฏิเสธศรัทธาและทำสิ่งที่ผิดศีลธรรม ซึ่งเมื่อพวกเขาได้เห็นการลงโทษในวันกิยามะฮ์ด้วยสายตาของพวกเขาเอง พวกเขาจะกล่าวด้วยสภาพของผู้ที่หวังอย่างลม ๆ แล้ง ๆ ว่า "จะมีทางกลับสู่โลกนี้อีกไหม เพื่อเราจะสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮ์?"
Şûrâ 42:45
และเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- จะเห็นบรรดาผู้อธรรมเหล่านั้นขณะที่พวกเขาถูกนำมาอยู่ตรงหน้าไฟนรก ซึ่งพวกเขานั้นตกต่ำและน่าสังเวช พวกเขามองดูผู้คนอย่างหลบสายตา เนื่องจากความกลัวของพวกเขาที่มีต่อไฟนรก และบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และบรรดาเราะสูลของพระองค์จะกล่าวว่า “แท้จริงบรรดาผู้ที่สูญเสียที่แท้จริงคือ บรรดาผู้ที่ทำตัวของพวกเขาและครอบครัวของพวกเขาเกิดความสูญเสียในวันกิยามะฮ์ ด้วยสิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอกับการลงโทษของอัลลอฮ์” พึงทราบเถิด แท้จริงบรรดาผู้ที่อธรรมต่อตัวเองด้วยการปฏิเสธศรัทธาและกระทำสิ่งที่ผิดศีลธรรมนั้น พวกเขาจะอยู่ในการลงโทษที่นิรันดร์ ไม่มีวันจบสิ้น
Şûrâ 42:46
และสำหรับพวกเขาจะไม่มีผู้คุ้มครองให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขา ด้วยการทำให้พวกเขารอดพ้นจากการลงโทษของออัลลอฮ์ในวันกิยามะฮ์ได้ และผู้ใดที่อัลลอฮ์ทำให้หันเหไปจากสัจธรรมและหลงทางจากความจริงแล้ว ดังนั้นจะไม่มีสำหรับเขาหนทางที่จะนำพาเขาไปสู่การดลใจสู่สัจธรรมได้อย่างแน่นอน
Şûrâ 42:47
โอ้มนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าทั้งหลายจงตอบรับการเรียกร้องของพระเจ้าของพวกเจ้าเถิด โดยการรีบเร่งไปสู่การปฏิบัติสิงที่พระองค์ทรงใช้และห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามและละทิ้งการผลัดวันประกันพรุ่ง ก่อนที่วันกิยามะฮ์จะมาถึง ซึ่งถ้ามันมาถึงแล้ว ไม่มีผู้ใดขวางมันได้ สำหรับพวกเจ้านั้นจะไม่มีที่พักพิงใดให้พวกเจ้าหลบอาศัย และพวกเจ้าก็จะไม่มีทางปฏิเสธใด ที่จะปฏิเสธความผิดที่พวกเจ้าได้ก่อไว้ในโลกดุนยาด้วย
Şûrâ 42:48
และหากพวกเขาผินหลังให้ในสิ่งที่เจ้าสั่งใช้พวกเขา ดังนั้น โอ้เราะสูลเอ๋ย เรามิได้ส่งเจ้ามายังพวกเขาเพื่อเป็นผู้คุ้มกันรักษาการงานของพวกเขา หน้าที่ของเจ้ามิใช่อื่นใด นอกจากการเผยแผ่สิ่งเจ้าถูกใช้ให้เผยแผ่เท่านั้น และการสอบสวนพวกเขาเป็นหน้าที่ของอัลลอฮ์ และแท้จริงถ้าเราจะให้มนุษย์ลิ้มรสความเมตตาจากเราไม่ว่าจะเป็นความมั่งคั่งและการมีสุขภาพพลานามัยที่ดีหรืออื่น ๆ เขาก็จะยินดีปรีดาต่อความเมตตานั้น และหากมนุษย์ประสบกับเคราะห์กรรมที่พวกเขาไม่ชอบ ซึ่งเกิดจากความผิดบาปของพวกเขา แท้จริงโดยธรรมชาติพวกเขานั้น คือการเนรคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์และจะไม่สำนึกในความโปรดปราณนั้นและไม่พอใจต่อสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดด้วยวิทยปัญญาของพระองค์
Şûrâ 42:49
อำนาจเด็ดขาดแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์ พระองค์ทรงสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงหรือสิ่งอื่น ๆ พระองค์ทรงประทานลูกสาวแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และไม่ประทานลูกชายให้แก่เขา และทรงประทานลูกชายแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และไม่ประทานลูกหญิงให้แก่เขา หรือทรงประทานทั้งลูกชายและลูกสาวให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เป็นหมัน ไม่สามารถมีลูกได้ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ต่อสิ่งที่เป็นปัจจุบันและรอบรู้ต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต และนี่คือการรอบรู้และฮิกมะฮ์ของพระองที่สมบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดปกปิดพระองค์ได้และไม่มีสิ่งใดบั่นทอนความสามารถของพระองค์ได้
Şûrâ 42:50
อำนาจเด็ดขาดแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์ พระองค์ทรงสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงหรือสิ่งอื่น ๆ พระองค์ทรงประทานลูกสาวแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และไม่ประทานลูกชายให้แก่เขา และทรงประทานลูกชายแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และไม่ประทานลูกหญิงให้แก่เขา หรือทรงประทานทั้งลูกชายและลูกสาวให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงทำให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เป็นหมัน ไม่สามารถมีลูกได้ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ต่อสิ่งที่เป็นปัจจุบันและรอบรู้ต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต และนี่คือการรอบรู้และฮิกมะฮ์ของพระองที่สมบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดปกปิดพระองค์ได้และไม่มีสิ่งใดบั่นทอนความสามารถของพระองค์ได้
Şûrâ 42:51
และไม่เป็นการบังควรแก่มนุษย์คนใดที่จะให้อัลลอฮ์สนทนากับเขา เว้นแต่โดยทางวะฮ์ยูด้วยการดลใจหรือด้วยวิธีอื่น หรือโดยที่พระองค์ทรงตรัสแก่เขา โดยที่มนุษย์คนนั้นได้ยินพระองค์แต่มองไม่เห็นพระองค์ หรือด้วยการส่งทูตมายังเขา เช่น ญิบรีล แล้วเขา(มะลัก) ก็จะนำวะฮ์ยูมาให้เราะสูล ตามสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ที่จะให้วะฮ์ยู แท้จริงพระองค์ -มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์- เป็นผู้ทรงสูงส่งทั้งในด้านตัวตนและคุณลักษณะของพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การกำหนดสภาวะการณ์และการกำหนดบทบัญญัติของพระองค์
Şûrâ 42:52
และดังที่เราได้ประทานลงมาแก่บรรดานบีก่อนหน้าเจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- เราได้ประทานอัลกุรอานจากเราแก่เจ้า ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอะไรคือคัมภีร์แห่งฟากฟ้าที่ถูกประทานลงมาแก่บรรดาเราะสูล และก่อนหน้านี้เจ้าไม่เคยรู้เลยว่าคำว่า “ศรัทธาคืออะไร?” แต่เราได้ส่งอัลกุรอานนี้ลงมาเป็นแสงสว่าง ซึ่งเราได้ชี้แนะผู้ที่เราประสงค์จากปวงบ่าวของเรา และแท้จริงพระองค์ทรงแนะนำมนุษย์ไปสู่แนวทางอันเที่ยงตรง นั่นคือศาสนาแห่งอิสลาม
Şûrâ 42:53
คือทางของอัลลอฮ์ พระองค์ผู้ซึ่งทุกสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและทุกสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์เพียงผู้เดียว ทั้งในด้านการสร้าง การครอบครอง และการบริหารจัดการ ทุกกิจการขึ้นกับอัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ทั้งในด้านการกำหนดและการจัดการ
Zuhruf 43:1
ฮา มีม ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์
Zuhruf 43:2
อัลลอฮ์ทรงสาบานด้วยอัลกุรอานที่อธิบายถึงเส้นทางแห่งการชี้นำไปสู่สัจธรรม
Zuhruf 43:3
แท้จริงเราได้ทำให้อัลกุรอานเป็นภาษาอาหรับ เพื่อหวังให้พวกเจ้า -โอ้ บรรดาผู้ที่อัลกุรอานถูกประทานลงมาด้วยภาษาของพวกเจ้า-ได้ใช้ปัญญาใคร่ครวญในความหมายของมัน และเข้าใจมัน เพื่อพวกเจ้าจะได้นำไปเผยแพร่ยังประชาชาติกลุ่มอื่นๆ
Zuhruf 43:4
และแท้จริงอัลกุรอานนั้นอยู่ในแม่บทแห่งคัมภีร์ (อัลเลาฮุลมะฮฺฟูซ) ซึ่งมีสถานะที่สูงส่ง และเปี่ยมด้วยปรัชญา บรรดาโองการทั้งหลายของมันได้ครอบคลุมทั้งคำสั่งใช้และคำสั่งห้าม
Zuhruf 43:5
จะให้เราละทิ้งการประทานอัลกุรอานลงมายังพวกเจ้า ด้วยการเมินเฉยต่อมัน เพียงเพราะพวกเจ้ามีการตั้งภาคีและกระทำในสิ่งที่ผิดศีลธรรมกันอย่างมากมายกระนั้นหรือ? เราไม่ทำเช่นนั้นแน่ แต่ด้วยความเมตตาที่มีต่อพวกเจ้า ทำให้ต้องทำตรงกันข้ามกับสิ่งนั้น
Zuhruf 43:6
และกี่มากน้อยแล้ว ที่เราได้ส่งนบีมายังประชาชาติยุคก่อน ๆ
Zuhruf 43:7
และไม่มีนบีคนใดที่มาจากอัลลอฮ์ ที่ได้มายังประชาชาติยุคก่อน ๆ เว้นแต่ประชาชาติเหล่านั้นจะต้องเยาะเย้ยเขา
Zuhruf 43:8
ดังนั้นเราจึงได้ทำลายหมู่ชนซึ่งมีความเข้มแข็งทางสมรรถภาพเหล่านั้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย ที่เราจะทำลายหมู่ชนที่มีความอ่อนแอกว่าพวกเขาและลักษณะการทำลายชนชาติรุ่นก่อน ๆ ก็ได้มีระบุไว้แล้ว เช่น พวกอ๊าด พวกษะมู๊ด กลุ่มชนของลูฏและชาวมัดยัน
Zuhruf 43:9
และหากเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ถามพวกตั้งภาคีและพวกปฏิเสธศรัทธาว่า ใครเล่าเป็นผู้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและใครเล่าเป็นผู้สร้างแผ่นดินนี้? แน่นอนพวกเขาจะกล่าวตอบคำถามของเจ้าว่า ผู้สร้างมันก็คือ พระผู้ทรงอำนาจที่ไม่มีผู้ใดเอาชนะพระองค์ได้ ผู้ทรงรอบรู้ในทุก ๆ สิ่ง
Zuhruf 43:10
อัลลอฮ์คือผู้ทรงปูพื้นพิภพให้แก่พวกเจ้า เพื่อให้พวกเจ้าได้เหยียบย่ำด้วยเท้าของพวกเจ้า และทรงทำให้มีถนนหนทางในแผ่นดินนั้น ทั้งบนภูเขาและในหุบเขา เพื่อพวกเจ้าจะได้ใช้มันในการเดินทางของพวกเจ้า
Zuhruf 43:11
และเป็นผู้ทรงหลั่งน้ำลงมาจากฟากฟ้าตามปริมาณที่เพียงพอสำหรับพวกเจ้าและเพียงพอสำหรับปศุสัตว์และพืชผลของพวกเจ้า และด้วยน้ำนั้นเราได้ทรงทำให้แผ่นดินที่แห้งแล้งที่ไม่มีพืชพันธุ์ใด ๆ อยู่เลย มีชีวิตชีวาขึ้น และดั่งที่อัลลอฮ์ทรงทำให้แผ่นดินที่แห้งแล้งกลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยพืชพันธุ์ต่าง ๆ เช่นนั้นแหละพระองค์จะทรงทำให้พวกเจ้ามีชีวิตเพื่อวันแห่งการฟื้นคืนชีพ
Zuhruf 43:12
และเป็นผู้ทรงสร้างทุกสิ่งเป็นคู่ๆ เช่น กลางคืนและกลางวัน เพศชายและเพศหญิงและอื่นๆ และทรงทำให้เรือและปศุสัตว์เป็นสิ่งที่พวกเจ้าใช้ขี่เป็นพาหนะในการเดินทางของพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจะขี่เรือในทะเลและจะขี่ปศุสัตว์ของพวกเจ้าบนบก
Zuhruf 43:13
พระองค์ทรงทำสิ่งดังกล่าวทุกอย่างเพื่อพวกเจ้า โดยหวังว่าพวกเจ้าจะได้นั่งอยู่บนหลังสิ่งที่พวกเจ้าขี่อย่างมั่นคงในการเดินทางของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะได้รำลึกถึงความโปรดปรานของพระเจ้าของพวกเจ้า ที่พระองค์นั้นทรงทำให้มันเกิดความสะดวกแก่พวกเจ้า เมื่อพวกเจ้าได้นั่งขี่บนหลังมันอย่างเรียบร้อยแล้ว แล้วพวกเจ้าก็จะกล่าวว่า "มหาบริสุทธิ์ผู้ทรงให้พาหนะนี้เป็นความสะดวกแก่เรา เราจึงควบคุมมันได้และเรานั้นไม่สามารถที่จะควบคุมมันได้ หากอัลลอฮ์มิทรงทำให้มันเชื่อง"
Zuhruf 43:14
และแท้จริงเราจะต้องเป็นผู้ที่กลับไปยังพระเจ้าของเราเพียงพระองค์เดียวอย่างแน่นอน หลังจากการตายของเรา เพื่อการสอบสวนและตอบแทน
Zuhruf 43:15
และพวกตั้งภาคีอ้างว่ามีบางส่วนจากบรรดาสิ่งถูกสร้าง ได้แยกส่วนออกมาจากผู้สร้าง เมื่อพวกเขากล่าวว่า บรรดามลาอิกะฮ์เป็นบุตรสาวของอัลลอฮ์ แท้จริงมนุษย์ที่พูดเช่นนี้ จะเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาอย่างแน่นอน ด้วยการปฏิเสธและหลงผิดอย่างชัดเจน
Zuhruf 43:16
หรือพวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย- จะกล่าวว่า อัลลอฮ์ทรงเลือกเอาลูสาวจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างเพื่อตัวของพระองค์เอง และพระองค์ทรงเลือกลูกชายให้แก่พวกเจ้ากระนั้นหรือ?! นี่มันคือการแบ่งชนิดแบบไหนกันที่พวกเจ้าอ้าง?!
