Thai Mokhtasar — Maide 5:1 – Enam 6:165
Contents
- Maide 5:1
- Maide 5:2
- Maide 5:3
- Maide 5:4
- Maide 5:5
- Maide 5:6
- Maide 5:7
- Maide 5:8
- Maide 5:9
- Maide 5:10
- Maide 5:11
- Maide 5:12
- Maide 5:13
- Maide 5:14
- Maide 5:15
- Maide 5:16
- Maide 5:17
- Maide 5:18
- Maide 5:19
- Maide 5:20
- Maide 5:21
- Maide 5:22
- Maide 5:23
- Maide 5:24
- Maide 5:25
- Maide 5:26
- Maide 5:27
- Maide 5:28
- Maide 5:29
- Maide 5:30
- Maide 5:31
- Maide 5:32
- Maide 5:33
- Maide 5:34
- Maide 5:35
- Maide 5:36
- Maide 5:37
- Maide 5:38
- Maide 5:39
- Maide 5:40
- Maide 5:41
- Maide 5:42
- Maide 5:43
- Maide 5:44
- Maide 5:45
- Maide 5:46
- Maide 5:47
- Maide 5:48
- Maide 5:49
- Maide 5:50
- Maide 5:51
- Maide 5:52
- Maide 5:53
- Maide 5:54
- Maide 5:55
- Maide 5:56
- Maide 5:57
- Maide 5:58
- Maide 5:59
- Maide 5:60
- Maide 5:61
- Maide 5:62
- Maide 5:63
- Maide 5:64
- Maide 5:65
- Maide 5:66
- Maide 5:67
- Maide 5:68
- Maide 5:69
- Maide 5:70
- Maide 5:71
- Maide 5:72
- Maide 5:73
- Maide 5:74
- Maide 5:75
- Maide 5:76
- Maide 5:77
- Maide 5:78
- Maide 5:79
- Maide 5:80
- Maide 5:81
- Maide 5:82
- Maide 5:83
- Maide 5:84
- Maide 5:85
- Maide 5:86
- Maide 5:87
- Maide 5:88
- Maide 5:89
- Maide 5:90
- Maide 5:91
- Maide 5:92
- Maide 5:93
- Maide 5:94
- Maide 5:95
- Maide 5:96
- Maide 5:97
- Maide 5:98
- Maide 5:99
- Maide 5:100
- Maide 5:101
- Maide 5:102
- Maide 5:103
- Maide 5:104
- Maide 5:105
- Maide 5:106
- Maide 5:107
- Maide 5:108
- Maide 5:109
- Maide 5:110
- Maide 5:111
- Maide 5:112
- Maide 5:113
- Maide 5:114
- Maide 5:115
- Maide 5:116
- Maide 5:117
- Maide 5:118
- Maide 5:119
- Maide 5:120
- Enam 6:1
- Enam 6:2
- Enam 6:3
- Enam 6:4
- Enam 6:5
- Enam 6:6
- Enam 6:7
- Enam 6:8
- Enam 6:9
- Enam 6:10
- Enam 6:11
- Enam 6:12
- Enam 6:13
- Enam 6:14
- Enam 6:15
- Enam 6:16
- Enam 6:17
- Enam 6:18
- Enam 6:19
- Enam 6:20
- Enam 6:21
- Enam 6:22
- Enam 6:23
- Enam 6:24
- Enam 6:25
- Enam 6:26
- Enam 6:27
- Enam 6:28
- Enam 6:29
- Enam 6:30
- Enam 6:31
- Enam 6:32
- Enam 6:33
- Enam 6:34
- Enam 6:35
- Enam 6:36
- Enam 6:37
- Enam 6:38
- Enam 6:39
- Enam 6:40
- Enam 6:41
- Enam 6:42
- Enam 6:43
- Enam 6:44
- Enam 6:45
- Enam 6:46
- Enam 6:47
- Enam 6:48
- Enam 6:49
- Enam 6:50
- Enam 6:51
- Enam 6:52
- Enam 6:53
- Enam 6:54
- Enam 6:55
- Enam 6:56
- Enam 6:57
- Enam 6:58
- Enam 6:59
- Enam 6:60
- Enam 6:61
- Enam 6:62
- Enam 6:63
- Enam 6:64
- Enam 6:65
- Enam 6:66
- Enam 6:67
- Enam 6:68
- Enam 6:69
- Enam 6:70
- Enam 6:71
- Enam 6:72
- Enam 6:73
- Enam 6:74
- Enam 6:75
- Enam 6:76
- Enam 6:77
- Enam 6:78
- Enam 6:79
- Enam 6:80
- Enam 6:81
- Enam 6:82
- Enam 6:83
- Enam 6:84
- Enam 6:85
- Enam 6:86
- Enam 6:87
- Enam 6:88
- Enam 6:89
- Enam 6:90
- Enam 6:91
- Enam 6:92
- Enam 6:93
- Enam 6:94
- Enam 6:95
- Enam 6:96
- Enam 6:97
- Enam 6:98
- Enam 6:99
- Enam 6:100
- Enam 6:101
- Enam 6:102
- Enam 6:103
- Enam 6:104
- Enam 6:105
- Enam 6:106
- Enam 6:107
- Enam 6:108
- Enam 6:109
- Enam 6:110
- Enam 6:111
- Enam 6:112
- Enam 6:113
- Enam 6:114
- Enam 6:115
- Enam 6:116
- Enam 6:117
- Enam 6:118
- Enam 6:119
- Enam 6:120
- Enam 6:121
- Enam 6:122
- Enam 6:123
- Enam 6:124
- Enam 6:125
- Enam 6:126
- Enam 6:127
- Enam 6:128
- Enam 6:129
- Enam 6:130
- Enam 6:131
- Enam 6:132
- Enam 6:133
- Enam 6:134
- Enam 6:135
- Enam 6:136
- Enam 6:137
- Enam 6:138
- Enam 6:139
- Enam 6:140
- Enam 6:141
- Enam 6:142
- Enam 6:143
- Enam 6:144
- Enam 6:145
- Enam 6:146
- Enam 6:147
- Enam 6:148
- Enam 6:149
- Enam 6:150
- Enam 6:151
- Enam 6:152
- Enam 6:153
- Enam 6:154
- Enam 6:155
- Enam 6:156
- Enam 6:157
- Enam 6:158
- Enam 6:159
- Enam 6:160
- Enam 6:161
- Enam 6:162
- Enam 6:163
- Enam 6:164
- Enam 6:165
Maide 5:1
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงซื่อสัตย์และรักษาสัญญาต่างๆ ที่มีระหว่างพวกเจ้ากับอัลลอฮฺ และระหว่างพวกเจ้ากันเองอย่างสมบูรณ์เถิด แท้จริง (ด้วยความเมตตาของพระองค์) พระองค์ได้ให้สัตว์ประเภทปศุสัตว์ (อูฐ วัว แพะ แกะ) เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้าแล้ว นอกจากสิ่งที่ถูกอ่านให้แก่พวกเจ้าว่ามันเป็นที่ต้องห้ามและสัตว์ป่าที่ได้จากการล่าในขณะที่พวกเจ้าอยู่ในพิธีหัจญ์หรืออุมเราะฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงตัดสินชี้ขาดในการให้อนุมัติและห้ามตามหิกมะฮฺของพระองค์ ดังนั้นไม่มีผู้ใดสามารถบังคับพระองค์และคัดค้านคำตัดสินของพระองค์ได้
Maide 5:2
โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงอย่าละเมิดสัญลักษณ์ของอัลลอฮ์ที่พระองค์ทรงสั่งใช้พวกเจ้าให้เทิดทูน และจงหยุดจากการกระทำที่ต้องห้ามในขณะที่ครองอิห์รอม เช่นการสวมใส่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บ และสิ่งต้องห้ามต่าง ๆ ที่อยู่ในแผ่นดินหะรอม เช่น การล่าสัตว์ และอย่าละเมิดเกียรติของเดือนต้องห้าม(ซุลกิอ์ดะฮ์ ซุลหิจญะฮ์ มุหัรร็อม และเราะญับ) อย่ารบกวนสัตว์ฮัดย์ด้วยการปล้นหรือด้วยวิธีใดก็ตาม หรือสกัดมันไม่ให้มันถึงที่ของมัน และรบกวนสัตว์ที่ถูกสวมเครื่องหมายไว้ที่คอเพื่อเป็นสัตว์ฮัดย์และอย่ารบกวนผู้คนที่มาเยี่ยมบ้านของอัลลอฮ์ ในขณะที่พวกเขากำลังแสวงหาความโปรดปราน และเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าของพวกเขา และเมื่อพวกเจ้าเสร็จสิ้นการแสวงบุญแล้วไม่ว่าจะเสร็จสิ้นจากการทำหัจญ์หรืออุมเราะฮ์ และได้ออกจากหะรอมแล้ว ดังนั้นก็อนุญาตให้ออกล่าสัตว์ได้หากพวกเจ้าต้องการ และอย่าให้พวกเจ้าเกลียดชังคนใด ๆ เพราะพวกเขากีดกันพวกเจ้าจากมัสยิดิลหะรอม ส่งเสริมให้พวกเจ้าปฏิบัติต่อพวกเขาในทางที่ผิด และโปรดให้การสนับสนุนในการทำความดีและความกตัญญูและละทิ้งความชั่ว และอย่าให้การสนับสนุนในการทำบาปและการฝ่าฝืน ความเป็นศัตรูระหว่างกันที่เกิดขึ้นกับชีวิต ทรัพย์สิน และเกียรติ์ และจงยำเกรงอัลลอฮ์ด้วยการยึดมั่นกับการเชื่อฟังปฏิบัติ และห่างไกลจากการเนรคุณต่อพระองค์ แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงเข้มงวดยิ่งในการลงโทษ ดังนั้นพวกเจ้าจงระวังการลงโทษของพระองค์
Maide 5:3
อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามแก่พวกเจ้าซึ่งสัตว์ที่ตายเองโดยมิได้เชือด พระองค์ทรงห้ามเลือดที่ไหลออกขณะเชือด เนื้อสุกร สัตว์ที่ถูกเชือดโดยการใช้นามอื่นจากอัลลอฮ์ สัตว์ที่ถูกรัดคอตาย สัตว์ที่ถูกตีตาย สัตว์ที่ตกจากที่สูงตาย สัตว์ที่ถูกขวิดตาย และสัตว์ที่ถูกสัตว์ร้ายกัดกิน เช่น สิงโต เสือ หมาป่า นอกเสียจากสัตว์เหล่านี้ยังมีชีวิตอยู่แล้วพวกเจ้าทันเชือดมัน (ตามศาสนบัญญัติ) มันก็จะเป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้า และพระองค์ยังทรงห้ามแก่พวกเจ้าซึ่งสัตว์ที่ถูกเชือดเพื่อถวายให้แก่เทวรูปต่าง ๆ พระองค์ทรงห้ามการเสี่ยงทายด้วยก้อนหินหรือลูกธนูที่มีเขียนว่า (จงทำ) และ (ห้ามทำ) แล้วจะกระทำตามที่หยิบมาได้ การกระทำต้องห้ามทั้งหมดนี้ถือเป็นการออกนอกกรอบจากการเชื่อฟังพระองค์อัลลอฮ์ วันนี้ (วันอะเราะฟะฮ์ ในปีที่ 10 ฮิจเราะฮ์ศักราช) บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้สิ้นหวังที่จะให้พวกเจ้าออกจากศาสนาอิสลามแล้ว เนื่องด้วยพวกเขาเห็นความเข้มแข็งของศาสนาอิสลาม ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่ากลัวพวกเขา และจงกลัวข้าเพียงพระองค์เดียว วันนี้ข้าได้ให้ศาสนาของพวกเจ้าสมบูรณ์แก่พวกเจ้าแล้ว ซึ่งหมายถึงศาสนาอิสลาม ข้าได้ให้ความโปรดปรานของข้าครบถ้วนทั้งภายนอกและภายในแก่พวกเจ้าด้วยเช่นกัน และข้าก็ได้เลือกอิสลามให้เป็นศาสนาแก่พวกเจ้า ดังนั้นจงอย่าเอาศาสนาอื่นนอกจากอิสลาม ผู้ใดอยู่ในสภาพที่คับขันจำเป็นต้องกิน (สัตว์ดังกล่าว) ที่ตายเองเนื่องด้วยความหิวโหยโดยมิได้จงใจกระทำบาป ก็จะไม่มีบาปใด ๆ แก่เขา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตาเสมอ
Maide 5:4
โอ้ท่านเราะซูล บรรดาเศาะหาบะฮฺของเจ้าจะถามเจ้าว่า อัลลอฮฺได้อนุมัติอาหารอะไรบ้างแก่พวกเขา จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล ว่า อัลลอฮฺได้อนุมัติแก่พวกเจ้าซึ่งอาหารที่ดีทั้งหลายและเหยื่อที่สัตว์ล่าเนื้อที่มีเล็บเขี้ยว เช่น สุนัข เสือดาว เหยี่ยว เป็นต้น ได้ล่าให้แก่พวกเจ้า โดยที่พวกเจ้าได้สอนมันไว้เกี่ยวกับการล่าสัตว์ด้วยความรู้และวิธีการที่อัลลอฮฺได้โปรดปรานให้แก่พวกเจ้า จนกระทั่งมันสามารถกระทำในสิ่งที่ถูกสั่งใช้และหยุดยั้งในสิ่งที่ถูกสั่งห้ามได้ ดังนั้นพวกเจ้าจงกินเหยื่อที่มันล่ามาได้แม้กระทั่งมันจะฆ่าเหยื่อนั้นก็ตาม และจงกล่าวพระนามของอัลลอฮฺตอนที่ปล่อยมันออกไปล่าเหยื่อ และจงเกรงกลัวอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และหยุดยั้งตามคำสั่งห้ามของพระองค์ แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงรวดเร็วในการสอบสวนการงาน
Maide 5:5
วันนี้อัลลอฮฺได้อนุมัติให้พวกเจ้ากินอาหารดีๆ ทั้งหลาย อมุมัติให้พวกเจ้ากินอาหารที่เชือดโดยชาวคัมภีร์ทั้งที่เป็นชาวยิวและชาวคริสต์ และอาหารที่พวกเจ้าเชือดก็เป็นที่อนุมัติแก่พวกเขาเช่นกัน พระองค์ได้อนุมัติให้พวกเจ้าแต่งงานกับบรรดาสตรีผู้ศรัทธาที่อิสระบริสุทธิ์ และบรรดาสตรีที่อิสระบริสุทธิ์ที่มาจากผู้ที่ได้รับคำภีร์ก่อนหน้าเจ้าทั้งที่เป็นชาวยิวและชาวคริสต์ หากพวกเจ้าได้มอบมะหัรฺ (ค่าสินสอด) แก่พวกนาง โดยที่พวกเจ้าสงวนตัวจากการปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ดี มิใช่เป็นการเล่นแฟนกระทำซินากับพวกนาง และผู้ใดปฏิเสธบทบัญญัติต่างๆที่อัลลอฮฺได้บัญญัติไว้ให้กับบ่าวของพระองค์ แน่นอนการงานของเขาถูกโมฆะไร้ผล เนื่องจากขาดเงื่อนไขการศรัทธา ขณะเดียวกันในวันกิยามะฮฺเขาอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน เนื่องจากต้องเข้าอยู่ในนรกตลอดกาล
Maide 5:6
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย หากพวกเจ้าต้องการจะดำรงการละหมาดในขณะที่พวกเจ้าอยู่ในสภาพที่มีหะดัษเล็ก (หมายถึง ไม่มีน้ำละหมาด) ก็จงอาบน้ำละหมาดด้วยการล้างใบหน้าของพวกเจ้า ล้างมือทั้งสองของพวกเจ้าจนถึงข้อศอก ลูบศรีษะของพวกเจ้า และล้างเท้าทั้งสองของพวกเจ้าจนถึงตาตุ่ม และหากพวกเจ้ามีหะดัษใหญ่ (หมายถึง มีญะนาบะฮฺด้วยการสมสู่กับภรรยา หรือฝันเปียก หรือหมดประจำเดือน) ก็จงอาบน้ำชำระร่างกายยกหะดัษใหญ่ให้สะอาด และหากพวกเจ้าป่วยกลัวอาการเพิ่มขึ้นหรือหายช้าลง หรืออยู่ในการเดินทางขณะที่มีสุขภาพดี หรือมีหะดัษเล็กด้วยการขับถ่าย เป็นต้น หรือมีหะดัษใหญ่ด้วยการสมสู่กับภรรยา แล้วพวกเจ้าไม่มีน้ำที่จะชำระทำความสะอาดหลังจากที่ได้หามาแล้ว พวกเจ้าจงมุ่งสู่พื้นดิน (ทำตะยัมมุม) โดยการเอามือของพวกเจ้าแตะบนพื้นดิน แล้วลูบใบหน้าและมือของพวกเจ้าจากดินนั้น อัลลอฮฺนั้นไม่ทรงประสงค์จะให้พวกเจ้าลำบากด้วยการบังคับให้พวกเจ้าใช้น้ำที่จะนำไปสู่อันตรายแก่พวกเจ้า ดังนั้นพระองค์จึงได้บัญญัติสิ่งทดแทนขณะที่ไม่สามารถจะใช้น้ำได้ เนื่องจากการป่วยหรือไม่มีน้ำใช้ เพื่อเป็นการต่อเติมความกรุณาของพระองค์ให้ครบถ้วนแก่พวกเจ้า หวังว่าพวกเจ้าจักขอบคุณและไม่เนรคุณต่อความกรุณาของพระองค์ที่มีต่อพวกเจ้า
Maide 5:7
และจงรำลึกถึงความกรุณาของอัลลอฮฺที่มีต่อพวกเจ้าที่ให้ทางนำสู่อิสลาม และจงรำลึกถึงสัญญาของพระองค์ที่ได้ทำไว้กับพวกเจ้าขณะที่พวกเจ้าให้สัตยาบันแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ว่าจะเชื่อฟังและปฏิบัติตามทั้งในเรื่องที่ (พวกเจ้า) พอใจและไม่พอใจ ว่า พวกเราเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของท่านแล้ว และจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์ เช่น สัญญาต่างๆ ของพระองค์ และห่างไกลจากคำสั่งห้ามของพระองค์ แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่งที่อยู่ในหัวใจ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดสามารถซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้
Maide 5:8
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์ จงเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ต่ออัลลอฮฺด้วยความบริสุทธิ์ใจ เป็นพยานด้วยความยุติธรรมไม่ใช่ด้วยความอธรรม และอย่าให้การเกลียดชังกลุ่มชนใดกลุ่มชนหนึ่งทำให้พวกเจ้าต้องละทิ้งความยุติธรรม เพราะความยุติธรรมจำเป็นต้องมีให้กับเพื่อนพ้องและศัตรู ดังนั้นจงยุติธรรมกับทั้งสองกลุ่มนี้ เพราะความยุติธรรมมันจะอยู่ใกล้กับการเกรงกลัวอัลลอฮฺมากกว่า และความอธรรมมันจะอยู่ใกล้กับการล่วงละเมิดต่อพระองค์มากกว่า และจงเกรงกลัวอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และห่างไกลจากคำสั่งห้ามของพระองค์ แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกัน ไม่มีการงานใดที่สามารถซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนการงานของพวกเจ้าทั้งหมด
Maide 5:9
และอัลลอฮฺ (พระองค์ที่ไม่เคยผิดสัญญา) ได้สัญญากับบรรดาผู้ศรัทธาต่อพระองค์ ศรัทธาต่อบรรดาเราะซูลของพระองค์ และปฏิบัติคุณงามความดีต่างๆ ด้วยการให้อภัยต่อบาปต่างๆของพวกเขา และด้วยการให้ผลบุญอันยิ่งใหญ่ นั้นก็คือการได้เข้าสรวงสวรรค์ของพระองค์นั่นเอง
Maide 5:10
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และไม่เชื่อต่อโองการต่างๆ ของพระองค์ ชนเหล่านั้นคือชาวนรก เพื่อเป็นการลงโทษเนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาและการไม่เชื่อของพวกเขา พวกเขาจะอยู่กับการลงโทษตลอดกาล ดั่งที่เพื่อนจะอยู่กับเพื่อนของเขาตลอดกาล
Maide 5:11
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงรำลึกด้วยจิตใจและลิ้นของพวกเจ้าถึงความกรุณาของอัลลอฮฺที่มีต่อพวกเจ้า เช่น ความสงบปลอดภัยและสร้างความกลัวเกิดขึ้นในจิตใจของศัตรูขณะที่พวกเขาเจตนายื่นมือเข้าโจมตีพวกเจ้าและทำลายพวกเจ้า แล้วอัลลอฮฺก็ได้ทรงยับยั้งพวกเขาและปกป้องให้พวกเจ้าปลอดภัยจากการทำร้ายของพวกเขา และจงเกรงกลัวอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และห่างไกลจากคำสั่งห้ามของพระองค์ และแด่อัลลอฮฺเท่านั้นที่บรรดาผู้ศรัทธาต้องมอบหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์แห่งโลกนี้และโลกหน้า
Maide 5:12
และแท้จริงอัลลอฮฺได้ทรงทำสัญญาอันหนักแน่นกับลูกหลานอิสรออีล ดังที่จะกล่าวไว้ต่อไปนี้ และเราได้แต่งตั้งหัวหน้าขึ้นมาในหมู่ของพวกเขาสิบสองคน ซึ่งทุกคนจะทำหน้าที่ดูแลผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขา และอัลลอฮฺได้กล่าวกับลูกหลานอิสรออีลว่า แท้จริงข้านั้นจะอยู่ร่วมกับพวกเจ้าในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนหากพวกเจ้าได้ทำการละหมาดอย่างสมบูรณ์แบบ จ่ายซะกาตทรัพย์สินของพวกเจ้า ศรัทธาต่อบรรดาเราะซูลของข้าทั้งหมดโดยไม่มีการแยกแยะระหว่างพวกเขา ให้เกียรติและสนับสนุนช่วยเหลือพวกเขา บริจาคทรัพย์ในทางที่ดี หากพวกเจ้ากระทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด แน่นอนข้าจะลบล้างความชั่วต่างๆ ที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ และในวันกิยามะฮฺข้าจะให้พวกเจ้าได้เข้าสรวงสวรรค์ที่มีแม่น้ำไหลผ่านใต้ปราสาทของมัน ดังนั้นผู้ใดที่ปฏิเสธไม่ปฏิบัติตามสัญญาอันหนักแน่นที่เขาได้ทำไว้นี้ แน่นอนเขาได้ออกห่างจากหนทางอันเที่ยงตรงในสภาพที่รู้เรื่องและตั้งใจ
Maide 5:13
และเนื่องด้วยการทำลายสัญญาของพวกเขา เราได้ทำให้พวกเขาห่างไกลจากความเมตตาของเรา ให้จิตใจของพวกเขาแข็งกระด้างที่ความดีไม่สามารถเข้าไปได้ และคำตักเตือนไม่สามารถให้ประโยชน์มันได้ พวกเขากระทำการบิดเบือนถ้อยคำต่างๆ ออกจากตำแหน่งของมันด้วยการเปลี่ยนสำนวนประโยคและอธิบายความหมายให้สอดคล้องกับอารมณ์ความต้องการของพวกเขา และพวกเขาไม่สนใจต่อบางสิ่งที่พวกเขาได้ถูกตักเตือนไป โอ้ท่านเราะซูล เจ้าจะยังคงเห็นการบิดพลิ้วของพวกเขาที่มีต่ออัลลอฮฺและบรรดาบ่าวผู้ศรัทธาของพระองค์ นอกจากเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในหมู่ของพวกเขาที่ปฏิบัติตามสัญญาที่พวกเขาได้กระทำไว้ ดังนั้นเจ้าจงอภัยและอย่าได้เอาผิดพวกเขา และยกโทษให้พวกเขา เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำความดี และอัลลอฮฺก็ทรงชอบผู้กระทำความดีทั้งหลาย