Zuhruf 43:17
และเมื่อผู้ใดในหมู่พวกเขาได้รับข่าวว่า ได้ลูกสาวที่เขาได้พาดพิงนางไปยังพระเจ้าของเขา ใบหน้าของเขากลายเป็นหมองคล้ำเนื่องจากกังวลและโศกเศร้าอย่างรุนแรง และเขาก็กลายเป็นคนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ดังนั้นเขาจะพาดพิงสิ่งที่เขาเองยังเศร้าโศกเสียใจไปยังพระเจ้าของเขาได้อย่างไร ในเมื่อเขาได้รับข่าวเช่นนั้น
Zuhruf 43:18
พวกเขาจะพาดพิงผู้ที่ถูกเลี้ยงดูมาท่ามกลางเครื่องประดับไปยังพระเจ้าของเขา ทั้งที่ในการโต้เถียงของเขาก็ไม่มีชัดเจนในคำพูด เนื่องด้วยความเป็นผู้หญิงของเขากระนั้นหรือ?!
Zuhruf 43:19
และพวกเขาเหล่านั้นได้เรียกมลาอิกะฮ์ ซึ่งเป็นบ่าวของพระผู้ทรงกรุณาปรานีว่าเป็นเพศหญิง พวกเขาอยู่ในเหตุการณ์ขณะที่อัลลอฮ์สร้างมลาอิกะฮ์กระนั้นหรือ พวกเขาถึงได้รู้ว่าบรรดามลาอิกะฮ์เป็นเพศหญิง?! บรรดามลาอิกะฮฺจะจดบันทึกการเป็นพยานของพวกเขา และพวกเขาจะถูกสอบสวนเกี่ยวกับมันในวันกิยามะฮ์และจะถูกลงโทษเนื่องจากการปฏิเสธของพวกเขา
Zuhruf 43:20
และพวกเขาก็กล่าวโดยการอ้างถึงการกำหนดสภาวะการณ์มาใช้เป็นหลักฐานว่า "หากอัลลอฮ์ ทรงประสงค์มิให้พวกเราเคารพสักการะบรรดามลาอิกะฮ์แล้ว พวกเราก็จะไม่เคารพสักการะพวกเขา แต่การที่พระองค์ทรงประสงค์จากเราต่อเรื่องดังกล่าวนั้น ก็แสดงว่าพระองค์ทรงพอพระทัยสิ่งนั้น พวกเขาไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับคำพูดของพวกเขาเลย พวกเขาไม่มีอะไรเลยนอกจากกล่าวเท็จเท่านั้น
Zuhruf 43:21
หรือว่าเราได้ประทานคัมภีร์เล่มหนึ่งแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นก่อนหน้าอัลกุรอาน ซึ่งคัมภีร์นั้นอนุญาตให้พวกเขาเคารพสักการะสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์?! ดังนั้นพวกเขาจึงยึดมั่นในคัมภีร์นั้นไว้อย่างมั่นคงและใช้มันเป็นหลักฐาน
Zuhruf 43:22
ไม่ มันไม่ใช่อย่างนั้น พวกเขากล่าวโดยการอ้างเพราะการเลียนแบบมาเป็นหลักฐานว่า "แท้จริงเราได้พบเห็นบรรพบุรุษของเราก่อนหน้าพวกเราอยู่ในศาสนานี้ และพวกเขาก็เคยเคารพบูชาเจว็ดทั้งหลาย ดังนั้นเราจึงดำเนินตามแนวทางของพวกเขาในการที่จะเคารพสักการะเจว็ดเหล่านั้น"
Zuhruf 43:23
และเช่นเดียวกับที่พวกเขาเหล่านี้โกหกและอ้างการตามบรรพบุรุษของพวกเขาเป็นหลักฐาน เราไม่เคยส่งเราะสูลท่านใดไปยังเมื่องใดเมื่องหนึ่งก่อนหน้าเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เว้นแต่บรรดาผู้นำที่เป็นผู้มั่งมีในเมืองนั้นจะกล่าวว่า “แท้จริงแล้ว เราได้พบว่าบรรพบุรุษของเราได้อยู่ในความเชื่อแห่งศาสนาหนึ่ง และเราได้เดินตามรอยเท้าของพวกเขา” ดังนั้นกลุ่มชนของเจ้าจึงไม่ใช่กลุ่มแรกที่ทำอย่างนั้น
Zuhruf 43:24
เราะสูลของพวกเขากล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกเจ้าจะยังคงปฏิบัติตามบรรพบุรุษของพวกเจ้าอีกหรือ ถึงแม้ว่าฉันได้นำมาให้พวกท่าน ซึ่งสิ่งที่ดีกว่าศาสนาของพวกเขาที่พวกท่านกำลังยึดถืออยู่? พวกเขากล่าวว่า "แท้จริงเราเป็นผู้ปฏิเสธต่อสิ่งที่ท่านและบรรดาเราะสูลที่ถูกส่งมาก่อนหน้าท่าน"
Zuhruf 43:25
ดังนั้นเราได้ตอบแทนบรรดาหมู่ชนที่ปฏิเสธบรรดาเราะสูลก่อนหน้าเจ้า แล้วเราก็ทำลายพวกเขา ดังนั้นเจ้าจงใคร่ครวญดูเถิดว่าจุดจบของพวกที่ปฏิเสธต่อบรรดาเราะสูลเป็นเช่นไร ? แน่นอนมันเป็นจุดจบที่เจ็บปวด
Zuhruf 43:26
และจงรำลึกเถิด โอ้เราะสูเอ๋ย เมื่ออิบรอฮีมได้กล่าวแก่บิดาของเขาและหมู่ชนของเขาว่า แท้จริงฉันขอปลีกตัวจากเจว็ดที่พวกท่านเคารพภักดีอื่นจากอัลลอฮ์
Zuhruf 43:27
นอกจากอัลลอฮ์ ผู้ทรงบังเกิดฉันเท่านั้น เพราะแท้จริงพระองค์จะทรงชี้แนะทางที่ดีแก่ฉันให้ไปสู่สิ่งที่มีประโยชน์แก่ฉัน จากการปฏิบัติตามศาสนาที่เที่ยงตรงของพระองค์
Zuhruf 43:28
และอิบรอฮีมได้ทำให้คำกล่าวชะฮาดะฮ์ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์)คงอยู่ต่อไปกับลูกหลานของเขาที่มาหลังเขา ดังนั้นจะยังคงมีคนในหมู่พวกเขาที่ศรัทธาในเอกภาพต่อัลลอฮ์ และไม่นำสิ่งอื่นมาเป็นภาคีกับพระองค์ โดยหวังว่าพวกเขาจะกลับมาสู่อัลลอฮ์ด้วยการกลับเนื้อกลับตัวสำนึกผิดจากการตั้งภาคีและจากการกระทำที่ผิดศีลธรรม
Zuhruf 43:29
เราไม่รีบเร่งที่จะทำลายล้างบรรดาตั้งภาคีที่ปฏิเสธเหล่านั้น แต่เราจะให้พวกเขามีควาสุขกับการใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ และเราได้ให้บรรพบุรุษของพวกเขามีความสุขก่อนหน้าพวกเขา จนกระทั่งอัลกุรอานและเราะสูล ผู้ประกาศสาสน์อย่างชัดแจ้ง นั่นก็คือมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้มายังพวกเขา
Zuhruf 43:30
ครั้นเมื่ออัลกุรอาน ซึ่งมันคือสัจธรรมที่ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ในนั้นได้มายังพวกเขา พวกเขาก็กล่าวว่า "นี่คือเวทมนตร์ที่มุฮัมมัดทำใส่เรา และแท้จริงพวกเราเป็นผู้ปฏิเสธมัน แล้วเราจะไม่ศรัทธาต่อมันอย่างแน่นอน"
Zuhruf 43:31
บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฎิเสธศรัทธาได้กล่าวว่า “ทำไมอัลลอฮ์ไม่ทรงประทานอัลกุรอานนี้ไปยังหนึ่งในสองบุคคลสำคัญจากเมืองมักกะฮ์หรือเมืองตออิฟ นั่นคือ วะลีด บิน อุกบะฮ์ และอุรวะฮ์ บินมัซอู้ด อัษษะเกาะฟี่ แทนการประทานให้แก่มูฮัมมัดผู้ยากไร้และกำพร้า”
Zuhruf 43:32
โอ้เราะซูลเอ๋ย พวกเขาเป็นผู้แบ่งปันความเมตตาแห่งพระเจ้าของเจ้ากระนั้นหรือ? พวกเขาได้ให้ความเมตตานั้นแก่ผู้ที่พวกเขาต้องการ และได้ระงับแก่ผู้ที่พวกเขาต้องการ หรือว่ามันเป็นหน้าที่ของอัลลอฮ์? เราต่างหากที่เป็นผู้จัดสรรปัจจัยยังชีพของพวกเขาระหว่างพวกเขาในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ และเราได้ทำให้บางคนเป็นคนรวยและบางคนเป็นคนจน เพื่อพวกเขาจะได้ใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน และความเมตตาของพระเจ้าของเจ้าที่มีต่อปวงบ่าวของพระองค์นั้นดียิ่งกว่าสิ่งที่พวกเขาได้สะสมไว้ในโลกนี้ที่ไม่จีรัง
Zuhruf 43:33
และหากมิใช่มนุษย์ทั้งหลายจะได้เป็นประชาชาติหนึ่งเดียวกันในการปฏิเสธศรัทธาแล้ว แน่นอนเราจะให้หลังคาบ้านของผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ทำด้วยเงิน และบันไดที่พวกเขาขึ้นก็ทำด้วยเงินเช่นกัน
Zuhruf 43:34
และเราได้ทำประตูบ้านของพวกเขาและเตียงนอนของพวกเขาด้วยเงิน ซึ่งพวกเขาจะนอนเอนกายบนมัน เพื่อเป็นการหลอกล่อและทบสอบพวกเขา
Zuhruf 43:35
และเราได้ให้เครื่องประดับที่ทำด้วยทองคำแก่พวกเขา แต่ทั้งหมดนั้นมันไม่ใช่อื่นใดเลย เว้นแต่เป็นเพียงความสุขแห่งชีวิตในโลกนี้เท่านั้น คุณประโยชน์ของมันมีน้อย เนื่องจากมันไม่มีความจีรัง ส่วนความสุขที่มีอยู่ในปรโลกนั้นดียิ่งกว่า ณ ที่พระเจ้าของเจ้า โอ้เราะสูลเอ๋ย สำหรับบรรดาผู้ยำเกรงอัลลอฮ์ ด้วยการปฏิบัติสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม
Zuhruf 43:36
และผู้ใดที่มองอัลกุรอานด้วยการมองที่ไม่มีความมุ่งมั่นซึ่งมันจะนำเขาไปสู่การผินหลังให้อัลกุรอาน เขาผู้นั้นจะถูกลงโทษด้วยการครอบงำของชัยฏอนโดยจะไม่แยกจากเขาไป แล้วมันก็เพิ่มด้วยการหลอกล่อในทางที่ผิดให้แก่เขา
Zuhruf 43:37
และแท้จริงบรรดามิตรสหายที่ครอบงำบรรดาผู้ที่ผินหลังให้กับอัลกุอานนั้น แน่นอนพวกมันจะขัดขวางพวกเขาให้ออกจากศาสนาของออัลลอฮ์ จึงทำให้พวกเขาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮ์และไม่ออกห่างจากข้อห้ามต่าง ๆ ของพระองค์ พวกเขาคิดว่าพวกเขาได้รับการชี้นำสู่ความจริงแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กลับใจจากความหลงผิดของตน
Zuhruf 43:38
จนกระทั่งเมื่อผู้ผินหลังให้การรำลึกถึงอัลลอฮ์ได้มายังเราในวันกิยามะฮ์ เขาจะเปรยขึ้นโดยหวังว่า อนิจจาถ้าระหว่างฉันกับเจ้า โอ้มิตรสหายเอ๋ย มีระยะทางห่างกันเช่นทิศตะวันออกกับทิศตะวันตกก็จะดี ชั่วช้าแท้ ๆ สหายเช่นนี้
Zuhruf 43:39
อัลลอฮ์ทรงตรัสแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในวันกิยามะฮ์ว่า "และในวันนี้การมีหุ้นส่วนร่วมกันในการได้รับโทษจะไม่เกิดผลอันใดเลยแก่พวกเจ้าและพวกเจ้านั้นได้อธรรมต่อตัวของพวกเจ้าเองด้วยการตั้งภาคีและการกระทำสิ่งที่ผิดศีลธรรม ดังนั้นบรรดาหุ้นส่วนของเจ้าจะไม่แบกรับโทษของพวกเจ้าเลยแม้แต่น้อย
Zuhruf 43:40
แท้จริงคนเหล่านั้นหูหนวกจากการรับฟังสัจธรรมและตาบอดจากการเห็นมัน แล้วเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- จะทำให้คนหูหนวกได้ยินหรือทำให้คนตาบอดได้เห็น หรือชี้แนะแนวทางแก่ผู้ที่อยู่ในการหลงผิดที่ชัดแจ้งจากหนทางที่เที่ยงตรงกระนั้นหรือ?!
Zuhruf 43:41
มาตรว่าเราได้เอาชีวิตเจ้าไป โดยการทำให้เจ้าเสียชีวิตก่อนที่เราจะลงโทษพวกเขา แน่นอนเราก็จะตอบแทนพวกเขาให้สาสมในโลกนี้และอาคิเราะฮ์
Zuhruf 43:42
หรือเราจะแสดงให้เจ้าได้เห็นถึงการลงโทษบางส่วนที่เราได้เตรียมไว้ให้พวกเขา แท้จริงเรานั้นมีอานุภาพเหนือพวกเขา พวกเขาไม่สามารถทำอะไรให้เราได้
Zuhruf 43:43
ดังนั้น โอ้เราะสูลเอ๋ย เจ้าจงยึดมั่นตามสิ่งที่ได้ถูกวะฮ์ยูไว้แก่เจ้าจากพระเจ้าของเจ้า และจงปฏิบัติกับมัน แท้จริงเจ้านั้นอยู่บนแนวทางอันเที่ยงตรง ซึ่งไม่มีข้อคลุมเครือใด ๆ ในนั้น
Zuhruf 43:44
และแท้จริงอัลกุรอานย่อมเป็นเกียรติแก่เจ้าและแก่หมู่ชนของเจ้า และพวกเจ้าจะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮ์เกี่ยวกับการศรัทธาต่อมัน การปฏิบัติตามแนวทางของมันและการเรียกร้องเชิญชวนไปสู่มัน
Zuhruf 43:45
และเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- จงถามผู้ที่เราได้ส่งมาก่อนหน้าเจ้าจากบรรดาเราะสูลเถิดว่า "เราได้ตั้งพระเจ้าหลายองค์อื่นจากพระผู้ทรงกรุณาปรานี เพื่อเคารพบูชากระนั้นหรือ?!
Zuhruf 43:46
และโดยแน่นอนเราได้ส่งมูซาพร้อมด้วยสัญญาณต่าง ๆ ของเราไปยังฟิรเอาน์ และบรรดาผู้นำอาวุโสจากหมู่ชนของเขาด้วย แล้วเขา(มูซา)ก็กล่าวแก่พวกเขาว่า "แท้จริงฉันเป็นเราะสูลของพระเจ้าแห่งสิ่งถูกสร้างทั้งมวล"
Zuhruf 43:47
ครั้นเมื่อเขา(มูซา)ได้มายังพวกเขาพร้อมด้วยสัญญาณต่าง ๆ ของเรา แล้วพวกเขาก็หัวเราะเยาะเย้ยเป็นการดูถูกต่อสัญญาณเหล่านั้น
Zuhruf 43:48
และเรามิได้แสดงสัญญาณอันใดแก่ฟิรเอาน์และบรรดาผู้นำจากหมู่ชนของเขาได้เห็นที่บ่งบอกถึงความถูกต้องในสิ่งที่มูซานำมา เว้นแต่ว่าสัญญาณนั้นจะยิ่งใหญ่กว่าสัญญาณก่อนหน้านั้น และเราได้ลงโทษพวกเขาด้วยการลงโทษในโลกดุนยานี้ เพื่อว่าพวกเขาจะกลับมาสำนึกผิดจากการปฏิเสธศรัทธา แต่ว่ามันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย
Zuhruf 43:49
และพวกเขากล่าวกับมูซา หลังจากที่พวกเขาได้ประสบกับการลงโทษบางประการ ว่า "โอ้นักมายากลเอ๋ย โปรดวิงวอนขอต่อพระเจ้าของเจ้าถึงสิ่งที่ทำให้เรารอดพ้นจากการถูกลงโทษให้แก่พวกเราด้วย หากพวกเราเป็นผู้ศรัทธา แท้จริงเราจะเป็นผู้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง หากพระองค์ทรงทำให้เรารอดพ้นจากการลงโทษ
Zuhruf 43:50
ครั้นเมื่อเราได้ทำให้พวกเขาได้รอดจากการลงโทษ เมื่อนั้นพวกเขาก็ผิดสัญญาของพวกเขา และไม่ทำตามสัญญา
Zuhruf 43:51
และฟิรเอาน์ได้ประกาศท่ามกลางหมู่ชนของเขา เขากล่าวอย่างโอหังในสิ่งที่เขาครอบครองว่า "หมู่ชนของฉันเอ๋ย อาณาจักรแห่งอียิปต์นี้ มันมิได้เป็นของฉันหรอกหรือ และแม่น้ำไนล์เหล่านี้ที่ไหลผ่านเบื้องล่างวังของฉันก็เช่นกัน พวกเจ้าไม่เห็นถึงการครอบครองของฉัน และไม่รู้จักถึงความยิ่งใหญ่ของฉันกระนั้นหรือ?!
Zuhruf 43:52
ดังนั้นข้าจึงดีกว่ามูซาผู้ถูกขับไล่และเป็นคนอ่อนแอที่พูดจาไม่ดี
Zuhruf 43:53
ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทำไมอัลลอฮ์จึงไม่สวมกำไลทองให้ผู้ที่พระองค์ส่งมาเล่า? เพื่อจะได้รู้ว่าเขาคือเราะสูลของพระองค์หรือมีมลาอิกะฮ์ติดตามมาอยู่กับเขาด้วย
Zuhruf 43:54
ด้วยเหตุนี้ ฟิรเอาน์ได้หลอกลวงหมู่ชนของเขา แล้วพวกเขาก็เชื่อฟังตามการหลงผิดของเขา แท้จริงพวกเขาเป็นหมู่ชนออกจากการเชื่อฟังอัลลอฮ์
Zuhruf 43:55
เมื่อพวกเขาได้ทำให้เราโกรธ ด้วยการคงอยู่ของพวกเขากับการปฏิเสธศรัทธา เราจึงทำให้พวกเขาได้รับผลกรรมนั้น แล้วเราได้ให้พวกเขาจมน้ำทั้งหมด
Zuhruf 43:56
ดังนั้น เราได้ทำให้เรื่องราวของฟิรเอาน์และบรรดาอำมาตย์ของเขาเป็นต้นแบบแก่ผู้คนและบรรดาผู้ปฎิเสธจากหมู่ชนของเจ้าที่กระทำการอย่างพวกเขากระทำกัน และเราได้ทำให้เรื่องราวของพวกเขาเป็นบทเรียนแก่บรรดาผู้ใคร่ครวญ เพื่อพวกเขาจะได้ไม่กระทำอย่างที่พวกเขากระทำ เพื่อสิ่งที่ประสบกับพวกเขาจะได้ไม่ประสบกับพวกเขา
Zuhruf 43:57
และเมื่อบรรดาผู้ตั้งภาคีคิดว่าอีซาที่ชาวคริสต์บูชาอยู่นั้น เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในความหมายของคำตรัสของอัลลอฮ์ที่ว่า “แท้จริงพวกเจ้า (บรรดาผู้ตั้งภาคี) และสิ่งที่พวกเจ้าบูชาอื่นจากอัลลอฮ์นั้น เป็นเชื้อเพลิงของไฟนรก โดยพวกเจ้าจะเข้าไปอยู่ในนั้น” และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงห้ามการบูชาต่ออีซา เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงห้ามเคารพบูชาบรรดาเจว็ดทั้งหลาย ทันใดนั้นหมู่ชนของเจ้าก็ตระโกนโห่ร้องขณะโต้เถียง พลางกล่าวว่า พวกเราพอใจที่จะให้รูปปั้นเหล่านั้นเป็นพระเจ้าของเรา เทียบเท่าสถานะของอีซา อัลลอฮ์จึงประทานโองการลงมาเพื่อตอบโต้พวกเขาว่า แท้จริงบรรดาผู้ที่ความดีจากเราได้ประสบแก่พวกเขามาก่อนนั้น ชนเหล่านั้นเป็นผู้ที่ความดีนั้นอยู่ห่างไกลจากบรรดานบี
Zuhruf 43:58
และพวกเขากล่าวว่า "พระเจ้าทั้งหลายของเราดีกว่าหรืออีซา?! อิบนุ อัซซิบะอฺรีย์และผู้ที่อยู่ในสถานะเหมือนเขา มิได้ยกอุทาหรณ์นี้ เพื่อแสดงถึงความรักที่จะนำไปสู่สัจธรรม แต่อยากให้เกิดการโต้เถียงกันต่างหาก เพราะพวกเขาเป็นกลุ่มชนที่มีนิสัยชอบทะเลาะโต้เถียงกัน"
Zuhruf 43:59
อีซา บุตร มัรยัม มิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นบ่าวคนหนึ่งของอัลลอฮ์ ที่พระองค์ทรงให้ความโปรดปรานแก่เขา ด้วยการให้เป็นนบีและเป็นเราะสูล และเราได้ทำให้เขาเป็นแบบอย่างที่ดีแก่วงศ์วานของอิสรออีล เพื่อพวกเขาจะได้เอาอีซา มาเป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงความสามารถของอัลลอฮ์ ขณะที่พระองค์ทรงสร้างเขาโดยไม่มีพ่อ เช่นเดียวกันกับที่พระองค์ทรงสร้างอาดัม โดยไม่มีพ่อและแม่
Zuhruf 43:60
และหากเราประสงค์ที่จะทำลายล้างพวกเจ้า -โอ้ลูกหลานของอาดัมเอ๋ย- แน่นอนเราจะทำลายพวกเจ้า และเราจะตั้งบรรดามลาอิกะฮ์เป็นผู้สืบช่วงในแผ่นดินนี้แทนพวกเจ้า ซึ่งพวกเขาจะเคารพอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ และไม่นำสิ่งใดมาเป็นภาคีกับพระองค์
Zuhruf 43:61
และแท้จริงอีซาเป็นสัญญาณหนึ่งจากสัญญาณสำคัญแห่งวันอวสาน เมื่อเขาลงมาในช่วงสุดท้ายของโลก ดังนั้นอย่าได้สงสัยกับวันอวสานเพราะมันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และจงปฎิบัติตามฉันในสิ่งที่ฉันได้นำมาจากอัลลอฮ์ให้แก่พวกเจ้า สิ่งที่ฉันได้นำมานี้เป็นทางเที่ยงตรงซึ่งไม่มีความคลาดเคลื่อนใดๆเลยในนั้น
Zuhruf 43:62
และอย่าให้ชัยฏอนมาทำให้พวกเจ้าหันเหออกไปจากทางที่เที่ยงตรง โดยการยั่วยุของมัน แท้จริงมันเป็นศัตรูตัวฉกาจของพวกเจ้าอย่างชัดเจน
Zuhruf 43:63
และเมื่ออีซา อลัยฮิสสลาม ได้มายังกลุ่มชนของเขา พร้อมด้วยหลักฐานทั้งหลายอันชัดแจ้งที่บ่งบอกว่าเขาเป็นเราะสูล เขากล่าวแก่พวกเขาว่า "แน่นอนฉันถูกส่งมาจากอัลลอฮ์ได้มาหาพวกเจ้า พร้อมด้วยการเป็นนบีและเพื่อฉันจะได้ชี้แจงแก่พวกเจ้าในบางเรื่องที่พวกเจ้าขัดแย้งกันเกี่ยวกับศาสนาของพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮ์เถิด โดยการปฏิบัติในสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และหลีกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม และจงเชื่อฟังฉัน ในสิ่งที่ฉันสั่งใช้และสั่งห้ามพวกเจ้า"
Zuhruf 43:64
และแท้จริงอัลลอฮ์คือพระเจ้าของฉันและพระเจ้าของพวกเจ้า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดสำหรับพวกเรานอกจากพระองค์ ดังนั้น พวกเจ้าจงบริสุทธิ์ใจแด่พระองค์เพียงผู้เดียวในการทำอิบาดะฮ์ และการให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์นั้น คือทางอันเที่ยงตรงที่ไม่มีการคดเคี้ยวใด ๆ ในนั้น
Zuhruf 43:65
ดังนั้นกลุ่มต่าง ๆ ของคริสเตียนได้ขัดแย้งกันในเรื่องของอีซา บางกลุ่มกล่าวว่า "เขาคือพระเจ้า" บางกลุ่มกล่าวว่า "เขาคือบุตรของอัลลอฮ์" และบางกลุ่มกล่าวว่า "เขาและมารดาของเขา คือพระเจ้าทั้งคู่" ดังนั้นความวิบัติจงประสบแก่บรรดาผู้ที่อธรรมต่อตัวของเขาเองจากการลงโทษอันเจ็บปวดที่กำลังรอพวกเขาอยู่ในวันกิยามะฮ์ (เนื่องด้วยพวกเขาได้ให้คุณลักษณะแห่งความเป็นพระเจ้า หรือความเป็นลูกของพระเจ้าแก่อีซา หรือเขานั้น เป็นหนึ่งในสามองค์)
Zuhruf 43:66
กลุ่มต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับสถานะของอีซา พวกเขามิได้รอคอยสิ่งใดนอกจากวันอวสานเท่านั้น ซึ่งมันจะมาถึงพวกเขาอย่างกะทันหันโดยที่พวกเขาไม่รู้สึกถึงการมาของมันกระนั้นหรือ?! และถ้าหากว่ามันมาถึงพวกเขา ในสภาพที่พวกเขาปฏิเสธศรัทธา แท้จริงทางกลับไปของพวกเขาคือการลงโทษอันแสนเจ็บปวด
Zuhruf 43:67
บรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหายที่อยู่กับการปฏิเสธศรัทธาและการหลงผิด จะเป็นศัตรูระหว่างกันในวันกิยามะฮ์ นอกจากบรรดาผู้ยำเกรงอัลลอฮ์เท่านั้น โดยการปฏิบัติในสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และหลีกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม ดังนั้นการเป็นมิตรกันของผู้ที่มีความยำเกรงนั้น เป็นการเป็นมิตรที่นิรันดร์
Zuhruf 43:68
และอัลลอฮ์ทรงตรัสแก่พวกเขาว่า "โอ้ปวงบ่าวของข้าเอ๋ย ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ แก่พวกเจ้าในวันนี้ต่อสิ่งที่พวกเจ้าจะต้องเผชิญกับมัน และพวกเจ้าก็จะไม่เศร้าสลดต่อสิ่งที่พวกเจ้าพลาดไป ในโชคลาภแห่งโลกดุนยา"
Zuhruf 43:69
บรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลกุรอานที่ถูกประทานลงมายังเราะสูลของพวกเขาและพวกเขาเป็นผู้นอบน้อมต่ออัลกุรอาน โดยจะปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของมัน และจะละทิ้งสิ่งต้องห้ามของมัน
Zuhruf 43:70
พวกเจ้าจงเข้าไปในสรวงสวรรค์ ทั้งตัวของพวกเจ้าและผู้ที่มีศรัทธาเยี่ยงพวกเจ้า พวกเจ้าจะมีความสุขกับสิ่งพวกเจ้าจะได้พบ จากความโปรดปรานอันถาวรที่ไม่มีวันหมดสิ้นและไม่ขาดสาย
Zuhruf 43:71
คนรับใช้พวกเขาจะนำภาชนะที่ทำด้วยทองและแก้วน้ำที่ถูกปกปิดอย่างมิดชิดมาเวียนรอบๆพวกเขา และในสวรรค์นั้น จะมีสิ่งที่จิตใจของพวกเขาต้องการและสายตาของพวกเขาชื่นชมยินดีเมื่อได้เห็นมัน และพวกเจ้าจะพำนักอยู่ในนั้น โดยจะไม่ออกจากมันตลอดกาล
Zuhruf 43:72
และนั่นคือสรวงสวรรค์ที่ฉันได้สาธยายลักษณะของมันให้แก่พวกเจ้า มันคือสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ให้เป็นมรดกแก่พวกเจ้า ตามการงานที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ ซึ่งมันเป็นความกรุณาจากพระองค์
Zuhruf 43:73
ในสรวงสวรรค์นั้นจะมีผลไม้มากมายสำหรับพวกเจ้าอย่างไม่ขาดสาย จากผลไม้นั้นพวกเจ้าได้กิน
Zuhruf 43:74
แท้จริงบรรดาผู้กระทำความผิด ด้วยการปฏิเสธศรัทธาและด้วยการกระทำในสิ่งที่ผิดศีลธรรมนั้น จะอยู่ในการลงโทษในนรกญะฮันในวันกิยามฮ์ โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล
Zuhruf 43:75
การลงโทษนั้นจะไม่ถูกลดหย่อนแก่พวกเขา และพวกเขาจะอยู่ในการลงโทษนั้นอย่างผู้ที่สิ้นหวังในความเมตตาของอัลลอฮ์
Zuhruf 43:76
และเรามิได้อธรรมต่อพวกเขา ขณะที่เราทำให้พวกเขาเข้าไปในไฟนรก แต่พวกเขาเองต่างหากที่เป็นผู้อธรรมต่อตัวเองด้วยการปฏิเสธศรัทธา
Zuhruf 43:77
และพวกเขาเรียกมลาอิกะฮ์ผู้ดูแลนรก(ชื่อมาลิก) โดยกล่าวว่า "โอ้มาลิกเอ๋ย โปรดให้พระผู้อภิบาลของเจ้าจัดการให้เราตายเสียเถิด เพราะเราจะได้ไม่ทนทุกข์ทรมานกับการถูกลงโทษ" ดังนั้นมาลิกจึงตอบพวกเขาว่า "แท้จริงพวกเจ้าจะเป็นผู้พำนักอยู่ในการลงโทษนั้นตลอดไป พวกเจ้าจะไม่ตายและการลงโทษก็จะไม่ขาดหายไปจากพวกเจ้า"
Zuhruf 43:78
โดยแน่นอนเราได้นำความจริงที่ไม่มีข้อสงสัยเคลือบแคลงใด ๆ มายังพวกเจ้าในโลกดุนยาแล้ว แต่ส่วนมากของพวกเจ้าเป็นผู้ชิงชังต่อความจริงนั้น
Zuhruf 43:79
และหากพวกเขาวางแผนปองร้ายท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม และได้เตรียมกลอุบายใด ๆ ไว้แล้ว ดังนั้นแน่นอนเราก็จะวางแผน ที่มันเหนือกว่าแผนของพวกเขาเช่นกัน
Zuhruf 43:80
หรือพวกเขาคิดว่า เราไม่ได้ยินความลับที่พวกเขาซ่อนไว้ในใจ หรือที่พวกเขากระซิบระหว่างกันเป็นความลับ เปล่าเลย! แท้จริงเราได้ยินสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด และบรรดามลาอิกะฮ์ที่อยู่กับพวกเขา ได้ทำการบันทึกทุกสิ่งที่พวกเขากระทำกัน
Zuhruf 43:81
จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ที่พาดพิงถึงอัลลอฮ์ว่าพระองค์ทรงมีบุตรสาว อัลลอฮ์ทรงสูงส่งเหนือคำกล่าวของพวกเขายิ่งนัก อัลลอฮ์ไม่มีบุตร พระองค์ทรงบริสุทธิ์จากเรื่องดังกล่าว ดังนั้นฉันเป็นคนแรกในหมู่ผู้เคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ ที่ให้ความบริสุทธิ์แด่พระองค์
Zuhruf 43:82
มหาบริสุทธิ์แด่พระเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน พระเจ้าแห่งบัลลังก์ จากสิ่งที่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นกล่าวอ้าง ทั้งการพาดพิงถึงการมีภาคี การมีคู่ครองและบุตรไปยังพระองค์
Zuhruf 43:83
ดังนั้น โอ้เราะสูลเอ๋ย เจ้าจงปล่อยพวกเขาให้หมกมุ่นอยู่ในความเท็จที่พวกเขากำลังทำอยู่และหลงระเริงไปเถิด จนกว่าพวกเขาจะได้พบกับวันของพวกเขา ที่พวกเขาได้ถูกสัญญาไว้ นั่นคือวันกิยามะฮ์
Zuhruf 43:84
และพระองค์เป็นพระเจ้าที่เที่ยงแท้แห่งชั้นฟ้าและพระองค์เป็นพระเจ้าที่เที่ยงแท้แห่งแผ่นดิน และพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การกำหนดสภาวะการณ์และการบริหารกิจการต่าง ๆ ของพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้ถึงสภาพการณ์ต่าง ๆ ของปวงบ่าวของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดที่จะซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้
Zuhruf 43:85
และความดีของอัลลอฮ์ที่เปี่ยมล้นและความจำเริญของพระองค์พระผู้ซึ่งอำนาจแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ในระหว่างทั้งสองเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ และ ณ ที่พระองค์นั่นคือความรอบรู้แห่งยามอวสานที่จะเกิดขึ้นในวันกิยามะฮฺไม่มีผู้ใดรอบรู้อื่นจากพระองค์ และยังพระองค์เท่านั้นที่พวกเจ้าจะถูกนำกลับไปในวันวันอาคเราะฮ์ เพื่อการสอบสวนและตอบแทน
Zuhruf 43:86
และสิ่งที่บรรดาผู้ตั้งภาคีเคารพบูชาอื่นจากพระองค์นั้น ไม่มีอำนาจในการให้ความช่วยเหลือ ณ ที่อัลลอฮ์ นอกจากผู้ปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ โดยที่เขารู้ดีถึงสิ่งที่เขาปฏิญาณตนไว้ เช่น อีซา และอุซัยร์ และบรรดามลาอิกะฮ์
Zuhruf 43:87
และถ้าหากเจ้าถามพวกเขาว่า "ใครเป็นผู้สร้างพวกเขา? แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า "อัลลอฮ์คือผู้ทรงสร้างพวกเรา" แล้วมันเป็นไปได้อย่างไรที่พวกเขาหันเหออกจากการเคารพอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ เมื่อพวกเขายอมรับแล้ว
Zuhruf 43:88
และอัลลอฮ์ทรงรู้ดีถึงการร้องเรียนจากเราะสูลของพระองค์ถึงการปฏิเสธของหมู่ชนของเขา โดยเขากล่าวว่า "ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงชนเหล่านั้นเป็นหมู่ชนที่ไม่ศรัทธาต่อสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานให้ฉันนำมายังพวกเขา"
Zuhruf 43:89
ดังนั้น จงออกห่างจากพวกเขาเสียเถิด เจ้าจงกล่าวแก่พวกเขาด้วยสิ่งที่สามารถยับยั้งความชั่วของพวกเขา -สิ่งนี้เกิดขึ้นที่เมืองมักกะฮ์- แล้วพวกเขาจะได้รู้ถึงบทลงโทษที่พวกเขาต้องเผชิญ
Duhan 44:1
ฮา มีม ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์
Duhan 44:2
อัลลอฮ์ทรงสาบานด้วยอัลกุรอานที่อธิบายถึงเส้นทางแห่งการชี้นำไปสู่สัจธรรม
Duhan 44:3
แท้จริงเราได้ประทานอัลกุรอานลงมาในค่ำคืนลัยละตุลก็อดรฺ มันเป็นค่ำคืนที่มีความดีงามมากมาย แท้จริงเราเป็นผู้ตักเตือนด้วยอัลกุรอานเล่มนี้
Duhan 44:4
ในคืนนั้นทุกกิจการที่ถูกกำหนดไว้ ที่เกี่ยวข้องกับริสกี (ปัจจัยยังชีพ) อายุไขและอื่นๆ จะถูกจำแนกอย่างรัดกุม จากสิ่งที่อัลลอฮ์ต้องการให้เกิดขึ้นในปี
Duhan 44:5
เราจำแนกทุกอย่างอย่างรัดกุมซึ่งมาจากเราเอง,แท้จริงเราเป็นผู้ส่งบรรดาเราะสูล
Duhan 44:6
เราส่งบรรดาเราะสูลไปเพื่อแสดงถึงความเมตตาจากพระเจ้าของเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แด่ผู้ที่พวกเขาถูกส่งให้ไป แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยินทุกคำพูดของปวงบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้ทุกการกระทำและทุกเจตนาของพวกเขา ไม่มีสิ่งใดจะซ่อนเร้นจากพระองค์ได้
Duhan 44:7
พระเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและพระเจ้าแห่งทุกสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสอง หากพวกเจ้าเป็นผู้เชื่อมั่นต่อเรื่องดังกล่าวแล้ว พวกเจ้าจงศรัทธาต่อเราะสูลของเราเถิด
Duhan 44:8
ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การกราบไหว้โดยเที่ยงแท้นอกจากพระองค์ ผู้ทรงให้เป็นและผู้ทรงให้ตาย ไม่มีผู้ทำให้เป็นและไม่มีผู้ทำให้ตายได้นอกจากพระองค์ พระเจ้าของพวกเจ้าและพระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกเจ้าในอดีตกาล
Duhan 44:9
บรรดาผู้ตั้งภาคีไม่เชื่อในเรื่องนี้ แต่พวกเขายังคงอยู่ในความสงสัยโดยเล่นกับสิ่งที่เป็นความเท็จของพวกเขาเอง
Duhan 44:10
ดังนั้น -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เจ้าจงคอยดูการลงโทษที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มชนของเจ้าในเวลาอันใกล้นี้ ในวันที่ท้องฟ้าจะนำไอหมอกที่ชัดเจนออกมา ซึ่งพวกเขาจะเห็นด้วยตาของพวกเขาเอง เนื่องจากความหิวอย่างรุนแรง
Duhan 44:11
ซึ่งมันจะปกคลุมกลุ่มชนของเจ้า และจะมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่า "การลงโทษที่ประสบกับพวกเจ้านั้น มันคือการลงโทษอันเจ็บปวด"
Duhan 44:12
พวกเขาจะถ่อมตนต่ออัลลอฮ์ พลางกล่าวว่า "ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระองค์ทรงขจัดความทุกข์ทรมานที่พระองค์ได้ส่งมายังพวกเราให้พ้นจากพวกเราด้วยเถิด แท้จริงพวกเราเป็นผู้ศรัทธาต่อพระองค์และต่อเราะสูลของพระองค์ หากพระองค์ได้ขจัดการลงโทษพ้นจากพวกเราไป"
Duhan 44:13
พวกเขาจะสำนึกและกลับใจต่อพระเจ้าของพวกเขาได้อย่างไร? ทั้ง ๆ ที่ได้มีเราะซูลมายังพวกเขาเพื่อชี้แจงสาส์น และพวกเขาก็รู้ถึงความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือของเขาดี?!
Duhan 44:14
แล้วพวกเขาก็ผินหลังออกไปจากการเชื่อมั่นต่อเขา และพวกเขากล่าวถึงมุฮัมหมัดว่า "เขาเป็นคนที่ถูกคนอื่นสอนมา เขาไม่ใช่เราะสูล และยังกล่าวถึงเขาอีกว่า "เขาเป็นคนบ้า"
Duhan 44:15
แน่นอนเราจะขจัดการลงโทษนั้นให้พ้นจากพวกเจ้าไปสักเล็กน้อย แท้จริงพวกเจ้าก็จะกลับไปสู่การปฏิเสธศรัทธาของพวกเจ้าเช่นเดิม
Duhan 44:16
ดังนั้น จงคอยดูพวกเขาเถิด -โอ้ท่านเราะสูล- ในวันที่เราจะลงโทษผู้ปฏิเสธศรัทธาอย่างใหญ่หลวงที่เมืองบัดร์ แท้จริงเราได้ตอบแทนพวกเขาจากการที่พวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และการโกหกของพวกเขาต่อเราะสูลของพระองค์
Duhan 44:17
และโดยแน่นอน เราได้ทดสอบหมู่ชนของฟิรเอาน์ก่อนหน้าพวกเขา และได้มีเราะสูลผู้มีเกียรติจากอัลลอฮฺ์พวกเขา เพื่อเรียกร้องเชิญชวนพวกเขาไปสู่การให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์และเคารพอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ ซึ่งเขาคือมูซา อลัยฮิสสลาม
Duhan 44:18
มูซาได้กล่าวแก่ฟิรเอาน์และแก่หมู่ชนของเขาว่า "ท่านจงมอบวงศ์วานของอิสรออีลให้แก่ฉันเถิด พวกเขาคือปวงบ่าวของอัลลอฮ์ พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะทำให้พวกเขาเป็นทาส แท้จริงฉันคือเราะสูลจากอัลลอฮ์สำหรับพวกท่าน ผู้ซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่ฉันถูกสั่งให้เผยแพร่แก่พวกท่าน ฉันมิได้ตัดหรือเพิ่มสิ่งใดจากมันเลย
Duhan 44:19
และพวกเจ้าอย่าได้หยิ่งยโสเหนืออัลลอฮ์ ด้วยการละทิ้งการเคารพอิบาดะฮ์ต่อพระองค์และยกตนเหนือปวงบ่าวของพระองค์ แท้จริงฉันมาหาพวกเจ้าพร้อมด้วยหลักฐานอันชัดแจ้ง
Duhan 44:20
และแท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าของฉัน และพระเจ้าของพวกท่านมิให้พวกท่านทำร้ายฉันด้วยการขว้างก้อนหินใส่ฉัน
Duhan 44:21
และถ้าหากพวกท่านไม่เชื่อสิ่งที่ฉันนำมา ก็จงถอยห่างไปจากฉัน และอย่ามาเข้าใกล้ฉันด้วยการมุ่งร้าย
Duhan 44:22