Maide 5:14
ดังที่เราได้เคยทำสัญญาอันหนักแน่นกับชาวยิวแล้ว เราก็ได้เอาสัญญากับชาวคริสต์ที่ยกย่องพวกเขาเองว่าเป็นสาวกของท่านนบีอีซา อลัยฮิสสลาม แต่แล้วพวกเขาก็ละทิ้งการกระทำบางส่วนที่พวกเขาได้ถูกเตือนไว้ดังที่บรรพบุรุษของพวกเขาที่เป็นชาวยิวได้กระทำมาก่อน และเราก็ได้ให้ความเป็นศัตรูและการเกลียดชังเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาตลอดจนถึงวันสิ้นโลก จนทำให้พวกเขาต้องทะเลาะฆ่ากันเอง และกลุ่มหนึ่งได้กล่าวหาอีกกลุ่มหนึ่งว่า "พวกเจ้าได้ปฏิเสธศรัทธา" และอัลลอฮฺจะทรงบอกและตอบแทนพวกเขาเหล่านั้นในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้
Maide 5:15
โอ้บรรดาชาวคัมภีร์ทั้งหลายทั้งที่เป็นยิวผู้เป็นเจ้าของคัมภีร์อัตเตารอตและชาวคริสต์ผู้เป็นเจ้าของคัมภีร์อัลอินญีล แท้จริงเราะซูลของเรามุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้มายังพวกเจ้าแล้ว โดยที่เขาจะแจกแจงซึ่งสิ่งต่างๆ มากมายที่พวกเจ้าได้ปกปิดมันไว้ในคัมภีร์ที่ถูกประทานลงมายังพวกเจ้า และเขาจะระงับไม่เปิดเผยซึ่งสิ่งต่างๆ มากมายที่ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ นอกจากจะเป็นการประจานพวกเจ้า และแน่นอนอัลกุรอ่านซึ่งเป็นคัมภีร์จากอัลลอฮฺได้มายังพวกเจ้าแล้ว มันเป็นคัมภีร์ที่ให้แสงสว่างในการนำทาง และเป็นคัมภีร์ที่แจกแจงทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ต้องการในกิจการของเขาทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
Maide 5:16
อัลลอฮฺจะทรงให้ทางนำด้วยคัมภีร์นี้ แก่ผู้ที่ปฏิบัติตามสิ่งที่พระองค์พึงพอพระทัย เช่น การศรัทธาและปฏิบัติคุณงามความดี ไปสู่แนวทางที่ปลอดภัยจากไฟนรก นั่นก็คือแนวทางที่นำไปสู่สรวงสวรรค์ และจะทรงให้พวกเขาออกจากความมืดมนแห่งการปฏิเสธศรัทธาและบาปต่างๆ ไปสู่แสงสว่างแห่งการศรัทธาและการเชื่อฟังพระองค์ด้วยอนุมัติของพระองค์ และจะทรงนำพวกเขาไปสู่แนวทางอิสลามอันเที่ยงตรง
Maide 5:17
แน่นอนบรรดาชาวคริสต์ที่กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นคืออัลมะซีหฺ บุตรของมัรยัม พวกเขาได้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว (โอ้ท่านเราะซูล) จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า มีผู้ใดบ้างที่สามารถยับยั้งอัลลอฮฺได้ หากพระองค์ต้องการจะทำลายอัลมะซีหฺ บุตรของมัรยัม มารดาของท่าน และผู้คนทั้งหมดในโลกนี้ และเมื่อไม่มีผู้ใดสามารถยับยั้งพระองค์ในเรื่องดังกล่าวได้ มันก็บ่งบอกว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรได้รับการเคารพอิบาดะฮฺนอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น และทั้งหมดทั้งอีซาบุตรของมัรยัม มารดาของท่าน และสรรพสิ่งทั้งหลายล้วนเป็นสิ่งที่อัลลอฮฺสร้างทั้งสิ้น และกรรมสิทธิ์แห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสองนั้นเป็นของอัลลอฮ์ พระองค์จะทรงสร้างสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ และจากผู้ที่พระองค์ได้ประสงค์สร้างนั้น เช่น อีซา อลัยฮิสสลาม โดยที่ท่านเป็นบ่าวและเราะซูลของพระองค์ พระองค์มีความสามารถเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง
Maide 5:18
ชาวยิวและชาวคริสต์กล่าวอ้างว่า พวกเราเป็นบุตรของอัลลอฮฺและเป็นที่รักของพระองค์ โอ้ท่านเราะซูล จงกล่าวตอบพวกเขาเถิดว่า แล้วไฉนเล่าพระองค์จึงได้ลงโทษพวกเจ้าด้วยเพราะบาปที่พวกเจ้าได้กระทำไว้?! หากพวกเจ้าเป็นที่รักของพระองค์จริงตามที่พวกเจ้าได้กล่าวอ้าง แน่นอนพระองค์จะไม่ลงโทษพวกเจ้าด้วยการฆ่าและเปลี่ยนรูปพวกเจ้าให้เป็นสัตว์ในโลกนี้ และจะไม่ลงโทษพวกเจ้าในโลกหน้า เพราะพระองค์จะไม่ลงโทษผู้ที่พระองค์รัก แต่พวกเจ้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาเหมือนกับมนุษย์ทั่วๆไป ผู้ใดที่ปฏิบัติความดี พระองค์ก็จะตอบแทนเขาด้วยสรวงสวรรค์ และผู้ใดที่ปฏิบัติชั่วพระองค์ก็จะลงโทษเขาด้วยไฟนรก ซึ่งพระองค์จะทรงอภัยโทษแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยความกรุณาของพระองค์ และจะทรงลงโทษผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยความยุติธรรมของพระองค์ และกรรมสิทธิ์แห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสองเป็นของอัลลอฮฺเพียงผู้เดียว และยังพระองค์เท่านั้นที่ทุกคนต้องกลับไป
Maide 5:19
โอ้บรรดาชาวคัมภีร์ทั้งที่เป็นยิวและคริสต์ทั้งหลาย แท้จริงเราะซูลของเรามุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้มายังพวกเจ้าแล้วหลังจากที่ได้ถูกตัดขาดจากบรรดาเราะซูลและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องส่งเราะซูลมา ทั้งนี้เพื่อไม่อยากให้พวกเจ้าต้องมาแก้ตัวว่า ไม่มีเราะซูลสักคนมายังพวกเราที่แจ้งข่าวดีเกี่ยวกับผลบุญของอัลลอฮฺและเตือนการลงโทษของพระองค์ ดังนั้นแน่นอนเราะซูลมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้มายังพวกเจ้าแล้วโดยแจ้งข่าวดีเกี่ยวกับผลบุญและเตือนถึงการลงโทษของพระองค์ และพระองค์มีความสามารถเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดสามารถสกัดกั้นพระองค์ได้ และหนึ่งในความสามารถของพระองค์นั้นคือการส่งบรรดาเราะซูลมา และสิ้นสุดด้วยมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม
Maide 5:20
โอ้ท่านเราะซูล และจงรำลึกเถิด ขณะที่มูซาได้กล่าวกับประชาชาติของเขาบะนีอิสรออีลว่า โอ้ประชาชาติของฉัน จงรำลึกด้วยจิตใจและลิ้นของพวกเจ้าซึ่งความโปรดปรานของอัลลอฮฺที่มีต่อพวกเจ้าขณะที่พระองค์ได้ทรงให้มีในหมู่พวกเจ้าซึ่งบรรดานบีที่เชิญชวนพวกเจ้าไปสู่ทางนำ และได้ทรงให้พวกเจ้ามีอำนาจบริหารกิจการของพวกเจ้าเองหลังจากที่พวกเจ้าได้เคยตกเป็นทาสมาก่อน และพระองค์ได้ทรงประทานความโปรดปรานของพระองค์แก่พวกเจ้าในสิ่งที่พระองค์มิเคยประทานให้กับประชาชาติใดมาก่อนในสมัยพวกเจ้า
Maide 5:21
มูซาได้กล่าวว่า โอ้ประชาชาติของฉัน จงเข้าไปในแผ่นดินอันบริสุทธิ์(บัยตุลมักดิสและแผ่นดินรอบๆ) ที่อัลลอฮฺได้ทรงสัญญาให้พวกเจ้าเข้าไปและทำการสู้รบกับผู้ปฏิเสธศรัทธาที่อยู่ที่นั้น และจงอย่ายอมแพ้ในการต่อสู้รบกับพวกที่แข็งแรงเหี้ยมโหด เพราะจะทำให้พวกเจ้ากลับกลายเป็นผู้ขาดทุนทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
Maide 5:22
ประชาชาติของเขากล่าวว่า โอ้มูซา แท้จริงในแผ่นดินอันบริสุทธิ์(บัยตุลมักดิสและแผ่นดินรอบๆ)นั้นมีกลุ่มชนหนึ่งที่แข็งแกร่งและเหี้ยมโหด ซึ่งสิ่งนี้มันจะห้ามเรามิให้เข้าไปในแผ่นดินนั้น ดังนั้นพวกเราจะไม่เข้าไปในแผ่นดินนั้นเป็นอันขาดตราบใดที่พวกเขายังอยู่ เพราะเราไม่มีอำนาจและพลังความสามารถในการสู้รบกับพวกเขา แต่ถ้าพวกเขาออกไปจากที่นั้นแล้ว พวกเราก็จะเข้าไป
Maide 5:23
มีชายสองคนในหมู่สาวกของมูซาที่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺและเกรงกลัวการลงโทษของพระองค์ที่พระองค์ได้ทรงประทานความกรุณาให้ทั้งสองเชื่อฟังพระองค์ โดยที่ทั้งสองส่งเสริมให้กลุ่มชนของพวกเขาปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของมูซาว่า จงเข้าไปหาพวกแข็งแกร่งเหี้ยมโหดนั้นทางประตูเมืองเถิด เมื่อพวกเจ้าบุกประตูเข้าไปแล้ว แน่นอน(ด้วยการอนุมัติของพระองค์) พวกเจ้าจะได้รับชัยชนะโดยมั่นใจในกฎของอัลลอฮฺที่ว่า ชัยชนะนั้นย่อมมาจากการเตรียมการและการวางแผนที่ดี เช่น การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ การเตรียมเครื่องมืออาวุธต่างๆ และแด่อัลลอฮฺเท่านั้นพวกเจ้าจงยึดมั่นและมอบหมาย หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริง เพราะการศรัทธาที่แท้จริงนั้นจำเป็นต้องมอบหมายแด่อัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว
Maide 5:24
กลุ่มชนของมูซาที่มาจากบะนีอิสรออีลยังคงยืนยันไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งนบีของพวกเขาโดยพวกเขากล่าวแก่มูซาว่า แท้จริงพวกเราจะไม่เข้าไปในเมืองนั้นเป็นอันขาด ตราบใดที่พวกเขายังอยู่ในที่นั้น ดังนั้นเจ้า (มูซา) ก็จงเข้าไปกับพระเจ้าของเจ้าเถิด แล้วจงต่อสู้กับพวกเขา ส่วนพวกเราจะนั่งรออยู่ที่นี้ไม่ไปร่วมต่อสู้กับพวกเจ้าทั้งสอง
Maide 5:25
มูซาได้กล่าวแก่พระผู้อภิบาลของเขาว่า โอ้พระผู้อภิบาลของข้า แท้จริงข้าไม่มีอำนาจใดนอกจากตัวของข้าเองและพี่ชายของข้าเท่านั้น ดังนั้นได้โปรดแยกระหว่างเรากับกลุ่มชนที่ละเมิดไม่เชื่อฟังพระองค์และเราะซูลของพระองค์ด้วยเถิด
Maide 5:26
อัลลอฮฺได้ตรัสกับนบีมูซาว่า แท้จริงอัลลอฮฺได้ห้ามบะนีอิสรออีลมิให้เข้าแผ่นดินอันบริสุทธิ์เป็นเวลาสี่สิบปี ซึ่งพวกเขาจะเร่ร่อนหลงทางในผืนแผ่นดินทะเลทราย ดังนั้นเจ้า (มูซา) อย่าได้เสียใจกับกลุ่มชนที่ละเมิดไม่เชื่อฟังอัลลอฮฺ เพราะสิ่งที่ประสบกับพวกเขานั้นเป็นส่วนหนึ่งของการลงโทษที่มีสาเหตุมาจากการฝ่าฝืนไม่เชื่อฟังและบาปต่างๆ ของพวกเขา
Maide 5:27
โอ้ท่านเราะซูล จงเล่าให้ชาวยิวผู้มีนิสัยอิจฉาและอธรรมได้ฟังเรื่องราวบุตรชายสองคนของอาดัม กอบีลและฮาบีลด้วยความจริงโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ ขณะที่ทั้งสองได้กระทำการพลีซึ่งสิ่งพลีเพื่อเป็นการสร้างความไกล้ชิดต่ออัลลอฮฺ แล้วอัลลอฮฺก็รับสิ่งพลีของฮาบีล เพราะเขาเป็นผู้ยำเกรง โดยที่ไม่รับสิ่งพลีของกอบีล เพราะเขาไม่ได้เป็นผู้ยำเกรง ดังนั้นด้วยความอิจฉากอบีลจึงรับไม่ได้ที่สิ่งพลีของฮาบีลถูกตอบรับและกล่าวว่า แน่นอนข้าจะฆ่าเจ้าโอ้ฮาบีล ฮาบีลก็ได้กล่าวตอบว่า แท้จริงอัลลอฮฺจะตอบรับสิ่งพลีของผู้ที่ยำเกรงพระองค์ด้วยการปฏิบัติคำสั่งใช้ของพระองค์และออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์
Maide 5:28
หากเจ้ายื่นมือของเจ้ามายังฉันเพื่อที่จะฆ่าฉัน ฉันก็จะไม่แก้แค้นเจ้าเหมือนการกระทำของเจ้า ซึ่งมันไม่ใช่เพราะความขี้ขลาดของฉัน แต่ฉันกลัวอัลลอฮฺผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลกต่างหาก
Maide 5:29
แท้จริงฉันต้องการให้เจ้านำบาปที่ฆ่าฉันอย่างอธรรมและเป็นศัตรูไปรวมกับบาปต่างๆ ของเจ้าที่ผ่านมา แล้วเจ้าก็จะกลายเป็นชาวนรกที่ต้องอยู่ในนั้นในวันกิยามะฮฺ ซึ่งการตอบแทนนี้มันเป็นการตอบแทนของผู้ที่ละเมิดขอบเขต และฉันไม่ต้องการนำบาปที่ฆ่าเจ้าซึ่งทำให้ฉันต้องอยู่ร่วมกับพวกเขาด้วย
Maide 5:30
ดังนั้นจิตใจอันชั่วร้ายของกอบีลได้ยั่วยุเขาให้ฆ่าน้องชายของเขาฮาบีลอย่างอธรรม แล้วเขาก็ฆ่าฮาบีล ด้วยเหตุดังกล่าวเขาจึงได้กลายเป็นผู้ขาดทุนทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
Maide 5:31
ดังนั้นอัลลอฮ์จึงส่งอีกาตัวหนึ่งมาคุ้ยดินตรงหน้าเขาเพื่อฝังซากอีกาที่ตายแล้ว เพื่อเป็นการสอนเขาถึงวิธีปกปิดร่างของน้องชายของเขา ทันใดนั้นคนฆ่าจึงพูดกับน้องชายของเขาว่า "ความวิบัติได้บังเกิดขึ้นแล้ว ฉันไม่สามารถที่จะเป็นเช่นกาตัวนี้ที่มันกลบร่างอีกาอีกตัวแล้วกลบศพน้องชายของฉันเชียวหรือนี่? แล้วเขาก็กลายเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้ตรอมใจ
Maide 5:32
ด้วยเหตุที่กอบีลฆ่าน้องชายของเขานั้นแหละ ทำให้เราได้บอกแก่บะนีอิสรออีลว่า ผู้ใดฆ่าชีวิตหนึ่งโดยปราศจากสาเหตุ เช่น การประหารฆาตกร หรือการบ่อนทำลายในผืนแผ่นดินด้วยการปฏิเสธศรัทธา หรือการปล้นสะดม ก็เท่ากับว่าเขาได้ฆ่าชีวิตมนุษย์ทั้งมวล เพราะสำหรับเขาแล้วมันไม่แตกต่างอะไรระหว่างผู้บริสุทธิ์กับอาชญากร และผู้ใดที่ยับยั้งไม่ฆ่าชีวิตที่อัลลอฮฺทรงห้ามโดยศรัทธาว่าไม่อนุญาตให้ฆ่าชีวิตอื่น แล้วเขาก็ไม่ได้ฆ่า ก็เท่ากับว่าเขาได้ไว้ชีวิตมนุษย์ทั้งมวล เพราะการกระทำของเขานั้นมันทำให้ทุกคนได้ปลอดภัย และแท้จริงบรรดาเราะซูลของเราได้นำหลักฐานต่างๆ อันชัดแจ้งมายังบะนีอิสรออีลแล้ว พร้อมกันนั้นยังมีอีกจำนวนมากมายในหมู่พวกเขาที่เป็นผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติของอัลลอฮฺด้วยการกระทำบาปต่างๆ และฝ่าฝืนบรรดาเราะซูลของพวกเขา
Maide 5:33
ไม่มีผลตอบแทนใดๆ สำหรับผู้ที่ทำสงครามกับอัลลอฮฺและเราะซูลของพระองค์ สร้างความเป็นศัตรูกับพระองค์และบ่อนทำลายในผืนแผ่นดินด้วยกับการฆ่า การดักปล้นระหว่างทาง นอกจากพวกเขาจะต้องถูกประหารชีวิตโดยไม่ตรึงบนไม้กางเขน หรือถูกประหารชีวิตพร้อมกับตรึงบนกางเขน หรือตัดมือขวาของพวกเขาพร้อมกับเท้าซ้ายสลับข้างกัน หลังจากนั้นหากพวกเขากลับมาทำอาชญากรรมนี้อีก ก็ให้ตัดมือซ้ายพร้อมกับเท้าขวาสลับข้างกันอีก หรือพวกเขาต้องถูกเนรเทศออกไปจากประเทศ การลงโทษพวกเขาในลักษณะดังกล่าวนั้นเป็นการประจานในโลกดุนยานี้ และพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันใหญ่หลวงในปรโลก
Maide 5:34
นอกจากผู้ที่ทำสงครามกับอัลลอฮฺที่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวก่อนที่พวกเจ้า (ผู้ปกครองบ้านเมือง) จะจับพวกเขาได้ (ก็ไม่ต้องรับโทษดังกล่าว) พึงทราบเถิดว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอภัยโทษพวกเขาหลังจากที่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว ทรงเมตตาพวกเขา และส่วนหนึ่งจากความเมตตาของพระองค์คือ การยกโทษให้แก่พวกเขา
Maide 5:35
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงเกรงกลัวอัลลอฮฺเถิด ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และห่างไกลจากคำสั่งห้ามของพระองค์ และจงแสวงหาสื่อเข้าใกล้พระองค์ด้วยการปฏิบัติสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทรงใช้และห่างไกลจากสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทรงห้าม และจงต่อสู้กับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเพื่อหวังความพอพระทัยจากพระองค์ หวังว่าพวกเจ้าจะได้รับในสิ่งที่พวกเจ้าแสวงหาและได้รับความคุ้มครองจากสิ่งที่พวกเจ้ากังวลกลัว
Maide 5:36
แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์และเราะสูลของพระองค์นั้น หากสมมติว่าพวกเขาแต่ละคนครอบครองสิ่งที่มีอยู่ในแผ่นดินทั้งหมดและอีกหนึ่งเท่าของสิ่งที่มีอยู่ในแผ่นดินทั้งหมดมารวมกัน เพื่อที่จะใช้มันไถ่ตัวให้รอดพ้นจากการลงโทษของอัลลอฮ์ในวันกิยามะฮ์ แน่นอนการไถ่ตัวนั้นจะไม่ถูกตอบรับ และพวกเขายังจะได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ
Maide 5:37
เมื่อพวกเขาได้ตกอยู่ในนรก พวกเขาปรารถนาที่จะออกจากไฟนรก พวกเขาจะออกได้อย่างไรเล่า? พวกเขาไม่มีทางที่จะออกจากมันได้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาต้องตกอยู่ในนรกตลอดกาล และจะได้รับการลงโทษตลอดไป
Maide 5:38
และผู้ขโมยชายและผู้ขโมยหญิงนั้น พวกเจ้า (บรรดาผู้พิพากษา) จงตัดมือขวาของทั้งสอง เพื่อเป็นการตอบแทนทั้งสองและเป็นการลงโทษจากอัลลอฮฺในสิ่งที่ทั้งสองได้กระทำจากการขโมยทรัพย์สินของผู้อื่นโดยมิชอบ และเพื่อเป็นการขู่ทั้งสองและผู้อื่น และอัลลอฮฺทรงเดชานุภาพที่ไม่มีสิ่งใดสามารถเอาชนะพระองค์ได้ และทรงปรีชาญาณในกำหนดการต่างๆ และการบัญญัติแห่งศาสนา
Maide 5:39
แล้วผู้ใดสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวต่ออัลลอฮฺจากการขโมยและแก้ไขปรับปรุงการงานของเขา แท้จริงอัลลอฮฺนั้นจะทรงอภัยโทษแก่เขาด้วยความเมตตากรุณาจากพระองค์ เพราะพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยโทษบาปต่างๆ ให้กับบ่าวของพระองค์ที่สำนึกผิด เป็นผู้ทรงเมตตาพวกเขา แต่ทว่าบทลงโทษการขโมย (ในโลกนี้) จะไม่หลุดออกไปจากพวกเขาด้วยการสำนึกผิดหากคดีการขโมยได้ไปถึงผู้พิพากษาแล้ว
Maide 5:40
แท้จริงเจ้า โอ้ท่านเราะสูล ได้รู้แล้วว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงมีอำนาจในบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน โดยที่พระองค์จะทรงกระทำสิ่งต่างๆ ในทั้งสองตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และพระองค์จะทรงลงโทษผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยความยุติธรรมของพระองค์ จะทรงอภัยโทษแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยความกรุณาของพระองค์ พระองค์มีความสามารถเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดสามารถขัดขวางพระองค์ได้
Maide 5:41
โอ้ท่านเราะสูล เจ้าอย่าได้เสียใจกับบรรดาผู้ที่รีบเร่งกันในการปฏิเสธศรัทธาต่อเจ้าและวะห์ยูที่เจ้าได้นำมา พวกเขาคือบรรดามุนาฟิก (ผู้กลับกลอก) ที่เปิดเผยการศรัทธาและปกปิดการปฏิเสธศรัทธา และจากหมู่ชาวยิว ซึ่งจะมีกลุ่มหนึ่งที่ชอบฟังคำพูดเท็จโดยตามบรรดาหัวหน้าของพวกเขาที่ผินหลังไม่เข้ามาหาเจ้า พวกเขาบิดเบือนถ้อยคำของอัลลอฮฺในคัมภีร์อัตเตารอตให้ตรงตามความปรารถนาของพวกเขา พวกเขากล่าวกับผู้ตามของพวกเขาว่า หากบทบัญญัติของมุฮัมมัดตรงตามความปรารถนาของพวกเจ้า พวกเจ้าก็จงปฏิบัติตามเขา และหากมันไม่ตรงตามความปรารถนาของพวกเจ้า พวกเจ้าก็จงระวัง และผู้ใดที่อัลลอฮฺประสงค์ให้เขาหลงทาง เจ้า(โอ้ท่านเราะสูล) ก็จะไม่พบกับผู้ที่สามารถปกป้องเขาให้รอดพ้นจากการหลงทางและชี้แนวทางอันเที่ยงตรงให้กับเขาได้ พวกเขาเหล่านนั้นที่มีคุณลักษณะดังกล่าวนี้ทั้งที่เป็นชาวยิวและบรรดามุนาฟิก พวกเขาคือผู้ที่อัลลอฮฺไม่ทรงประสงค์จะชำระจิตใจของพวกเขาให้สะอาดจากการปฏิเสธศรัทธา พวกเขาจะได้รับความอัปยศในโลกนี้ และในโลกหน้าพวกเขาจะได้รับการลงโทษอันมหันต์ นั้นก็คือการลงโทษด้วยไฟนรก