แล้วมูซา อลัยฮิสสลาม ก็วิงวอนขอต่อพระเจ้าของเขาว่า "ชนเหล่านี้ -ฟิรเอาน์และบรรดาอำมาตย์ของเขา- เป็นหมู่ชนผู้กระทำผิด สมควรได้รับการลงโทษโดยเร็ว
Duhan 44:23
ดังนั้นอัลลอฮ์จึงบัญชาให้มูซานำกลุ่มชนของเขาออกเดินทางในเวลากลางคืนและทรงบอกเขาว่าฟิรเอาน์และพวกของเขาจะติดตามพวกเขามาอย่างแน่นอน
Duhan 44:24
และเมื่อข้ามทะเลไปแล้ว พระองค์ก็ทรงสั่งให้มูซาและวงศ์วานของอิสรออีลว่า "จงปล่อยทะเลให้สงบนิ่งเหมือนเดิม เพราะแท้จริงฟิรเอาน์และไพร่พลของเขาเป็นผู้ถูกทำลายด้วยการให้จมน้ำตาย"
Duhan 44:25
กี่มากน้อยที่ฟิรเอาน์และกลุ่มชนของเขาได้ทิ้งสวนอันหลากหลายและแม่น้ำที่ไหลรินหลายแห่งไว้
Duhan 44:26
และกี่มากน้อยที่พวกเขาทิ้งพืชผลและที่พำนักที่สวยงามไว้เบื้องหลังพวกเขา
Duhan 44:27
และกี่มากน้อยที่พวกเขาทิ้งการใช้ชีวิตที่มีความสุขไว้เบื้องหลังพวกเขา
Duhan 44:28
เช่นนั้นแหละที่เกิดขึ้นกับพวกเขาตามที่ถูกสาธยายให้แก่พวกเจ้า และเราได้ให้หมู่ชนอื่นได้สืบทอดครอบครองสวนทั้งหลาย แม่น้ำ พืชผลและที่พำนักอันรุ่งโรจน์ของพวกเขา ซึ่งพวกเขาคือวงศ์วานของอิสรออีล
Duhan 44:29
ดังนั้นชั้นฟ้าและแผ่นดินจึงไม่ร่ำไห้แก่ฟิรเอาวน์และหมู่ชนของเขาเมื่อพวกเขาจมน้ำ และพวกเขาจะไม่ได้รับการผ่อนปร่นจนพวกเขากลับใจใหม่
Duhan 44:30
และโดยแน่นอน เราได้ให้วงศ์วานของอิสรออีลรอดพ้นจากการทรมานที่อัปยศ ขณะที่ฟิรเอาวน์และกลุ่มชนของเขาได้ฆ่าบรรดาลูกชายและไว้ชีวิตบรรดาลูกสาวของพวกเขา
Duhan 44:31
เราได้ช่วยพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษของฟิรเอาวน์ แท้จริงเขาหยิ่งผยอง และละเมิดพระบัญชาของอัลลอฮ์และศาสนาของพระองค์
Duhan 44:32
และโดยแน่นอน เราได้เลือกวงศ์วานของอิสรออีลด้วยความรอบรู้ของเรา ให้เหนือกว่าประชาชาติอื่นทั้งหลายในยุคของพวกเขา เนื่องจากจำนวนบรรดานบีในหมู่พวกเขามีมาก
Duhan 44:33
และเราได้ประทานหลักฐานและข้อยืนยันต่าง ๆ ที่เราได้ใช้มันในการช่วยเหลือมูซา ซึ่งในนั้นมีความโปรดปรานอย่างชัดแจ้ง เช่นอาหารหวาน นกคุ่ม และอื่นๆ
Duhan 44:34
แท้จริงบรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธศรัทธา แน่นอนพวกเขาจะกล่าวในสภาพของการปฏิเสธการฟื้นคืนชีพว่า
Duhan 44:35
มันไม่ใช่อื่นใดเลย นอกจากเป็นเพียงความตายครั้งแรกของเรา ดังนั้นจะไม่มีชีวิตอีกแล้วหลังจากนั้น และเราจะไม่ถูกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาหลังจากการตายครั้งนี้อีก
Duhan 44:36
"ดังนั้นเจ้าและผู้ติดตามเจ้า -โอ้มุฮัมหมัดเอ๋ย- จงนำบรรพบุรุษของเราที่ตายไปแล้วกลับมามีชีวิตใหม่ หากพวกเจ้าเป็นผู้สัตย์จริงต่อสิ่งที่พวกเจ้ากล่าวอ้าง ที่ว่าอัลลอฮ์จะทรงทำให้คนตายฟื้นขึ้นมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เพื่อการสอบสวนและตอบแทน"
Duhan 44:37
โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย! บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฎิเสธศรัทธาต่อเจ้า พวกเขาเหล่านี้แข็งแกร่งและทรงพลังกว่า หรือว่าชาวตุบบาอ์และบรรดาผู้ที่มาก่อนหน้าพวกเขา เช่นอาดและษะมูด? ซึ่งเราทำลายพวกเขาทั้งหมด เพราะพวกเขาเหล่านั้นเป็นผู้กระทำความผิด
Duhan 44:38
และเรามิได้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ในระหว่างทั้งสอง โดยสร้างขึ้นมาเล่น ๆ
Duhan 44:39
ิและเรามิได้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเพื่ออื่นใด เว้นแต่เพื่อฮิกมะฮ์อันยิ่งใหญ่ แต่บรรดาผู้ตั้งภาคีส่วนใหญ่ไม่รู้
Duhan 44:40
แท้จริงวันกิยามะฮ์ที่อัลลอฮ์ทรงใช้ในการตัดสินระหว่างปวงบ่าวนั้น เป็นเวลาที่ถูกกำหนดไว้สำหรับทุกสรรพสิ่งที่ถูกสร้าง ซึ่งอัลลอฮ์จะทรงรวบรวมพวกเขาในวันนั้น
Duhan 44:41
นั่นคือวันที่ญาติไม่สามารถให้ประโยชน์แก่ญาติของตนและเพื่อนไม่สามารถเป็นประโยชน์แก่เพื่อนของตนและพวกเขาไม่สามารถทนต่อการลงโทษของพระเจ้าได้ เพราะอำนาจในวันนั้นเป็นของอัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ไม่มีใครสามารถอ้างความเป็นเจ้าของแห่งอำนาจนั้นได้
Duhan 44:42
เว้นแต่ผู้ที่อัลลอฮ์ทรงเมตตา เพราะแท้จริงเขาจะได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เขาได้กระทำกันมาจากการงานที่ดี แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจซึ่งไม่มีผู้ใดเอาชนะพระองค์ได้ ผู้ทรงเมตตาเสมอต่อปวงบ่าวของพระองค์ที่สำนึกผิด
Duhan 44:43
แท้จริงต้นซักกูมที่อัลลอฮ์ทรงให้มันงอกขึ้นมาจากก้นบึ้งของนรกอัลญะฮีม
Duhan 44:44
จะเป็นอาหารของผู้ที่มีบาปอันใหญ่หลวง ซึ่งก็คือผู้ปฏิเสธศรัทธา โดยที่เขานั้นจะกินผลที่น่ารังเกียจของมัน
Duhan 44:45
ซึ่งผลไม้ชนิดนี้นั้น จะเหมือนกับยางมะตอย มันจะเดือดอยู่ในท้องของพวกเขา อันเนื่องมาจากความร้อนที่รุนแรงของมัน
Duhan 44:46
เช่นการเดือดพล่านของน้ำที่ถึงจุดสูงสุดของความร้อน
Duhan 44:47
มีเสียงกล่าวแก่ยามเฝ้านรกว่า "จงจับเขาไปและลากเขาไปอย่างรุนแรงและโหดเหี้ยม สู่กลางไฟที่ลุกโชน"
Duhan 44:48
แล้วจงราดน้ำร้อนที่เดือดจัดลงบนหัวของผู้ที่ถูกลงโทษ เพื่อการลงโทษนั้นจะไม่หมดไปจากเขา
Duhan 44:49
และมีเสียงกล่าวแก่เขาอย่างเย้ยหยันว่า "จงลิ้มรสการลงโทษอันแสนเจ็บปวดนี้เถิด แท้จริงเจ้าเป็นผู้ที่มีเกียรติซึ่งไม่มีสิ่งใดทำให้การมีเกียรติของเจ้าลดน้อยลงในหมู่ชนขอเจ้า"
Duhan 44:50
แท้จริงการลงโทษนี้ คือสิ่งที่พวกเจ้าเคยสงสัยไว้เกี่ยวกับการเกิดขึ้นของมันในวันกิยามะฮ์ ดังนั้นแน่นอนการสงสัยนั้นได้หายไปจากพวกเจ้าแล้ว โดยการที่พวกเจ้าได้เห็นมันด้วยตาของพวกเจ้าเอง
Duhan 44:51
แท้จริงบรรดาผู้ยำเกรงต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขา โดยการปฏิบัติตามสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และหลีกห่างออกจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม จะอยู่ในสถานที่พำนักที่พวกเขาปลอดภัยจากสิ่งไม่ดีทุกประการที่จะมาประสบกับพวกเขา
Duhan 44:52
ในสวนอันมากมายพร้อมทั้งตาน้ำที่ไหลริน
Duhan 44:53
ในสวรรค์พวกเขาสวมผ้าไหมบางและผ้าไหมหนาซึ่งหันหน้าเข้าหากันและไม่มีใครเห็นคอของกันและกัน
Duhan 44:54
ดั่งที่เราได้ให้เกียรติพวกเขาด้วยกับสิ่งที่ได้ถูกกล่าวมานั้น เราจะให้พวกเขามีคู่ครองจากหญิงสาวที่สวยงาม ตาโต ตาขาวก็ขาวสุด ตาดำก็ดำสุด
Duhan 44:55
พวกเขาเรียกคนใช้ให้นำผลไม้ทั้งหมดที่พวกเขาต้องการมา และพวกเขารู้สึกปลอดภัยจากการหมดไปของผลไม้ และปลอดภัยจากอันตรายของมัน
Duhan 44:56
พวกเขาจะอยู่ในสวรรค์นั้นตลอดการ พวกเขาจะไม่ลิ้มรสแห่งความตาย นอกจากความตายครั้งแรกในชีวิตแห่งโลกดุนยาเท่านั้น และพระเจ้าของพวกเขาจะทรงคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรก
Duhan 44:57
เป็นความโปรดปรานและความดีจากพระเจ้าของเจ้าที่มีต่อพวกเขา สิ่งที่ได้ถูกกล่าวมานั้น ทั้งการให้พวกเขาได้เข้าสวรรค์และการคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากไฟนรก นั่นคือความสำเร็จอันใหญ่หลวง ที่ไม่มีความสำเร็จใดที่จะเทียบเท่าได้
Duhan 44:58
ดังนั้นแท้จริงเราได้ทำให้อัลกุรอานเป็นที่ง่ายดายด้วยการประทานลงมาด้วยภาษาอาหรับของเจ้า โอ้เราะสูลเอ๋ย เพื่อพวกเขาจะได้ใคร่ครวญ
Duhan 44:59
ฉะนั้นเจ้าจงคอยดูชัยชนะของเจ้า และความหายนะของพวกเขาเถิด แท้จริงพวกเขาก็จะเป็นผู้คอยดูความหายนะของเจ้าเช่นกัน
Câsiye 45:1
ฮา มีม ได้กล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์
Câsiye 45:2
คัมภีร์อัลกุรอานนี้ถูกประทานลงมาจากอัลลอฮ์ผู้ทรงอำนาจซึ่งไม่มีใครสามารถเอาชนะพระองค์ได้และเป็นผู้ทรงปรีชาญาณ ทั้งในด้านการสร้าง ด้านการกำหนด และด้านการจัดการของพระองค์
Câsiye 45:3
แท้จริงในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้น แน่นอนย่อมมีหลักฐานที่บ่งบอกถึงความสามารถของอัลลอฮ์และความเป็นเอกภาพของพระองค์สำหรับบรรดาผู้ศรัทธา เพราะพวกเขาเท่านั้นเป็นผู้ที่พิจารณาใคร่ครวญต่อบรรดาสัญญาณต่าง ๆ เหล่านั้น
Câsiye 45:4
และในการบังเกิดของพวกเจ้า -โอ้ มนุษยเอ๋ย- จากน้ำอสุจิ จากนั้นจากก้อนเลือด จากนั้นจากก้อนเนื้อ และในการสร้างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่อัลลอฮ์ได้ทรงกระจายบนแผ่นดินนั้น เป็นหลักฐานยืนยันถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์ สำหรับกลุ่มชนที่มีความเชื่อมั่นว่าอัลลอฮ์คือผู้สร้าง
Câsiye 45:5
และในการสับเปลี่ยนของกลางคืนและกลางวัน และในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงหลั่งลงมาจากฟากฟ้า แล้วพระองค์ก็ทรงให้แผ่นดินมีชีวิตชีวาด้วยน้ำฝนนั้น โดยการให้มีพืชพันธุ์งอกเงยออกมาหลังจากที่มันแห้งแล้ง ไม่มีพืชพันธุ์ใด ๆ อยู่เลย และในการเปลี่ยนทิศทางเดินของลม ด้วยการทำให้มันพัดมาจากทิศใดทิศหนึ่งในบางครั้ง และบางครั้งก็พัดมาจากทิศอื่น เพื่อผลประโยชน์ของพวกเจ้า มันย่อมเป็นหลักฐานสำหรับหมู่ชนผู้ใช้สติปัญญา แล้วพวกเขาก็ใช้มันเป็นหลักฐานในการบ่งบอกถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮ์และความสามารถของพระองค์ในการทำให้ฟื้นคืนชีพและความสามารถของพระองค์เหนือทุก ๆ สิ่ง
Câsiye 45:6
โองการและข้อพิสูจน์เหล่านี้ เราได้อ่านให้เจ้าฟังด้วยความจริง -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- ดังนั้นหากพวกเขาไม่ศรัทธาในคำกล่าวของอัลลอฮ์ซึ่งพระองค์ทรงประทานลงมาแก่บ่าวของพระองค์และในข้อพิสูจน์ของพระองค์แล้ว พวกเขาจะเชื่อในคำกล่าวใดอื่นจากคำกล่าวของอัลลอฮ์ และพวกเขาจะยอมรับข้อพิสูจน์ใดอื่นจากข้อพิสูจน์ของพระองค์?!