Maide 5:42
ชาวยิวเหล่านั้นชอบฟังคำพูดเท็จ ชอบกินทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ เช่น ดอกเบี้ย แล้วหากพวกเขามาหาเจ้าให้ตัดสินดำเนินคดี เจ้าก็จงตัดสินระหว่างพวกเขาหากเจ้าต้องการ หรือละทิ้งการตัดสินระหว่างพวกเขาหากเจ้าต้องการ ซึ่งเจ้าสามารถที่จะเลือกระหว่างสองสิ่งดังกล่าว และหากเจ้าละทิ้งการตัดสินระหว่างพวกเขา พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะให้โทษใดๆ แก่เจ้า และหากเจ้าทำการตัดสินระหว่างพวกเขา ก็จงตัดสินด้วยความยุติธรรม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้อธรรมและศัตรูก็ตาม เพราะอัลลอฮฺทรงรักผู้ที่ยุติธรรมในการตัดสิน ถึงแม้ว่าโจทย์หรือจำเลยจะเป็นศัตรูกับผู้พิพากษาก็ตาม
Maide 5:43
เรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้นแปลกจริงๆ ซึ่งพวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่อเจ้า และเข้าหาเจ้าให้ตัดสิน(ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา)เพื่อหวังคำตัดสินของเจ้าที่ตรงตามความปรารถนาของเขาทั้งๆ ที่พวกเขามีคัมภีร์อัตเตารอตที่พวกเขาอ้างว่าศรัทธาต่อมัน ซึ่งในนั้นจะมีคำตัดสินของอัลลอฮฺอยู่แล้ว แล้วพวกเขาก็ผินหลังไม่ยอมรับคำตัดสินของเจ้าหากมันไม่ตรงตามความปรารถนาของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาได้รวมระหว่างการปฏิเสธศรัทธาต่อคัมภีร์ของพวกเขากับการผินหลังไม่ยอมรับคำตัดสินของเจ้า การกระทำของพวกเขาไม่ใช่เป็นการกระทำของบรรดาผู้ศรัทธา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ใช่บรรดาผู้ศรัทธาต่อเจ้าและต่อสิ่งที่เจ้าได้นำมา
Maide 5:44
เราได้ประทานคัมภีร์อัตเตารอตให้แก่นบีมูซา อลัยฮิสสลาม โดยในนั้นจะมีข้อชี้นำและสัญญาณสู่ความดี มีแสงสว่างใช้ในการนำทาง ซึ่งบรรดานบีของบนีอิสรออีลที่เชื่อฟังอัลลอฮฺจะใช้มันในการตัดสินคดี และบรรดาผู้รู้และนักปราชญ์ที่ดูแลสั่งสอนผู้คนตามที่อัลลอฮฺได้มอบหมายให้พวกเขาดูแลสั่งสอนผู้คนเหล่านั้นตามคัมภีร์ของพระองค์ต่างก็ได้ใช้มันในการตัดสินคดีด้วย พระองค์ได้ให้พวกเขาเป็นผู้ซื่อสัตย์ดูแลคัมภีร์ของพระองค์จากการบิดเบือนและเปลี่ยนแปลง พวกเขาเป็นพยานยืนยันถึงความสัจจริงของคัมภีร์นั้นด้วย และเป็นที่ปรึกษาของผู้คนในเรื่องต่างๆ ดังนั้นพวกเจ้า (โอ้ชาวยิว) จงอย่าได้กลัวคนอื่นและจงกลัวข้าเพียงผู้เดียว และจงอย่าได้แลกเปลี่ยนบทบัญญัติที่พระองค์ได้ประทานลงมากับราคาอันเล็กน้อย เช่น ตำแหน่ง ชื่อเสียง และเงินทอง และผู้ใดที่มิได้ตัดสินด้วยบทบัญญัติที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมา โดยเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้หรือเชื่อว่าสิ่งอื่นนั้นดีกว่าหรือเสมอเท่าเทียมกัน แน่นอนพวกเขาเหล่านั้นคือผู้ปฏิเสธศรัทธาที่แท้จริง
Maide 5:45
และเราได้บัญญัติไว้แก่ชาวยิวในคัมถีร์อัตเตารอตว่า ผู้ใดที่ฆ่าชีวิตหนึ่งโดยเจตนาอย่างมิชอบ เขาจะต้องถูกฆ่ากลับเช่นกัน ผู้ใดที่ทำดวงตาผู้อื่นหลุดออกโดยเจตนา ดวงตาของเขาจะต้องถูกเอาออกด้วยเช่นกัน ผู้ใดที่ทำให้จมูกผู้อื่นแหว่งโดยเจตนา จมูกของเขาจะต้องถูกทำให้แหว่งด้วยเช่นกัน ผู้ใดที่ตัดหูผู้อื่นโดยเจตนา หูของเขาจะต้องถูกตัดด้วยเช่นกัน ผู้ใดที่ถอนฟัน (ทำร้าย) ผู้อื่นหลุดออกโดยเจตนา ฟันของเขาจะต้องถูกถอน (ทำร้าย) ด้วยเช่นกัน และเราได้บัญญัติซึ่งบทบัญญัติว่าด้วยบาดแผลไว้แก่พวกเขาว่า อาชญากรนั้นจะต้องได้รับโทษตามอาชญากรรมที่เขาได้กระทำไว้ และผู้ใดอาสายกโทษให้กับอาชญากร การยกโทษของเขานั้นก็จะเป็นการลบล้างบาปต่างๆ ของเขา เนื่องด้วยเขาได้ยกโทษให้กับผู้ที่อธรรมต่อตัวเขา และผู้ใดที่มิได้ตัดสินคดีด้วยบทบัญญัติว่าด้วยการกิศอศ (การลงโทษอาชญากรตามอาชญากรรมที่ได้กระทำไว้) และบทบัญญัติอื่นๆ ที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมา แน่นอนเขาคนนั้นคือผู้ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮฺ
Maide 5:46
และเราได้ทำให้ผลงานของบรรดานบีของบนีอิสรออีลได้รับการสานต่อด้วยอีซาบุตรของมัรยัมโดยการที่เขาศรัทธาต่อสิ่งที่มีอยู่ในคัมภีร์อัตเตารอตและตัดสินด้วยบทบัญญัติที่มีอยู่ในนั้น และเราได้ประทานให้แก่อีซาซึ่งคัมภีร์อัลอินญีลที่ครอบคลุมด้วยทางนำสู่สัจธรรม หลักฐานต่าง ๆ ที่ขจัดสิ่งคลุมเครือ และบทบัญญัติต่าง ๆ ที่สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ โดยที่มันจะสอดคล้องกับคัมภีร์อัตเตารอตที่ได้ถูกประทานก่อนหน้ามัน นอกจากบทบัญญัติของคัมภีร์อัตเตารอตเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ถูกยกเลิก และเราได้ให้คัมภีร์อัลอินญีลเป็นทางนำในการแสวงหาสัจธรรม และเป็นสิ่งป้องกันมิให้กระทำในสิ่งที่เป็นที่ต้องห้าม
Maide 5:47
และบรรดาชาวคริสต์จงศรัทธาต่อสิ่งที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาในคัมภีร์อัลอินญีล และจงตัดสินด้วยบทบัญญัติที่มีอยู่ในนั้นที่เกี่ยวกับความจริงต่างๆ ก่อนที่นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิ วะซัลลัม จะถูกส่งไปยังพวกเขา และผู้ใดที่มิได้ตัดสินด้วยบทบัญญัติที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมา แน่นอนพวกเขาเหล่านั้นคือผู้ไม่เชื่อฟังคำสั่งอัลลอฮฺ ละทิ้งสัจธรรม และโน้มเอียงสู่ความเท็จ
Maide 5:48
และเราได้ประทานอัลกุรอ่านให้แก่เจ้า โอ้ท่านเราะสูล ด้วยความสัจจริงที่ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ว่ามันมาจากอัลลอฮฺ อัลกุรอ่านเป็นคัมภีร์ที่ยืนยันถึงความสัจจริงของคัมภีร์ต่างๆ ที่ถูกประทานลงมาก่อนหน้ามัน และเป็นคัมภีร์ที่ให้การค้ำประกันกับคัมภีร์ต่างๆ เหล่านั้น ดังนั้นสิ่งใดที่สอดคล้องตรงกับอัลกุรอ่านมันก็เป็นสัจธรรม และสิ่งใดที่ไม่สอดคล้องกับอัลกุรอ่านมันก็เป็นเท็จ ดังนั้นเจ้าจงตัดสินคดีระหว่างพวกเขาด้วยบทบัญญัติที่มีอยู่ในอัลกุรอ่านที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า และอย่าได้ตามความปรารถนาของพวกเขาโดยละทิ้งสัจธรรมที่ได้ถูกประทานลงมาให้แก่เจ้า และแน่นอนเราได้กำหนดบทบัญญัติและแนวทางอันชัดเจนให้กับทุกประชาชาติ และหากอัลลอฮฺทรงประสงค์จะกำหนดให้มีบทบัญญัติอันเดียวกัน พระองค์สามารถกระทำได้ แต่ทว่าพระองค์ได้ทรงกำหนดบทบัญญัติให้กับทุกประชาชาติเพื่อที่จะทดสอบพวกเขาทุกคน แล้วจะได้รู้ว่ามีใครบ้างที่เชื่อฟังและมีใครบ้างที่ไม่เชื่อฟัง ดังนั้นพวกเจ้าจงรีบเร่งสู่การทำความดีและละทิ้งความชั่ว และยังอัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวคือการกลับไปของพวกเจ้าในวันกิยามะฮฺ และพระองค์จะทรงแจ้งให้แก่พวกเจ้าทราบในสิ่งที่พวกเจ้าได้ขัดแย้งกัน และตอบแทนพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้
Maide 5:49
และจงตัดสินระหว่างพวกเขา โอ้ท่านเราะสูล ด้วยบทบัญญัติที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาให้แก่เจ้าและอย่าได้ปฏิบัติตามข้อคิดเห็นของพวกเขาที่เกิดจากความใคร่ใฝ่ต่ำ และจงระวังพวกเขาในการที่จะให้เจ้าหลงออกจากบางสิ่งที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า ซึ่งพวกเขาจะไม่เฉื่อยช้าลดละความพยายามในเรื่องดังกล่าวเด็ดขาด แล้วหากพวกเขาผินหลังไม่ยอมรับบทบัญญัติที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า ก็พึงทราบเถิดว่า แท้จริงอัลลอฮฺประสงค์จะลงโทษพวกเขาในโลกนี้เนื่องเพราะบาปบางส่วนของพวก และจะทรงลงโทษพวกเขาเนื่องเพราะบาปทั้งหมดในโลกหน้า และแท้จริงส่วนใหญ่ของมนุษย์นั้นจะออกจากการเชื่อฟังอัลลอฮฺ
Maide 5:50
พวกเขาผินหลังไม่ยอมรับบทบัญญัติของเจ้าโดยปรารถนาต้องการข้อตัดสินของชาวญาฮิลียะฮฺที่กราบไหว้รูปเจว็ดต่างๆ ที่พวกเขาตัดสินตามความใคร่ใฝ่ต่ำกระนั้นหรือ?! ไม่มีผู้ใดที่ตัดสินดียิ่งกว่าอัลลอฮฺสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นที่เข้าใจเกี่ยวกับบทบัญญัติที่อัลลอฮฺได้ประทานลงมาให้แก่เราะซูลของพระองค์ ไม่ใช่พวกโง่เขลาและปฏิบัติตามความใคร่ใฝ่ต่ำที่พวกเขาไม่ยอมรับบทบัญญัติของอัลลอฮฺนอกจากสิ่งที่สอดคล้องกับความใคร่ใฝ่ต่ำของพวกเขาถึงแม้ว่ามันจะเป็นเท็จก็ตาม