Câsiye 45:7
การลงโทษและการทำลายล้างของอัลลอฮ์นั้นมีไว้สำหรับผู้โกหกทุกคนที่ทำบาปอย่างร้ายแรง
Câsiye 45:8
ผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ยินโองการของอัลลอฮ์ในอัลกุรอานที่ได้ถูกอ่านให้เขาฟัง จากนั้นเขาก็ยังคงอยู่กับความไม่เชื่อและการกระทำที่ผิดศีลธรรมต่อไป ด้วยความรู้สึกว่าตนเองสูงส่ง(เกินกว่า)ที่จะปฏิบัติตามความจริง ราวกับว่าเขาไม่เคยได้ยินโองการเหล่านี้ที่อ่านเขาฟัง ดังนั้นจงแจ้งข่าวให้เขาเถิด -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- ถึงสิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่สบายใจในปรโลก คือการลงโทษอันเจ็บปวดที่รอเขาอยู่ที่นั่น
Câsiye 45:9
และเมื่อบางสิ่งในอัลกุรอานมาถึงเขา เขาก็ถือเป็นเรื่องตลกขบขัน ผู้ที่มีคุณลักษณะในการเยาะเย้ยอัลกุรอานนี้ สำหรับพวกเขาคือการลงโทษที่อัปยศในวันกิยามะฮ์
Câsiye 45:10
เบื้องหน้าพวกเขาคือไฟนรกญะฮันนัมที่กำลังรอพวกเขาอยู่ในวันอาคิเราะฮ์ และทรัพย์สินที่พวกเขาขวนขวายไว้จะไม่อำนวยประโยชน์อันใดแก่พวกเขาให้พ้นจากอัลลอฮ์ได้ และบรรดาเจว็ดที่พวกเขาเคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮ์ ก็จะไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้, และสำหรับพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันมหันต์ในวันกิยามะฮ์
Câsiye 45:11
คัมภีร์นี้ที่เราได้ส่งไปยังศาสนทูตของเรา มูฮัมหมัด (ขอความสันติและความจำเริญจากอัลลอฮ์จงมีแด่เขา) จะนำทางไปสู่ทางแห่งสัจธรรม และสำหรับผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาในโองการแห่งพระเจ้าของพวกเขา ซึ่งได้ถูกส่งลงมายังศาสนทูตของพระองค์นั้น จะได้รับความเจ็บปวด การลงโทษ
Câsiye 45:12
อัลลอฮ์พระองค์เดียวเท่านั้น คือผู้ทรงทำให้ทะเลอำนวยประโยชน์แก่พวกเจ้า โอ้มนุษย์เอ๋ย เพื่อให้เรือทั้งหลายได้แล่นไปในนั้นตามพระบัญชาของพระองค์ และเพื่อพวกเจ้าจะได้แสวงหาความโปรดปรานของพระองค์จากสิ่งที่หามาได้ที่อนุมัติแต่ละชนิด และเพื่อพวกเจ้าจะได้ขอบคุณในความโปรดปรานของอัลลอฮ์ที่มีต่อพวกเจ้า
Câsiye 45:13
และพระองค์ทรงอำนวยให้แก่พวกเจ้าซึ่งสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย ทั้งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และหมู่ดาวต่าง ๆ และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน ทั้งแม่น้ำ ต้นไม้ ภูเขา และอื่น ๆ เพื่อเป็นประโยชน์แก่พวกเจ้า แท้จริงในการอำนวยสิ่งเหล่านี้แก่พวกเจ้านั้น แน่นอนย่อมเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ถึงความสามารถของอัลลอฮ์และความเป็นเอกภาพของพระองค์ สำหรับหมู่ชนผู้ใคร่ครวญและพินิจพิจารณาในสัญญาณต่าง ๆ เหล่านั้นของพระองค์
Câsiye 45:14
จงกล่าวเถิด- โอ้ท่านเราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเชื่อมั่นต่อเราะสูลของพระองค์ว่า “พวกท่านจงให้อภัยแก่บรรดาผู้ที่ทำร้ายพวกท่านจากผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ไม่หวังรางวัลของอัลลอฮ์ และไม่กลัวการลงโทษของพระองค์ เพราะอัลลอฮ์จะทรงตอบแทนทั้งผู้ศรัทธาที่อดทนและบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ล่วงละเมิด ตามการงานที่พวกเขาขวนขวายไว้ในโลกดุนยา”
Câsiye 45:15
ผู้ใดกระทำความดีใดๆ ดังนั้นผลแห่งความดีนั้นก็จะเป็นของเขา และอัลลอฮ์ไม่ทรงประสงค์ในการกระทำของเขา และผู้ใดกระทำความชั่ว ผลของกรรมชั่วที่เขาได้กระทำนั้นก็ย่อมเกิดขึ้นกับเขา ความชั่วแห่งการกระทำของเขาจะไม่ทำอันตรายใดๆ ต่ออัลลอฮ์ แล้วพวกเจ้าก็จะกลับคืนสู่เราเพียงผู้เดียวในวันอาคิเราะฮ์ เพื่อที่เราจะได้ตอบแทนทุกคนด้วยสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ
Câsiye 45:16
และโดยแน่นอนเราได้ประทานคัมภีร์อัตเตารอตและการตัดสินระหว่างผู้คนด้วยข้อชี้ขาดของคัมภีร์เล่มนั้นแก่วงศ์วานของอิสรออีล และเราได้ทำให้บรรดานบีส่วนใหญ่จากหมู่พวกเขา ซึ่งมาจากเชื้อสายของอิบรอฮีม อลัยฮิสสลาม และเราได้ให้ปัจจัยยังชีพที่ดีๆ หลากหลายชนิดแก่พวกเขา และเราได้โปรดปรานพวกเขาเหนือประชาชาติอื่นใดในยุคนั้น
Câsiye 45:17
และเราได้ให้ข้อพิสูจน์ต่างๆ แก่พวกเขา ซึ่งทำให้ความจริงได้กระจ่างชัดจากความเท็จ และพวกเขาก็ไม่ได้ขัดแย้งกัน เว้นแต่หลังจากข้อพิสูจน์แห่งความจริงได้เกิดขึ้นเหนือพวกเขา ด้วยการส่งมูฮัมหมัด –ศอลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม- เป็นเราะสูล และไม่มีสิ่งใดทำให้พวกเขามาสู่ความขัดแย้งนี้ เว้นแต่ความริษยาที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา เพราะความโลภในอำนาจและตำแหน่ง แท้จริงพระเจ้าของเจ้า -โอ้เราะสูลเอ๋ย- จะทรงตัดสินระหว่างพวกเขาในวันกิยามะฮ์ เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาขัดแย้งกันในโลกนี้ จนกว่าจะเป็นที่ชัดเจนว่าใครถูกและใครผิด
Câsiye 45:18
แล้วเราได้ตั้งเจ้าให้อยู่บนแนวทางหนึ่ง จากพระบัญชาของเรา ที่เราได้เคยบัญชาให้บรรดาเราะสูลก่อนหน้าเจ้า โดยการเรียกร้องเชิญชวนสู่การศรัทธาและปฏิบัติการงานที่ดี ดังนั้นจงปฏิบัติตามบทบัญญัตินี้เถิดและอย่าได้ปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของบรรดาผู้ไม่รู้สัจธรรม เพราะอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขาทำให้หลงออกจากสัจธรรม
Câsiye 45:19
แท้จริงบรรดาผู้ที่ไม่รู้ในสัจธรรมนั้น พวกเขาไม่สามารถช่วยเจ้าให้พ้นจากการลงโทษของอัลลอฮ์ได้ หากเจ้าปฏิบัติตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขา และแท้จริงบรรดาผู้อธรรมจากทุกศาสนานั้นต่างก็จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สนับสนุนกันต่อต้านผู้ศรัทธา แต่แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงเป็นผู้ช่วยเหลือบรรดาผู้ที่ยำเกรงต่อพระองค์ โดยการปฏิบัติตามสิ่งที่พระองค์ทรงใช้และห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม
Câsiye 45:20
อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาแก่เราะสูลของเรานั้น คือแสงสว่าง ที่มนุษย์สามารถเห็นความจริงจากความเท็จได้,และเป็นทางนำสู่ความจริง,และความเมตตาแก่หมู่ชนที่มีความเชื่อมั่น,เพราะพวกเขาคือผู้ที่ใช้อัลกุรอานเป็นทางนำสู่ทางที่เที่ยงตรงอย่างแท้จริง เพื่อให้พระเจ้าของพวกเขาพึงพอพระทัยพวกเขา,แล้วพระองค์ก็จะทรงให้พวกเขาเข้าสวรรค์และทำให้พวกเขาห่างไกลจากไฟนรก
Câsiye 45:21
หรือบรรดาผู้ที่กระทำการปฏิเสธศรัทธาและฝ่าฝืนด้วยอวัยวะต่าง ๆ ของพวกเขาคิดว่า เราจะทำให้การตอบแทนแก่พวกเขาเป็นเช่นบรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์และกระทำความดีทั้งหลาย โดยการทำให้พวกเขาเท่าเทียมกันทั้งในโลกดุนยาและอาคิเราะฮ์กระนั้นหรือ?! การตัดสินของพวกเขานั้น มันช่างชั่วช้าจริง ๆ
Câsiye 45:22
และอัลลอฮ์ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน เนื่องด้วยวิทยปัญญาอันสูงส่ง พระองค์มิได้สร้างทั้งสองขึ้นมาอย่างไร้สาระ และเพื่อทุก ๆ ชีวิตจะได้รับการตอบแทนตามสิ่งที่ได้ขวนขวายไว้ ไม่ว่าจะเป็นความดีหรือความชั่ว และอัลลอฮ์จะไม่ทรงอธรรมต่อพวกเขาด้วยการลดความดีหรือเพิ่มความชั่วแก่พวกเขา
Câsiye 45:23
โอ้เราะสูลเอ๋ย จงดูผู้ที่ปฏิบัติตามอารมณ์ปรารถนาของเขา และทำให้มันอยู่ในสถานะพระเจ้าของเขา ที่เขาไม่สามารถขัดแย้งมันได้ แล้วอัลลอฮ์ก็ทรงทำให้หลงทางบนฐานแห่งการรอบรู้ของพระองค์ เพราะเขาสมควรที่จะถูกทำให้หลงทาง และอัลลอฮ์ได้ปิดผนึกหัวใจของเขาไว้ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจฟังในลักษณะการฟังที่เกิดประโยชน์ และอัลลอฮ์ก็ทรงปิดตาของเขาซึ่งห้ามไม่ให้เขาเห็นความจริง ดังนั้นใครเล่าสามารถช่วยให้เขาได้รับความจริง หลังจากที่อัลลอฮ์ได้ทรงทำให้เขาหลงทาง? เจ้าไม่คิดถึงอันตรายของการทำตามอารมณ์ และประโยชน์ของการปฏิบัติตามบทบัญญัติของอัลลอฮ์หรือ?!
Câsiye 45:24
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ปฏิเสธการฟื้นคืนชีพกล่าวว่า “ไม่มีการมีชีวิตอื่นใดอีก นอกจากการมีชีวิตของเราในโลกนี้เท่านั้น ไม่มีชีวิตอื่นใดหลังจากนี้ ชนรุ่นหนึ่งตายจากไปโดยจะไม่หวนกลับมา และชนอีกรุ่นก็มีชีวิต และไม่มีสิ่งใดจะทำให้เราตายนอกจากการหมุนเวียนของกลางคืนและกลางวันเท่านั้น สำหรับพวกเขาไม่มีความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวกับการฟื้นคืนชีพที่พวกเขาปฏิเสธเลย นอกจากพวกเขาคาดเดาเท่านั้น และแท้จริงการคาดเดานั้นไม่สามารถลบล้างความจริงได้
Câsiye 45:25
และเมื่อโองการต่าง ๆ อันชัดแจ้งของเราได้ถูกอ่านแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธการฟื้นคืนชีพ พวกเขาไม่มีข้อโต้แย้งใดที่จะเอามาโต้แย้ง นอกจากคำกล่าวของพวกเขาแก่เราะสูลและบรรดาเศาะฮาบะฮ์ของท่านว่า "พวกท่านจงทำให้บรรพบุรุษของเราที่ตายไปได้ฟื้นขึ้นมาให้พวกเราหน่อยซิ หากพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริงในคำกล่าวอ้างที่ว่าพวกเราจะถูกทำให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่เราได้ตายไป
Câsiye 45:26
จงกล่าวเถิด โอ้เราะสูลเอ๋ย อัลลอฮ์ทรงให้พวกท่านมีชีวิตโดยการสร้างพวกท่านขึ้นมา แล้วทรงให้พวกท่านตายไป แล้วพระองค์จะทรงรวบรวมพวกท่านหลังจากที่พวกท่านได้ตายไปแล้วในวันกิยามะฮ์เพื่อการสอบสวนและการตอบแทน ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ในเรื่องนั้นว่ามันจะต้องเกิดขึ้น แต่ส่วนใหญ่ของมนุษย์ไม่รู้ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับวันนั้น ด้วยการทำความดี
Câsiye 45:27
และอำนาจเด็ดขาดแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นเป็นของอัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ดังนั้นสิ่งอื่นใดจากพระองค์จึงไม่ถูกเคารพสักการะอย่างชอบธรรมในระหว่างทั้งสอง และวันแห่งยามอวสานที่อัลลอฮ์ทรงทำให้คนตายฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งเพื่อการสอบสวนและการตอบแทนจะเกิดขึ้น บรรดาผู้กระทำความผิดที่พวกเขาเคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮ์และมุ่งที่จะทำลายสัจธรรมและทำให้ความผิดเป็นสิ่งที่ชอบธรรม พวกเขาจะขาดทุนอย่างย่อยยับ
Câsiye 45:28
และในวันนั้น -โอ้เราะสูลเอ๋ย- เจ้าจะเห็นกลุ่มชนทุกชาติอยู่ในสภาพคุกเข่า รอคอยว่าจะต้องเผชิญกับสิ่งใด ทุกชนชาติจะถูกเรียกมาตามสมุดบันทึกการงานของตนที่มลาอิกะฮ์ได้จดบันทึกไว้ วันนี้ โอ้มนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าจะได้รับการตอบแทนตามที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ในโลกดุนยา ไม่ว่าจะเป็นความดีหรือความชั่ว
Câsiye 45:29
นี้คือบันทึกของเรา ที่บรรดามลาอิกะฮ์ของเราได้บันทึกการงานต่าง ๆ ของพวกเจ้าไว้ในนั้น มันจะเป็นพยานให้แก่พวกเจ้าอย่างเที่ยงธรรม ดังนั้นพวกเจ้าจงอ่านมันเถิด แท้จริงเราได้ใช้ให้ผู้มีหน้าที่จดบันทึก ได้บันทึกสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ในโลกดุนยา
Câsiye 45:30
ดังนั้นสำหรับบรรดาผู้ศรัทธาและประกอบคุณงามความดีทั้งหลาย พระเจ้าของพวกเขาก็จะทรงให้พวกเขาเข้าอยู่ในสรวงสวรรค์ด้วยความเมตตาของพระองค์ นั่นคือรางวัลที่อัลลอฮ์ทรงให้กับพวกเขา มันคือความสำเร็จอันชัดแจ้งที่ไม่มีความสำเร็จใดจะเทียบเท่าได้
Câsiye 45:31
และส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์นั้น จะมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาอย่างเย้ยหยันว่า "โองการต่าง ๆ ของข้า มิได้ถูกสาธยายแก่พวกเจ้าหรอกหรือ แล้วพวกเจ้าทำตัวโอหังต่อการศรัทธากับโองการต่าง ๆ เหล่านั้น? และพวกเจ้าเป็นหมู่ชนผู้กระทำผิด ที่ขวนขวายแต่การปฏิสธศรัทธาและทำบาป
Câsiye 45:32
และหากมีการกล่าวแก่พวกเจ้าว่า “แท้จริงสัญญาของอัลลอฮ์ซึ่งพระองค์ทรงสัญญากับปวงบ่าวของพระองค์ว่าพระองค์จะทรงทำให้พวกเขาฟื้นคืนชีพและตอบแทนการกระทำของพวกเขานั้นเป็นความจริง ไม่ต้องสงสัยเลย และวันกิยามะฮ์นั้นเป็นความจริง ไม่มีข้อสงสัยในสิ่งนั้นดังนั้นจงกระทำการงานต่างๆเพื่อวันนั้นเถิด” พวกเจ้าก็กล่าวว่า "เราไม่เข้าใจว่าวันกิยามะฮ์คืออะไร เราไม่ได้สงสัย แต่มีเพียงความสงสัยเล็กน้อยว่าวันอวสานจะมาถึง และเราไม่เชื่อว่าวันอวสานจะมาถึง"
Câsiye 45:33
และความชั่วที่พวกเขาได้กระทำไว้ในโลกดุนยาก็ได้ปรากฎให้พวกเขาเห็น ทั้งการปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืนและอัลลอฮก็จะได้ทรงลงโทษพวกเขาในสิ่งที่พวกเขาเย้ยหยันต่อคำเตือนซึ่งพวกเขาก็เคยถูกตักเตือนไว้แล้ว
Câsiye 45:34
และอัลลอฮทรงกล่าวแก่พวกเขาว่า วันนี้เราทิ้งพวกเจ้าไว้ในกองไฟเช่นเดียวกับที่พวกเจ้าลืมในวันแห่งการพบเจอนี้ พวกเจ้าจึงไม่ได้เตรียมตัว ทั้งการศรัทธา และการกระทำความดี ดังนั้นสถานที่พำนักอาศัยที่พวกเจ้าจะได้ไปอยู่ คือ นรก และสำหรับแล้ว จะไม่มีผู้ใดปกป้องพวกเจ้าจากบทลงโทษของอัลลอฮได้
Câsiye 45:35
นั้นแหละคือบทลงโทษที่ทุกข์ทรมานที่พวกเจ้าจะได้รับ เพราะพวกเจ้าเอาอายาตต่างๆ ของอัลลอฮ์มาล้อเลียน เยาะเย้ยทำเป็นเล่น และพวกเจ้าได้หลอกลวงชีวิตตัวเองด้วยความปรารถนาและความต้องการของอารมณ์ใฝ่ต่ำ ดังนั้นวันนี้บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาที่เยาะเย้ยต่อโองการของอัลลอฮฺจะไม่ถูกนำออกจากไฟนรก พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล และพวกเขาจะไม่ถูกตอบรับคำขอร้องให้กลับไปแก้ตัวในโลกดุนยาเพื่อกระทำความดี และพระองค์ก็ทรงไม่พึงพอใจต่อพวกเขา
Câsiye 45:36
สำหรับอัลลอฮเท่านั้นที่ควรสรรเสริญ พระเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและพระเจ้าแห่งแผ่นดินนี้ พระเจ้าแห่งสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย
Câsiye 45:37
และสำหรับอัลลอฮผู้ทรงโอ่อ่าและยิ่งใหญ่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดิน พระองค์ผู้ทรงอำนาจที่ไม่มีใครเอาชนะได้ ผู้ทรงปรีชาญาณในสิ่งที่เขาสร้าง และการจัดการ ควบคุมดูแล รวมถึงบทบัญญัติของพระองค์
Ahkaf 46:1
ฮา มีม ได้มีการกล่าวถึงเรื่องนี้แล้วในตอนต้นของซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ
Ahkaf 46:2
คัมภีร์อัลกุรอ่านนี้เป็นการประทานลงมาจากอัลลอฮฺ ผู้ทรงมีอำนาจที่ไม่มีอำนาจใดเหนือกว่า ผู้ทรงรอบรู้ผู้ทรงปรีชาญาณในสิ่งที่เขาสร้าง และการจัดการควบคุมดูแล และบทบัญญัติของพระองค์
Ahkaf 46:3
พระองค์ไม่ได้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสองนั้นอย่างไร้ประโยชน์แต่เราได้สร้างทั้งหมดนี้ด้วยความจริงที่แอบแฝงไปด้วยวิทยปัญญาขั้นสูงไว้มากมาย ส่วนหนึ่ง เพื่อให้บ่าวผู้ศรัทธาได้รู้จักพระองค์ และเคารพอิบาดะฮ์พระองค์แต่เพียงผู้เดียว และไม่ตั้งภาคีใด ๆ และเพื่อพวกเขาจะได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนพระองค์บนหน้าแผ่นดินจนถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ถูกกำหนดไว้ซึ่งอัลลอฮ์เท่านั้นที่รู้ ในขณะที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาผินหลังให้ในสิ่งที่พวกเขาถูกตักเตือนด้วยสิ่งที่อยู่ในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ พวกเขาไม่ได้สนใจในสิ่งเหล่านี้
Ahkaf 46:4
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ผินหลังต่อสัจธรรม จงบอกฉันมาเกี่ยวกับรูปปั้นของพวกเจ้าที่พวกเจ้าเคารพศรัทธานอกจากอัลลอฮ อะไรบ้างที่มันสร้างขึ้นมาในโลกนี้? มันสร้างภูเขาขึ้นมากระนั่นหรือ? มันสร้างแม่น้ำหรือ?หรือว่าพวกมันมีส่วนร่วมกับอัลลอฮในการสร้างชั้นฟ้าทั้งหลาย? จงนำคัมภีร์ที่อัลลอฮทรงประทานลงมาก่อนหน้าอัลกุรอ่านมาให้ข้าดูซิ หรือจงแสดงร่องรอยแห่งความรู้ที่เป็นหลักฐานยืนยันในการนี้ หากพวกท่านเป็นผู้ซื่อสัตย์จริง ในการที่พวกเจ้าอ้างว่ารูปปั้นทั้งหลายควรแก่การเคารพบูชามัน
Ahkaf 46:5
และไม่มีผู้ใดแย่กว่าบรรดาผู้ที่ได้เคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮฺที่เป็นเทวรูปที่ไม่ตอบสนองการเรียกร้องของพวกเขาจนถึงวันกิยามะฮฺ รูปปั้นที่พวกเขาเคารพบูชานอกจากอัลลอฮนั้น เพิกเฉยต่อคำวิงวอนของผู้ที่วิงวอนขอ อีกทั้งยังเมินเฉยต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อพวกเขา
Ahkaf 46:6
และในขณะที่มัน (เจว็ด หรือ สิ่งที่ถูกเคารพบูชา) ไม่ให้ประโยชน์ใดๆ แก่พวกเขาในโลกนี้ มิหนำซ้ำเมื่อพวกเขารวมกันอยู่ในวันกิยามะฮฺพวกเขาจะเป็นศัตรูกัน ระหว่างบรรดาผู้ที่เคารพบูชา และสิ่งที่ถูกเคารพบูชา พวกเขาจะปฏิเสธพวกเขากันเอง พวกเขาต่างปฏิเสธว่าพวกเขานั้นไม่รู้เรื่องถึงการบูชาของพวกเขา
Ahkaf 46:7
และเมื่อโองการของอัลลออฮฺที่ถูกประทานลงมาแก่เราะซูลของเรา ได้ถูกอ่านให้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาทั้งหลายได้ฟัง พวกเขาจะกล่าวกันว่า นี่คือมายากลชัดๆ ไม่ไช่เป็นวะฮฺยูจากอัลลอฮฺ
Ahkaf 46:8
บรรดาผู้ตั้งภาคีกล่าวว่าอย่างไร แท้จริงมูฮัมมัดคิดค้นปั้นแต่งอัลกุรอ่านนี้และพาดพิงถึงพระเจ้า? จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้ท่านเราะซูล หากฉันคิดค้นปั้นแต่งมาด้วยตนเอง พวกท่านก็ไม่มีอำนาจอันใดที่จะช่วยเหลือฉันได้จากบทลงโทษของอัลลอฮฺหากพระองค์ทรงประสงค์ ดังนั้นฉันจะหาทางหลีกเลี่ยงให้ตัวเองปลอดจากบทลงโทษของอัลลอฮฺด้วยการประดิษฐ์สิ่งนี้มาทำไม? พระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่พวกท่านกำลังง่วนอยู่ในเรื่องนี้ พอเพียงแล้วที่พระองค์ทรงเป็นพยานระหว่างฉันกับพวกท่าน และพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยในบาปปวงบ่าวที่กลับใจและผู้ทรงเมตตาเสมอ
Ahkaf 46:9
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธในความเป็นศาสนฑูตของเจ้าว่า ฉันมิได้เป็นคนแรกในบรรดาเราะซูลที่อัลลอฮส่งมา เจ้าจะแปลกใจกับคำเชิญของฉันที่มีต่อพวกเจ้า ซึ่งมีเราะซูลหลายคนก่อนหน้าฉันมาแล้ว ฉันไม่รู้ว่าพระเจ้าทรงทำอะไรกับฉัน และสิ่งที่เขาทำกับพวกเจ้าในโลกนี้ และหากปฏิบัติตามสิ่งที่อัลลอฮวะฮียฺให้แก่ฉัน และฉันก็ไม่ได้พูด ไม่ได้กระทำในสิ่งใดเว้นแต่เป็นสิ่งที่ถูกวะฮฺยูมาแก่ฉัน และฉันมิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นผู้ตักเตือนพวกเจ้าจากบทลงโทษของอัลลอฮอันชัดแจ้ง
Ahkaf 46:10
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล แก่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธ จงบอกฉันมาหากอัลกุรอานมาจากอัลลอฮ และพวกท่านปฏิเสธอัลกุรอานนั้นทั้งๆที่มีพยานคนหนึ่งจากวงศ์วานของอิสรออีลว่า แท้จริงอัลกุรอานนั้นมาจากอัลลอฮ โดยยึดถือในสิ่งที่นำมาในคัมภีร์อัตเตารอตด้วยเช่นกัน แล้วเขาก็ศรัทธาแต่พวกท่านยังดื้อรั้นหยิ่งยโสต่อการศรัทธาต่อพระองค์ พวกท่านไม่ไช่ผู้ที่อธรรมดอกหรือ? แท้จริงอัลลอฮจะไม่ทรงเห็นด้วยแก่หมู่ชนผู้ที่อธรรมต่อความสัจธรรม
Ahkaf 46:11
และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาในอัลกุรอ่านและสิ่งที่เราะซูลของพวกเขาได้นำมาแก่พวกเขาจะกล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาว่า หากสิ่งที่มูฮัมมัดได้นำมานั้นเป็นเรื่องจริง นำไปสู่สิ่งที่ดี แน่นอนสิ่งนี้จะไม่เข้าไปถึงแก่บรรดาผู้ยากจน ทาส และบรรดาผู้อ่อนแอก่อนพวกเรา และเป็นเพราะว่าพวกเขามิได้รับการชี้แนะจากสิ่งที่นำมาแก่พวกเขาโดยเราะซูลของเขา พวกเขาเหล่านั้นจึงกล่าววว่า นี่คือเรื่องโกหกดั้งเดิมที่ถูกนำมายังพวกเรา และพวกเราก็จะไม่ทำตามในเรื่องโกหกเหล่านี้
Ahkaf 46:12
และก่อนหน้าอัลกุรอ่านนี้ มีคัมภีร์อัตเตารอดที่อัลลอฮประทานลงมายังท่านนบีมูซา อลัยฮิสสลาม เป็นแบบอย่างนำสู่สัจธรรม และความเมตตาสำหรับผู้ที่ศรัทธาและปฏิบัติตามต่อจากเขาจากกลุ่มชนอิสรออีล และนี่อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมายังมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม เป็นคัมภีร์ที่ยืนยันของความถูกต้องของคัมภีร์ก่อนหน้านี้เป็นภาษาอาหรับ เพื่อตักเตือนบรรดาผู้ที่อธรรมต่อตัวพวกเขาเองด้วยการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ และกระทำบาป และในขณะเดียวกันนั้น เป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่กระทำความดี ที่มีความสัมพันธ์อันดีงามกับผู้สร้างของพวกเขาและมีความสัมพันธ์อันดีงามกับสิ่งที่ถูกสร้างโดยผู้สร้างของพวกเขา
Ahkaf 46:13
แท้จริงบรรดาผู้ที่กล่าวว่า อัลลอฮฺคือพระเจ้าของพวกเราไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ แล้วพวกเขาก็ยืนหยัดเข้มแข็ง ด้วยความเชื่อมั่นในพระเจ้าและการปฏิบัติแต่ความดี ดังนั้น จะไม่มีความหวาดกลัวใด ๆ แก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขาจะต้องเผชิญในวันอาคีเราะฮฺ และพวกเขาก็จะไม่เสียใจในสิ่งที่พวกเขาพลาดโชคชะตาบนโลกดุนยา หรือ สิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้ข้างหลัง
Ahkaf 46:14
กลุ่มชนที่ถูกกล่าวโดยคุณสมบัติเหล่านี้คือชาวสวรรค์ พวกเขาจะพำนักอยู่ในสวรรค์ตลอดกาลเป็นรางวัลแก่พวกเขา สำหรับการกระทำความดีที่พวกเขาได้ปฏิบัติไว้ในโลกดุนยา
Ahkaf 46:15