Maide 5:51
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่าได้ยึดเอาชาวยิวและชาวคริสต์เป็นพันธมิตร ที่ต้องคอยปกป้องช่วยเหลือพวกเขา เพราะชาวยิวจะปกป้องช่วยเหลือเฉพาะพวกเขาและชาวคริสต์ก็จะปกป้องช่วยเหลือเฉพาะพวกเขา และทั้งสองกลุ่มนี้จะรวมตัวกันเป็นศัตรูกับพวกเจ้า ผู้ใดในหมู่พวกเจ้าที่เป็นมิตรกับพวกเขา แน่นอนเขาจะเป็นคนหนึ่งในหมู่ของพวกเขา และแท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงให้ทางนำแก่กลุ่มชนที่อธรรมด้วยการเป็นมิตรกับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา
Maide 5:52
แล้วเจ้า โอ้ท่านเราะซูล จะได้เห็นบรรดามุนาฟิกีนผู้ที่อีหม่าน (การศรัทธา) ของเขาอ่อนแอ พวกเขาต่างรีบเร่งสู่การเป็นมิตรกับชาวยิวและชาวคริสต์ โดยกล่าวว่า พวกเรากลัวว่าพวกเขา (บรรดาผู้ศรัทธา) จะได้รับชัยชนะและมีประเทศให้ปกครอง ซึ่งมันอาจทำให้พวกเราต้องได้รับความเดือดร้อน หวังว่าอัลลอฮฺจะทรงให้ชัยชนะแก่เราะซูลของพระองค์และบรรดาผู้ศรัทธา หรือไม่ก็นำพระบัญชาอย่างใดอย่างหนึ่งมาจากพระองค์ เพื่อป้องกันกำลังความรุนแรงของชาวยิวและบรรดาผู้เป็นมิตรกับพวกเขา จนทำให้บรรดาผู้รีบเร่งเป็นมิตรกับพวกเขานั้นต้องเสียใจกับการกลับกลอก (นิฟาก) ที่พวกเขาได้ซ่อนไว้ในหัวใจเพราะพวกเขายึดเอาปัจจัยที่เป็นเท็จ
Maide 5:53
และบรรดาผู้ศรัทธากล่าวโดยแสดงความรู้สึกแปลกใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของพวกกลับกลอกว่า ชนเหล่านั้นหรือที่สาบานต่ออัลลอฮฺอย่างจริงจังว่า แท้จริงพวกเขานั้นจะอยู่ร่วมกับเจ้า (บรรดาผู้ศรัทธา) ทั้งในเรื่องการศรัทธา การช่วยเหลือ และการเป็นมิตร?! การงานของพวกเขานั้นไร้ผล แล้วพวกเขาก็กลายเป็นผู้ขาดทุนที่ไม่ได้รับอะไรเลยจากความต้องการของพวกเขา แถมยังต้องได้รับโทษอีกด้วย
Maide 5:54
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ผู้ใดในหมู่พวกเจ้าที่ออกนอกศาสนาอิสลามไปสู่การปฏิเสธศรัทธา อัลลอฮฺก็จะทรงนำมาซึ่งพวกหนึ่งแทนที่พวกเขา โดยที่พระองค์ทรงรักพวกเขา และพวกเขาก็รักพระองค์ พวกเขาเป็นผู้นอบน้อมถ่อมตนต่อบรรดาผู้ศรัทธา เข้มแข็งกล้าหาญต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา พวกเขาต่อสู้เสียสละด้วยทรัพย์สินและชีวิตเพื่อให้ศาสนาของอัลลอฮฺสูงส่งและไม่กลัวการตำหนิของผู้ใดทั้งนั้น เพราะพวกเขายึดเอาความพอพระทัยของอัลลอฮฺ(และกลัวการตำหนิของพระองค์เป็นหลัก) นั้นคือความโปรดปรานของอัลลอฮฺซึ่งพระองค์จะให้แก่บ่าวผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงกว้างขวางในความโปรดปรานและความดี เป็นผู้ทรงรอบรู้ว่าผู้ใดบ้างที่สมควรได้รับความโปรดปรานของพระองค์แล้วพระองค์ก็จะประทานให้ และผู้ใดบ้างที่ไม่สมควรได้รับความโปรดปรานของพระองค์แล้วพระองค์ก็จะห้ามมัน
Maide 5:55
ชาวยิว ชาวคริสต์ และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาไม่ใช่มิตรของพวกเจ้า แต่ทว่าผู้เป็นมิตรและผู้ช่วยเหลือของพวกเจ้านั้นคือ อัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์ และบรรดาผู้ศรัทธาที่ดำรงการละหมาดอย่างสมบูรณ์แบบและจ่ายซะกาตทรัพย์สินของพวกเขา พวกเขาคือบรรดาผู้นอบน้อมถ่อมตนต่ออัลลอฮฺ
Maide 5:56
และผู้ใดเป็นมิตรกับอัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์ และบรรดาผู้ศรัทธาด้วยการช่วยเหลือ เขาก็จะเป็นคนหนึ่งในพรรคพวกของอัลลอฮฺ และพรรคพวกของอัลลอฮฺคือ บรรดาผู้ที่ได้รับชัยชนะเพราะอัลลอฮฺทรงเป็นผู้ช่วยเหลือพวกเขา
Maide 5:57
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่าได้เป็นมิตรกับพวกที่เย้ยหยันและล้อเล่นกับศาสนาของพวกเจ้า เช่น ชาวยิว ชาวคริสต์ และบรรดาผู้ตั้งภาคีกับอัลลอฮฺก่อนหน้าพวกเจ้า และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด ด้วยการออกห่างจากสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม เช่น การเป็นมิตรกับพวกเขา หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาต่อพระองค์และศรัทธาต่อสิ่งที่พระองค์ได้ประทานลงมา
Maide 5:58
และเมื่อพวกเจ้าได้เรียกร้องไปสู่การละหมาดซึ่งเป็นความดีที่ทำให้ใกล้ชิดอัลลอฮฺที่สุด พวกเขาก็จะเย้ยหยันและล้อเล่นเช่นกัน เพราะพวกเขาเป็นกลุ่มชนที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับความหมายการเคารพอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺและบทบัญญัติต่างๆ ที่อัลลอฮฺได้บัญญัติไว้ให้กับมวลมนุษย์
Maide 5:59
โอ้ท่านเราะสูล จงกล่าวแก่ชาวคัมภีร์ที่เย้ยหยันเถิดว่า พวกเจ้ามิได้ตำหนิติเตียนพวกเราเพราะอื่นใด นอกจากว่าพวกเราได้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและสิ่งที่พระองค์ได้ประทานลงมาแก่พวกเรา และสิ่งที่พระองค์ได้ประทานลงมาก่อนหน้าพวกเรา และพวกเราศรัทธาว่าส่วนมากของพวกเจ้านั้นออกนอกกรอบการเชื่อฟังคำสอนของอัลลอฮฺด้วยการปฏิเสธศรัทธาและละทิ้งคำบัญชาของพระองค์ ดังนั้นสิ่งที่พวกเจ้าตำหนิพวกเรานั้นมันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเราไม่ใช่เป็นการติเตียน
Maide 5:60
โอ้ท่านเราะสูล จงกล่าวเถิดว่า จะให้ฉันบอกแก่พวกเจ้าไหมว่า ผู้ใดสมควรได้รับการตำหนิและรับโทษอันรุนแรงมากกว่า พวกเขาคือบรรพชนของพวกเขาที่อัลลอฮ์ได้ขับไล่พวกเขาออกจากความเมตตาของพระองค์ และได้เปลี่ยนรูปร่างพวกเขาให้เป็นลิงและสุกร และได้ให้ส่วนหนึ่งจากพวกเขาเป็นผู้บูชารูปปั้น ซึ่งหมายถึงทุกอย่างที่ถูกกราบไหว้โดยที่เขาพอใจนอกจากอัลลอฮ์ ชนเหล่านั้นจะมีฐานะที่เลวร้ายที่สุดในวันกิยามะฮ์และเป็นผู้หลงทางที่สุด
Maide 5:61
และเมื่อบรรดาผู้กลับกลอกได้เข้ามาหาพวกเจ้า (บรรดาผู้ศรัทธา) ซึ่งในหมู่พวกเขานั้นจะมีผู้ที่เปิดเผยให้พวกเจ้าเห็นถึงการศรัทธาทั้งๆ ที่มันเป็นการกลับกลอก ซึ่งความเป็นจริงแล้วนั้นขณะที่พวกเขาเข้ามาและออกไปพวกเขาอยู่ในสภาพการปฏิเสธศรัทธา และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรู้ยิ่งเกี่ยวกับการปฏิเสธศรัทธาที่พวกเขาได้ปิดบังมันไว้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเปิดเผยการศรัทธาให้พวกเจ้าเห็นก็ตาม และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาในเรื่องดังกล่าว
Maide 5:62
และเจ้า โอ้ท่านเราะสูล จะได้เห็นถึงจำนวนมากมายจากชาวยิวและบรรดาผู้กลับกลอกที่รีบเร่งกันในการกระทำบาป เช่น การโกหก การอธรรม การกินในสิ่งที่ต้องห้าม ช่างเลวจริงๆ สิ่งที่พวกเขากระทำกัน
Maide 5:63
ไฉนเล่าบรรดาผู้นำและนักปราชญ์ของพวกเขาจึงไม่ห้ามพวกเขาในสิ่งที่พวกเขารีบเร่งกันกระทำ เช่น การโกหก เป็นพยานเท็จ กินทรัพย์สินผู้อื่นโดยมิชอบ ช่างเลวจริงๆ การกระทำของผู้นำและนักปราชญ์ของพวกเขาที่ไม่ห้ามพวกเขากระทำในสิ่งที่ไม่ดี
Maide 5:64
และชาวยิวกล่าวขณะที่พวกเขาต้องประสบกับความยุ่งยากแห้งแล้งว่า พระหัตถ์ของอัลลอฮฺนั้นถูกล่ามตรวนไม่สามารถแบ่งปันความดี พระองค์สกัดสิ่งที่อยู่กับพระองค์ไม่ให้แก่พวกเรา พึ่งรู้เถิดว่า มือของพวกเขาต่างหากที่ถูกล่ามตรวนมิให้กระทำความดีมีประโยชน์ พวกเขาถูกขับไล่ออกจากความเมตตาของพระองค์เนื่องจากคำพูดของพวกเขา ในทางตรงกันข้ามพระหัตถ์ของพระองค์ถูกแบออกด้วยความดีและการให้ต่างหาก พระองค์จะทรงแจกจ่ายตามที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์จะทรงแผ่ปัจจัยยังชีพและพระองค์จะทรงยับยั้งมัน ไม่มีผู้ใดสามารถขัดขว้างและบังคับพระองค์ได้ และสิ่งที่ได้ถูกประทานลงมาแก่เจ้านั้น (โอ้ท่านเราะสูล) มันจะไม่เพิ่ม (ความดีใดๆ) ให้แก่ชาวยิว นอกเสียจากการละเมิดและการปฏิเสธศรัทธา เนื่องจากความอิจฉาคุมแค้นที่มีอยู่ในตัวพวกเขา และเราได้ก่อให้เกิดความเป็นศัตรูและความเกลียดชังระหว่างกลุ่มชนชาวยิว ทุกครั้งที่พวกเขารวมตัวกันทำสงคราม เตรียมการต่างๆ หรือวางแผนลับเพื่อจุดชนวนสงคราม พระองค์ก็จะทรงให้การรวมตัวของพวกเขากระจัดกระจาย ทำลายกำลังความสามารถของพวกเขา และพวกเขาจะยังคงพยายามสร้างความเสียหายบนหน้าแผ่นดิน เช่น การพยายามล้มล้างอิสลามและวางแผนทำร้ายมัน และอัลลอฮฺจะไม่ทรงชอบผู้ที่สร้างความเสียหาย
Maide 5:65