และเราได้สั่งเสียอย่างชัดเจนแก่มนุษย์ให้พวกเขาทำดีต่อบิดามารดาของเขา ให้ทำดีแก่เขาทั้งสองในช่วงที่เขาทั้งสองมีชีวิตอยู่และหลังจากที่เขาทั้งสองได้เสียไปแล้วโดยการไม่ละเมิดบทบัญญัติอิสลามโดยเฉพาะเรื่องของมารดาของเขาที่ได้อุ้มครรภ์เขาด้วยความเหนื่อยยาก และได้คลอดเขาด้วยความเจ็บปวด และการอุ้มครรภ์เขาและการหย่านมของเขาในระยะเวลาสามสิบเดือน จนกระทั่งเมื่อเขาบรรลุวัยหนุ่มฉกรรจ์ของเขา และมีอายุถึงสี่สิบปี เขาจะกล่าววิงวอนว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดประทานแก่ข้าพระองค์ เพื่อให้ข้าพระองค์ขอบคุณต่อความโปรดของพระองค์ท่าน ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงโปรดปรานแก่ข้าพระองค์และบิดามารดาของข้าพระองค์ และให้ข้าพระองค์ทำความดีเพื่อให้พระองค์ท่านทรงพอพระทัยแก่ข้าพระองค์ และทรงให้ความดีเกิดขึ้นในลูกหลานของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ขออภัยโทษต่อพระองค์ในความบาปของข้าพระองค์ และแท้จริงข้าพระองค์อยู่ในหมู่ผู้นอบน้อมต่อบทบัญญัติของพระองค์
Ahkaf 46:16
กลุ่มชนเหล่านี้คือ บรรดาผู้ที่เราได้ตอบรับในการงานที่ดีจากพวกเขา ซึ่งพวกเขาได้ปฏิบัติไว้ และเราจะละเลยความผิดต่างๆของพวกเขา เราจะไม่ถือสาในความผิดเหล่านั้น และพวกเขาอยู่ในหมู่ชาวสวรรค์ นี่เป็นการสัญญาที่อัลลอฮทรงสัญญาแก่พวกเขา เป็นสัญญาแห่งความจริงซึ่งพวกเขาสมควรที่จะได้รับ
Ahkaf 46:17
และผู้ใดที่กล่าวแก่บิดามารดาของเขาว่า วิบัติแก่ท่านทั้งสอง ท่านทั้งสองขู่ฉันว่า ฉันจะถูกให้ออกมาฟื้นคืนชีพอีกกระนั้นหรือหลังจากที่ฉันได้ตายไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผ่านไปหลายศตวรรษก่อนหน้าฉัน และมนุษย์ก็ได้ตายไป ยังไม่ได้บังเกิดขึ้นมาเลย? และบิดามารดาทั้งสองร้องขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺให้ทรงชี้ทางนำแก่ลูกของเขาทั้งสอง และได้มีเสียงกล่าวแก่ลูกของเขาทั้งสองว่า ความหายนะจงประสบแก่เจ้า หากเจ้ายังไม่ศรัทธาต่อวันฟื้นคืนชีพ จงศรัทธาเถิด แท้จริงสัญญาของอัลลอฮฺนั้นเป็นความจริง แล้วเขาก็พูดปฏิเสธอีกครั้งถึงการฟื้นคืนชีพ เรื่องนี้มิใช่อะไรอื่น นอกจากเป็นนิยายเหลวไหลสมัยก่อนเท่านั้น มันไม่มีอยู่จริง ณ ที่อัลลอฮฺ
Ahkaf 46:18
ชนเหล่านั้น คือ บรรดาผู้ที่จะต้องได้รับการลงโทษ รวมกับประชาชาติก่อนหน้าพวกเขาจากญินและมนุษย์ แท้จริงพวกเขาอยู่ในความขาดทุน ซึ่งพวกเขาจะต้องสูญเสียตัวเองและครอบครัวโดยการเข้าไปในไฟนรก
Ahkaf 46:19
และสำหรับทั้งสองฝ่ายนี้ ฝ่ายชาวสวรรค์และฝ่ายชาวนรก ลำดับชั้นของเขานั้นเรียบเรียงตามการงานของพวกเขา ส่วนลำดับชั้นของชาวสวรรค์นั้นเป็นลำดับชั้นที่สูงส่ง และลำดับชั้นของชาวนรกนั้นต่ำต้อย และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาอย่างครบถ้วนตามผลงานของพวกเขา โดยที่พวกเขาจะไม่ถูกละเมิด หรือ เกิดความอยุติธรรมในวันกียามะฮฺ โดยที่ความดีจะไม่ถูกละเลยแม้แต่น้อย และความชั่วก็จะไม่ถูกเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
Ahkaf 46:20
และในวันที่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮและกล่าวเท็จต่อท่านเราะซูลมาอยู่ต่อหน้าไฟนรกเพื่อรับการลงโทษ และจะมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาด้วยน้ำเสียงที่โหดเหี้ยมว่า พวกเจ้าได้เอาสิ่งดีงามทั้งหลายของพวกเจ้าในการดำรงชีวิตของพวกเจ้าในโลกดุนยาไปแล้ว และพวกเจ้าได้มีความสำราญกับมันแล้ว ฉะนั้นวันนี้พวกเจ้าจะได้รับการตอบแทนด้วยบทลงโทษอันอัปยศ เนื่องด้วย พวกเจ้าหยิ่งยโสในแผ่นดินโดยไม่เป็นธรรมและเนื่องด้วยพวกเจ้าได้อออกจากการเคารพภักดีต่ออัลลอฮด้วยการปฏิเสธศรัทธาและทำการฝ่าฝืน
Ahkaf 46:21
และจงรำลึกเถิด โอ้ท่านเราะซูล ฮูดพี่น้องคนหนึ่งของพวกอ๊าดในเชื้อสาย ตอนที่เขาได้ให้การตักเตือนต่อประชาชาติของเขาถึงบทลงโทษของอัลลอฮฺที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขา และพวกเขาอยู่ในบ้านของพวกเขาในคาบสมุทรอาหรับตอนใต้ และแน่นอน บรรดาเราะซูลผู้ตักเตือนก่อนหน้าฮูดและภายหลังเขาได้กล่าวตักเตือนว่า พวกท่านอย่าเคารพอิบาดะฮฺผู้ใดนอกจากอัลลอฮฺองค์เดียว และอย่าได้เคารพอิบาดะฮฺสิ่งอื่นไปพร้อมกัน แท้จริงฉันกลัวแทนพวกท่าน โอ้กลุ่มชนของฉัน ถึงการลงโทษแห่งวันอันยิ่งใหญ่คือวันกียามะฮฺ
Ahkaf 46:22
กลุ่มชนของเขาได้กล่าวแก่เขาว่า ท่านมาหาพวกเราเพื่อจะทำให้เราแตกแยกจากการเคารพสักการะพระเจ้าของพวกเรากระนั้นหรือ? ไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอน ดังนั้นจงนำการลงโทษตามที่ท่านได้สัญญาไว้กับเราไว้ หากท่านอยู่ในหมู่ผู้สัตย์จริงในการเชิญชวนของท่าน
Ahkaf 46:23
ท่านนบีฮูดกล่าวว่า แท้จริงนั้นความรู้เรื่องการลงโทษนั้นอยู่ที่อัลลอฮ และฉันไม่รู้เรื่องนี้ แต่ฉันเป็นเราะซูลที่คอยประกาศแก่พวกท่านตามที่ฉันได้ถูกส่งมาเพื่อการนี้ และฉันเห็นว่าพวกท่านเป็นหมู่ชนผู้งมงาย อะไรที่ให้ประโยชน์แก่พวกท่านแต่พวกท่านกลับละทิ้งมัน และอะไรที่จะส่งผลเสียแก่พวกท่าน แต่พวกท่านกลับทำมันซะอย่างนั้น
Ahkaf 46:24
และเมื่อท่านบีฮูดได้มายังพวกเขา พวกเขาก็ได้รีบเร่งขอบทลงโทษ พวกเขาได้เห็นก้อนเมฆในทิศทางบนชั้นฟ้ามุ่งหน้าไปยังพวกเขา พวกเขากล่าวว่า นี่คือเมฆที่จะให้น้ำฝนแก่เรา ท่านนบีฮูดกล่าวแก่พวกเขาว่า นี้ไม่ไช่อย่างที่พวกเจ้าคิดว่าเป็นก้อนเมฆที่ฝนจะตกลงมาแก่พวกเจ้า แต่มันคือบทลงโทษที่พวกเจ้าขออย่างรีบร้อนไง มันเป็นลมพายุแห่งการลงโทษที่จะสรา้งความเจ็บปวดทรมาน
Ahkaf 46:25
ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้ามันซึ่งพระเจ้าทรงบัญชาให้ทำลาย และพวกเขาก็ถูกทำลาย ไม่มีอะไรให้แลเห็นนอกจากบ้านพักอาศัยของพวกเขาเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นพยานหลักฐานให้เห็นว่า พวกเขาเคยมีตัวตนอยู่จริงมาก่อนหน้านี้ และการลงโทษอันเจ็บปวดเช่นนี้แหละ เราจะตอบแทนผู้ปฏิเสธอย่างไม่รู้ไม่ชี้ และฝืนที่จะไม่ยอมรับในความจริง
Ahkaf 46:26
และเราได้ให้คนของฮูดเป็นสาเหตุของการตั้งหลักแหล่งที่มั่นคงโดยที่เรานั้นไม่ได้ให้แก่พวกเจ้า และเราได้ทำให้พวกเขามีหูที่สามารถได้ยินและให้ดวงตาที่มองเห็นและให้หัวใจที่นึกคิดได้แต่ว่าหูของพวกเขา ตาของพวกเขา และหัวใจของพวกเขา มิได้อำนวยประโยชน์อันใดแก่พวกเขาเลย และไม่ได้ปกป้องพวกเขาจากบทลงโทษของอัลลอฮเมื่อบทลงโทษนั้นได้มาถึง โดยที่พวกเขานั้นได้ปฏิเสธศรัทธาต่อสัญญาณต่างๆของอัลลอฮ และการเผชิญหน้ากับสิ่งที่พวกเขาได้เคยเยาะเย้ยมา ซึ่งบทลงโทษที่ท่านนบีฮูด อลัยฮิสสลาม เคยกล่าวให้การหวาดกลัวและจงระวังไว้
Ahkaf 46:27
และโดยแน่นอน เราได้ทำลายหมู่บ้านต่างๆที่อยู่รอบๆพวกเจ้า โอ้ชาวมักกะฮฺเอ๋ย และเราก็ได้ทำลายกลุ่มชนอ๊าดและษะมูดและกลุ่มชนลูฏและชาวมัดยัน และเราได้แจกแจงซึ่งประเภทของหลักฐานและความชัดเจนต่างๆ เพื่อว่าพวกเขาจะกลับมาสำนึกผิดในการปฏิเสธศรัทธา
Ahkaf 46:28
ดังนั้นรูปปั้นที่พวกเขาเชื่อถือดังพระผู้เป็นเจ้านอกเหนือจากอัลลอฮ เคารพบูชามัน ด้วยการทำอิบาดะห์และการเชือดให้มันนั้น ไฉนเล่าจึงไม่ช่วยเหลือพวกเขา? ในยามที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง แต่พวกมันเองกลับหายสาปสูญไป นั่นเป็นเรื่องโกหกที่พวกเขานับถือมาโดยตลอด และหวังว่าจะได้ช่วยเหลือพวกเขา ณ ที่อัลลอฮฺ
Ahkaf 46:29
และจงรำลึกเถิด โอ้ท่านเราะซูล ครั้นเมื่อเราได้ส่งบรรดาญินกลุ่มหนึ่งไปรับฟังอัลกุรอ่านที่ถูกประทานลงมายังเจ้า ดังนัันเมื่อพวกเขาไปรวมตัวเพื่อรับฟังแล้ว ส่วนหนึ่งในหมู่พวกเขาจึงได้พูดออกมาว่า จงนิ่งเงียบๆ จนกว่าเราจะได้ฟังดีๆ อย่างชัดเจน และเมื่อท่านเราะซูลอ่านจบ พวกเขาก็ได้กลับไปหากลุ่มชนของพวกเขาและได้แจ้งเตือนแก่กลุ่มชนของพวกเขาถึงบทลงโทษของอัลลอฮฺหากพวกเขาไม่ศรัทธาต่ออัลกุรอ่าน
Ahkaf 46:30
พวกเขากล่าวแก่กลุ่มชนของพวกเขาว่า โอ้กลุ่มชนของฉันเอ๋ย แท้จริงเราได้ยินมาว่ามีคัมภีร์หนี่งที่อัลลอฮได้ประทานลงมาหลังจากท่านนบีมูซาเป็นการยืนยันในสิ่งที่ได้มีมาก่อนแล้วในคัมภีร์ที่ถูกประทานมาจากอัลลอฮฺ ซึ่งคัมภีร์ที่เราได้ยินมานั้นชี้แนะซึ่งทางไปสู่สัจธรรมและนำทางไปสู่เส้นทางที่เที่ยงตรงนั้นก็คือเส้นทางแห่งอัลอิสลามนั่นเอง
Ahkaf 46:31
โอ้หมู่ชนของเราเอ๋ย จงตอบรับในสิ่งที่มูฮัมมัดเรียกร้องพวกเจ้าไปสู่ความถูกต้องเถิด และจงศรัทธาเถิดว่าแท้จริงเขาคือเราะซูลที่มาจากพระเจ้า แล้วพระองค์จะทรงอภัยโทษในความผิดของพวกเจ้า และพระองค์จะทรงช่วยพวกเจ้าให้รอดพ้นจากการลงโทษอันเจ็บปวดที่กำลังรอพวกเจ้าอยู่หากพวกเจ้าไม่ตอบรับในสิ่งที่ถูกเรียกร้อง ซึ่งสัจธรรมที่แท้จริง และไม่ศรัทธาว่าแท้จริงเขานั้นเป็นท่านเราะซูลของพระองค์
Ahkaf 46:32
และผู้ใดที่ไม่ตอบรับการเรียกร้องของท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม คือการเรียกร้องสู่สัจธรรมที่แท้จริง เขามิอาจหลบหนีให้หลุดพ้นจากอัลลอฮฺได้บนโลกนี้ และสำหรับเขาแล้วจะไม่มีพระเจ้าอื่นนอกจากอัลลอฮฺผู้ที่จะทรงช่วยเขาให้พ้นจากการลงโทษ ชนเหล่านั้นคือผู้ที่หลงผิดอย่างชัดแจ้ง
Ahkaf 46:33
พวกเจ้าไม่เห็นดอกหรือว่าบรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธต่อวันฟื้นคืนชีพ แท้จริงอัลลอฮฺ ซึ่งทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนี้ และมิทรงอ่อนเพลียต่อการสร้างสิ่งเหล่านั้นด้วยความใหญ่และกว้างขวาง และเป็นผู้อานุภาพที่จะให้คนตายมีชีวิตขึ้นมาอีก เพื่อคิดบัญชีและให้การตอบแทน แน่นอนแท้จริงพระองค์สามารถที่จะให้ชีวิตแก่พวกเขา แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุก ๆ สิ่ง ไม่มีสิ่งใดสามารถขัดขวางพระองค์ได้จากการทำให้คนตายมีชีวิตขึ้นมาใหม่
Ahkaf 46:34
วันที่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์จะถูกไฟเผาเพื่อลงโทษในวันนั้น โดยมีเสียงกล่าวเชิงตำหนิว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าเห็นจากการลงโทษจริงๆดอกหรือ? หรือเป็นเท็จดังที่คุณอ้างไว้ในโลกดุนยา? พวกเขาตอบว่า แน่นอนพวกข้าพระองค์ขอสาบานด้วยพระเจ้าของพวกข้าพระองค์ แท้จริงมันเป็นเรื่องจริง และจะมีเสียงกล่าวแก่เขาว่า พวกเจ้าจงลิ้มรสของบทลงโทษเถิดเพราะพวกเจ้านั้นปฏิเสธศรัทธาในอัลลอฮฺ
Ahkaf 46:35
ดังนั้นเจ้าจงอดทน โอ้ท่านเราะซูล ต่อการปฏิเสธของกลุ่มชนของเจ้าดังบรรดาผู้ตั้งจิตมั่นแห่งเราะซูลทั้งหลาย นูฮ อิบรอฮีม มูซา และอีซา อลัยฮิมุสสลามและอย่ารีบเร่งให้มีการลงโทษแก่พวกเขา ในวันที่กลุ่มชนของเจ้าได้เห็นสิ่งที่ถูกสัญญาไว้ปรากฏต่อหน้าพวกเขาแล้วพวกเขาจะรู้สึกราวกับว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในโลกนี้เว้นแต่แค่ช่วงเวลาสั้นๆ นิดเดียวเท่านั้น ไม่ถึงหนึ่งวันโดยซ้ำไปทั้งนี้ เพราะช่วงเวลาที่พวกเขาทุกข์ทรมานในโลกหน้านั้นจะยาวมาก นี้คือคัมภีร์อัลกุรอ่านที่ถูกประทานลงมายังมูฮัมมัด ศ็อลลัลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม และเพียงพอสำหรับมนุษย์และญิน แท้จริงความหายนะจะไม่ประสบด้วยการลงโทษเว้นแต่ผู้ที่ปลีกตัวออกจากการเคารพภักดีต่ออัลลอฮด้วยการปฏิเสธศรัทธาและกระทำในสิ่งที่เป็นบาป