และหากชาวยิวและชาวคริสต์ได้ศรัทธาต่อสิ่งที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้นำมา และยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการหลีกห่างจากบาปต่างๆ แน่นอนเราจะลบล้างบาปต่างๆ ที่พวกเขาได้กระทำไว้ ถึงแม้ว่ามันจะมีมากก็ตาม และแน่นอนเราจะให้พวกเขาได้เข้าสรวงสวรรค์อันหลากหลาย อย่างสุขสำราญในวันกิยามะฮฺ พวกเขาจะสุขสบายกับความโปรดปรานที่ชั่วนิรันดร์
Maide 5:66
และหากชาวยิวปฏิบัติตามบทบัญญัติที่มีอยู่ในคัมภีร์อัตเตารอต และชาวคริสต์ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่มีอยู่ในคัมภีร์อัลอินญีล และพวกเขาทั้งหมดปฏิบัติตามคัมภีร์อัลกุรอ่านที่ถูกประทานลงมาให้แก่พวกเขา แน่นอนข้าจะให้สาเหตุแห่งปัจจัยยังชีพเกิดขึ้นอย่างง่ายดายแก่พวกเขา เช่น การประทานน้ำฝนลงมา การให้พืชผลงอกเงย และส่วนหนึ่งในหมู่ชาวคัมภีร์นั้นจะมีผู้ที่ยืนหยัดบนสัจธรรม และส่วนมากของพวกเขานั้นช่างเลวจริงๆ สิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้เพราะพวกเขาไม่ศรัทธาต่อสิ่งที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮวะซัลลัม ได้นำมา
Maide 5:67
โอ้ท่านเราะสูลจงประกาศเผยแพร่สิ่งที่พระองค์ได้ประทานลงมาแก่เจ้าทั้งหมด และอย่าได้ปกปิดแม้แต่สิ่งเดียว และหากเจ้าปกปิดสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็เท่ากับว่าเจ้ายังไม่ได้ประกาศเผยแพร่ศาสนาของพระเจ้าของเจ้า (โดยแน่นอนท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ได้ประกาศเผยแพร่ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นผู้ใดที่อ้างตรงข้ามกับสิ่งดังกล่าว แน่นอนเขาได้โกหกใส่ร้ายอัลลอฮฺอย่างหนัก) และหลังจากวันนี้อัลลอฮฺจะทรงคุ้มครองเจ้าให้พ้นจากการทำร้ายของมนุษย์จนไม่มีใครสามารถเข้าทำร้ายเจ้าได้ ดังนั้นหน้าที่ของเจ้าคือการประกาศเผยแพร่ศาสนา และแท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงให้ทางนำแก่ผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาที่ไม่ต้องการทางนำ
Maide 5:68
โอ้ท่านเราะซูล จงกล่าวเถิดว่า พวกเจ้า (ชาวยิวและชาวคริสต์) ยังไม่ได้ปฏิบัติศาสนาอันถูกต้องแต่อย่างใดจนกว่าพวกท่านจะปฏิบัติตามคำสอนที่มีอยู่ในคัมภีร์อัตเตารอตและคัมภีร์อัลอินญีลและปฏิบัติตามคำสอนที่มีอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอ่าน ซึ่งการศรัทธาของพวกเจ้าจะไม่ถูกต้องจนกว่าจะต้องศรัทธาต่อคัมภีร์อัลกุรอ่านพร้อมกับปฏิบัติตามคำสอนที่มีอยู่ในนั้นด้วย และแน่นอนสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้าจากพระเจ้าของเจ้านั้นจะเพิ่มการละเมิดและการปฏิเสธศรัทธาทับซ้อนกันแก่คนจำนวนมากในหมู่ชาวคัมภีร์ เนื่องจากความโกรธแค้นที่มีติดตัวอยู่กับพวกเขา ดังนั้นเจ้าอย่าได้เสียใจกับพวกปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นเลย และในบรรดาผู้ศรัทธาที่ปฏิบัติตามเจ้ามันก็เพียงพอแล้ว
Maide 5:69
และแท้จริงบรรดาผู้ศรัทธา ชาวยิว ชาวศอบิอูน (ผู้ที่ปฏิบัติตามนบีบางท่าน) และชาวคริสต์ ผู้ใดที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและศรัทธาต่อวันปรโลกพร้อมกับประกอบคุณงามความดีแล้ว ดังนั้นพวกเขาจะไม่มีความหวาดกลัวใดๆ เกิดขึ้นกับพวกเขาในอนาคต และพวกเขาจะไม่ระทมเสียใจกับสิ่งที่พวกเขาได้พลาดไปจากส่วนแบ่งแห่งโลกนี้
Maide 5:70
แท้จริงเราได้ทำสัญญาอันหนักแน่นกับบนีอิสรอีลในเรื่องการเชื่อฟังและปฏิบัติตาม แล้วพวกเขาก็ได้ทำลายสัญญาดังกล่าวและปฏิบัติตามความใคร่ใฝ่ต่ำของพวกเขา เช่น การผินหลังให้กับคำสอนที่บรรดาเราะสูลได้นำมาให้แก่พวกเขา การโกหกซึ่งกันและกัน และการฆ่าซึ่งกันและกัน
Maide 5:71
พวกเขาคิดว่าการที่พวกเขาทำลายสัญญาอันหนักแน่น โกหก และฆ่าชีวิตบรรดานบีนั้นมันจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ให้กับพวกเขา แล้วผลกระทบที่พวกเขาไม่คาดคิดนั้นก็เกิดขึ้น พวกเขาต้องตาบอดไม่เห็นสัจธรรม ทำให้แสวงหาสัจธรรมไม่เจอ พวกเขาต้องหูหนวกไม่ได้ยินคำสัจธรรม หลังจากนั้นอัลลอฮฺก็ได้ทรงอภัยโทษพวกเขาเพื่อเป็นการโปรดปรานพวกเขา หลังจากนั้นพวกเขาก็ตาบอดไม่เห็นสัจธรรมและหูหนวกไม่ได้ยินมันอีก เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับหลายคนในหมู่พวกเขา และอัลลอฮฺนั้นทรงเห็นสิ่งที่พวกเขากระทำกัน ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามที่พวกเขาได้กระทำไว้
Maide 5:72
แท้จริงชาวคริสต์ที่กล่าวว่าอัลมะซีห อีซาบุตรของมัรยัมเป็นพระเจ้านั้นพวกเขาได้กลายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว เพราะพวกเขาได้พาดพิงความเป็นพระเจ้าให้กับสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮ์ ทั้งๆ ที่อัลมะซีห บุตรของมัรยัมเองกล่าวว่า "โอ้บนีอิสรออีล จงเคารพอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเถิด เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าของฉันและเป็นพระเจ้าของพวกเจ้า ดังนั้นเราทุกคนอยู่ในฐานะที่เหมือนกันบนความเป็นบ่าวที่ต้องเคารพอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ เพราะผู้ใดที่ตั้งภาคีกับพระองค์ แน่นอนพระองค์จะทรงห้ามมิให้เขาเข้าสวรรค์ตลอดกาล และที่พำนักของเขานั้นคือนรกญะฮันนัม ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยเหลือเขาต่อหน้าอัลลอฮ์และไม่มีผู้ใดสามารถให้เขารอดพ้นจากการลงโทษได้
Maide 5:73
แท้จริงชาวคริสต์ที่กล่าวว่าอัลลอฮฺประกอบด้วยสามองค์นั้นพวกเขาได้กลายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาแล้ว พวกเขากล่าวว่า อัลลอฮฺประกอบด้วย พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ อัลลอฮฺสูงส่งยิ่งใหญ่เหนือคำกล่าวของพวกเขา อัลลอฮฺมิได้มีหลายองค์ แต่อัลลอฮฺเป็นพระเจ้าองค์เดียวโดยไม่มีภาคีใดๆ และหากพวกเขายังไม่หยุดยั้งจากคำกล่าวอันน่าเกลียดนี้อีก แน่นอนพวกเขาจะต้องได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ
Maide 5:74
พวกเขาจะไม่ถอนคำพูดดังกล่าวแล้วสำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวเข้าหาอัลลอฮฺและขออภัยโทษจากพระองค์จากการตั้งภาคีที่พวกเขาได้กระทำไว้กระนั้นหรือ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษให้กับผู้ที่สำนึกผิดจากบาปทุกสิ่ง ถึงแม้ว่าบาปนั้นจะเป็นการปฏิเสธศรัทธาก็ตาม และพระองค์เป็นผู้ทรงเมตตาต่อบรรดาผู้ศรัทธาเสมอ
Maide 5:75
อัลมะซีหฺ บุตรของมัรยัมนั้นมิใช่ใครอื่นใดนอกจากเป็นเราะซูลคนหนึ่งในบรรดาเราะซูลทั้งหมด เขาจะต้องประสบอย่างที่บรรดารอสูลทุกคนก่อนหน้าเคยประสบคือเสียชีวิต และมารดาของเขาคือมัรยัมผู้มีความจริงใจและน่าเชื่อถือมาก ซึ่งทั้งสองนั้นจะรับประทานอาหารเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นทั้งสองจะมาเป็นพระเจ้าได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ทั้งสองต้องพึ่งพาอาหารเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นเจ้า (โอ้ท่านเราะสูล) จงพิจารณาเถิดว่า เราได้แจกแจงสัญญาณต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกภาพของพระเจ้าและชี้แจงถึงความผิดพลาดของพวกเขาที่พาดพิงความเป็นพระเจ้าให้กับสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺอย่างไร แต่ถึงกระนั้นพวกเขายังปฏิเสธสัญญาณต่างๆ เหล่านี้ แล้วจงพิจารณาอีกว่า พวกเขาได้หันเหออกจากสัจธรรมได้อย่างไร ทั้งๆ ที่มีสัญญาณต่างๆ อันชัดแจ้งที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮฺ
Maide 5:76
(โอ้ท่านเราะสูล) จงกล่าวแย้งพวกเขาในเรื่องการเคารพสักการะสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺเถิดว่า พวกเจ้าจะเคารพสักการะสิ่งที่ไม่มีอำนาจให้ประโยชน์กับพวกเจ้าและไม่สามารถป้องกันพวกเจ้าจากอันตรายได้กระนั้นหรือ?! มันอ่อนแอไร้อำนาจความสามารถใดๆ และอัลลอฮฺบริสุทธิ์จากความอ่อนแอ อัลลอฮฺผู้เดียวเป็นผู้ทรงได้ยินคำพูดของพวกเจ้าทั้งหมด ไม่มีคำพูดใดที่พลาดไปจากพระองค์ พระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ถึงการกระทำของพวกเจ้าทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นไปจากพระองค์ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเจ้าตามที่พวกเจ้าได้กระทำไว้
Maide 5:77
โอ้ท่านเราะซูล จงกล่าวแก่ชาวคริสต์เถิดว่า พวกเจ้าอย่าได้ละเมิดขอบเขตในการปฏิบัติตามสัจธรรม และอย่าได้เลยเถิดในการให้เกียรติใครสักคน เช่น บรรดานบี ซึ่งพวกเจ้าเชื่อว่าพวกเขาเป็นพระเจ้าดังที่พวกเจ้าได้กระทำไว้กับนบีอีซาบุตรของมัรยัม (การกระทำเหล่านี้) มีสาเหตุมาจากการที่พวกเจ้าปฏิบัติตามบรรพชนรุ่นก่อนที่หลงผิด ซึ่งพวกเขาได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงทาง และพวกเขาเองก็หลงทางแห่งสัจธรรมเช่นกัน
Maide 5:78
อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้บอกว่า พระองค์นั้นได้ขับไล่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในหมู่บนีอิสรออีลออกจากความเมตตาของพระองค์ ซึ่งเรื่องนี้พระองค์ได้บอกไว้ในคัมภีร์อัซซะบูรที่ถูกประทานลงมาให้แก่นบีดาวูดและในคัมภีร์อัลอินญีลที่ถูกประทานลงมาให้แก่นบีอีซาบุตรของมัรยัม ซึ่งการขับไล่ออกจากความเมตตาของพระองค์นั้นมีสาเหตุมาจากการที่พวกเขาได้กระทำบาปต่างๆ และทำการละเมิดต่อสิ่งต้องห้ามต่างๆ ของอัลลอฮฺ
Maide 5:79
(ส่วนหนึ่งจากบาปของพวกเขาคือ) พวกเขาไม่ห้ามปรามผู้กระทำบาปในหมู่พวกเขา ยิ่งกว่านั้นบรรดาผู้กระทำบาปในหมู่พวกเขาเปิดเผยการกระทำบาปและความชั่วต่างๆ เพราะไม่มีผู้ใดมาห้ามปรามพวกเขา การไม่ห้ามปรามความชั่วนั้นเป็นการกระทำที่ช่างเลวร้ายจริงๆ
Maide 5:80
โอ้ท่านเราะซูล เจ้าจะได้เห็นบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาในหมู่ชาวยิวเป็นมิตรกับบรรดามุชริกีน (ผู้ตั้งภาคีกับอัลลอฮฺ) ที่ไม่มีศาสนา พวกเขาจะเป็นศัตรูกับเจ้าและเป็นศัตรูกับผู้ที่ศรัทธาต่อความเป็นเอกภาพของอัลลอฮฺ การเป็นมิตรของพวกเขากับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธามันช่างเลวร้ายจริงๆ อันเป็นสาเหตุให้อัลลอฮฺโกรธกริ้วพวกเขาและทำให้พวกเขาต้องตกนรกตลอดกาลไม่สามารถออกจะมันได้เป็นอันขาด
Maide 5:81
และหากชาวยิวเหล่านั้นศรัทธาต่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริงและศรัทธาต่อนบีของพวกเขา แน่นอนพวกเขาจะไม่เป็นมิตรกับบรรดาผู้ตั้งภาคี เพราะพวกเขาถูกห้ามมิให้เอาบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธามาเป็นมิตร แต่ชาวยิวจำนวนมากออกจากการเชื่อฟังอัลลอฮฺ การเป็นมิตรกับพระองค์ และการเป็นมิตรกับบรรดาผู้ศรัทธา
Maide 5:82
แน่นอนเจ้า โอ้ท่านเราะสูล จะได้พบกับหมู่ชนที่เป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดต่อบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อเจ้าและศรัทธาต่อคำสอนที่เจ้าได้นำมาคือชาวยิว เพราะความแค้นอิจฉาและหยิ่งยโสที่ติดตัวอยู่กับพวกเขา บรรดาผู้สักการะรูปเจว็ดต่างๆ และบรรดามุชริกีนผู้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ และแน่นอนเจ้าจะได้พบว่าบรรดาผู้ที่มีความรักใคร่ต่อบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อเจ้าและศรัทธาต่อคำสอนที่เจ้าได้นำมา มากที่สุดคือบรรดาผู้ที่กล่าวว่าพวกเราเป็นคริสต์ นั้นก็เพราะว่าในหมู่พวกเขานั้นมีบรรดาผู้รู้ นักปราชญ์ และบาทหลวง และก็เพราะว่าพวกเขานอบน้อมไม่เย่อหยิ่ง เพราะผู้ที่เย่อหยิ่งนั้นความดีจะไม่เข้าไปถึงหัวใจของเขา
Maide 5:83
และพวกเขาเหล่านั้น (เช่น กษัตริย์อันนะญาชีย์และพรรคพวกของเขา) มีจิตใจที่อ่อนโยน โดยที่พวกเขาจะร้องไห้นอบน้อมขณะที่ได้ยินเสียงอัลกุรอ่านที่ถูกประทานลงมา เนื่องจากความจริงที่พวกเขารู้ เพราะพวกเขารู้เกี่ยวกับคัมภีร์ที่อีซา อลัยฮิสสลาม ได้นำมา พวกเขาจะกล่าวว่า โอ้พระเจ้าของเรา พวกเราได้ศรัทธาต่ออัลกุรอ่านที่พระองค์ได้ประทานลงมาให้แก่เราะซูลของพระองค์ มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม แล้ว ดังนั้นขอพระองค์ได้โปรดบันทึกพวกเราให้อยู่ร่วมกับประชาชาติของนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺอลัยฮิวะซัลลัม ที่จะเป็นพยานให้มวลมนุษย์ทั้งหมดในวันกิยามะฮฺด้วยเถิด
Maide 5:84
และเหตุผลอันใดกันที่มันคอยมาขวางกั้นระหว่างเรากับการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และสิ่งที่พระองค์นั้นได้ทรงประทานมันลงมาจากความจริงที่ท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม นั้นได้นำมา?! และเราก็ปรารถนาอย่างแรงกล้าต่อการเข้าไปในสวนสวรรค์พร้อมกับบรรดานบีและบรรดาผู้ที่ติดตามพวกเขา คือ บรรดาผู้ที่เชื่อฟังต่ออัลลอฮฺและเกรงกลัวต่อการลงโทษของพระองค์
Maide 5:85
แล้วอัลลอฮฺก็ได้ทรงตอบแทนแก่พวกเขาเนื่องด้วยการศรัทธาของพวกเขาและการยอมรับในสัจธรรม ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่ภายใต้พระราชวังและต้นไม้ของมัน โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล และนั่นแหละคือ การตอบแทนแก่บรรดาผู้กระทำดีในการที่พวกเขานั้นได้ปฏิบัติตามต่อสัจธรรมและน้อมรับเชื่อฟังต่อมัน โดยที่ไม่มีข้อผูกมัดหรือเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
Maide 5:86
และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์ และปฏิเสธต่อบรรดาโองการต่าง ๆ ของอัลลอฮฺ ที่พระองค์ได้ทรงประทานมันลงมาให้แก่ศาสนทูตของพระองค์นั้น ชนเหล่านั้นแหละคือ บรรดาผู้ที่คู่ควรแก่นรกที่มีเปลวไฟอันโชติช่วง ซึ่งพวกเขาก็จะไม่สามารถออกมาจากมันได้
Maide 5:87
โอ้ผู้ที่ศรัทธาทั้งหลาย พวกเจ้าจงอย่าได้ทำให้ความชื่นชอบอันโอชะที่พระเจ้าได้ทรงอนุมัติไว้ทั้งที่เป็นอาหาร เครื่งดื่ม และการแต่งงานนั้นให้เป็นที่ต้องห้าม เพื่อแสดงตนว่าไม่หลงดุนยาหรือเพื่อการมุ่งหน้าทำแต่การเคารพบูชา และพวกเจ้าจงอย่าละเมิดขอบเขตของสิ่งที่อัลลอฮฺนั้นได้ทรงห้ามปรามต่อพวกเจ้าเอาไว้ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นไม่ทรงชอบบรรดาผู้ละเมิดต่อขอบเขตของพระองค์ มิหนำซ้ำพระองค์ยังทรงกริ้วพวกเขาอีกต่างหาก
Maide 5:88
และพวกเจ้าจงบริโภคสิ่งที่อัลลอฮฺทรงนำมันมาให้แก่พวกเจ้า จากปัจจัยชีพดีๆซึ่งพระองค์ได้อนุมัติไว้ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่อนุมัติและต้องห้าม เช่น การได้มาโดยการบังคับใช้กำลังหรือการขู่รีดไถ และพึงยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้และออกห่างจากคำสั่งห้ามต่าง ในเมื่อพระองค์คือพระเจ้าที่พวกเจ้านับถือศรัทธา ดังนั้นจึงจำเป็นที่พวกเจ้าต้องยำเกรงต่อพระองค์
Maide 5:89
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย อัลลอฮฺนั้นจะไม่ทรงเอาโทษต่อพวกเจ้ากับสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับลิ้นของพวกเจ้า ซึ่งการสาบานโดยที่มิได้เจตนา แต่ทว่าพระองค์จะทรงเอาโทษกับพวกเจ้าต่อสิ่งที่พวกเจ้านั้นเจตนาและปลงใจหรือลำเอนเอียงไปหามัน แล้วพระองค์ก็จะทรงลบบาปออกไปจากพวกเจ้า คือสิ่งที่พวกเจ้านั้นตั้งใจเจตนาสาบานต่อมันหรือที่พวกเจ้าได้กล่าวถ่อยคำสาบานมันเอาไว้ เมื่อไหร่ที่พวกเจ้านั้นได้กลับไปสู่หนึ่งในสามสิ่งที่ให้เลือกปฏิบัติ(เพื่อการไถ่โทษ) คือ การให้อาหารแก่คนยากจนจำนวนสิบคนจากอาหารขนาดปานกลางในประเทศของพวกเจ้า โดยคนละครึ่งศ๊ออฺ หรือไม่ก็ให้เครื่องนุ่งห่มให้แก่พวกเขา ด้วยสิ่งที่ถือว่าเป็นเครื่องนุ่งห่ม หรือไถ่ทาสที่ศรัทธาคนหนึ่งให้เป็นอิสระ แล้วถ้าหากเขาไม่พบสิ่งที่ต้องใช้ในการไถ่โทษการสาบานของเขา ซึ่งจากหนึ่งในสามสิ่งนี้ ก็ให้เขาถือบวชสามวัน โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย สิ่งที่ถูกกล่าวมานั้นคือสิ่งไถ่โทษในคำสาบานของพวกเจ้า ครั้นเมื่อที่พวกเจ้าได้สาบานต่ออัลลอฮฺและได้ถอนคำสาบาน และจงรักษาการสาบานของพวกเจ้าเอาไว้โดยให้ห่างไกลจากการสาบานต่ออัลลอฮฺที่เป็นการสาบานที่โกหก และการสาบานต่ออัลลอฮฺที่มากมายหลายครั้ง และการไม่รักษาสัญญาต่อคำสาบาน ดังนั้นพวกเจ้าจงทำดีและขอไถ่โทษต่อการสาบานของพวกเจ้า ดังเช่นที่อัลลอฮฺนั้นทรงได้อธิบายให้แก่พวกเจ้าถึงวิธีการไถ่โทษต่อคำสาบาน ซึ่งพระองค์ก็ได้ชี้แจงให้แก่พวกเจ้าถึงบทบัญญัติต่างๆ อันชัดแจ้งของพระองค์ ถึงสิ่งที่อนุมัติและที่ไม่อนุมัติต้องห้าม เพื่อหวังว่าพวกเจ้าจักขอบคุณต่ออัลลอฮฺถึงสิ่งที่พระองค์นั้นได้พร่ำสอนพวกเจ้ากับสิ่งที่พวกเจ้านั้นไม่ได้รู้มาก่อน
Maide 5:90
โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ที่จริงสุราที่มันทำให้สตินั้นหายไป และการพนันที่มันมีส่วนได้ส่วนเสียต่อทั้งสองฝ่าย และแท่นหินที่บรรดาผู้ตั้งภาคีนั้นเชือดสัตว์บูชายัญต่อมันหรือที่พวกเขานั้นยกมันขึ้นมาเพื่อการเคารพบูชาต่อมัน และลูกศรที่พวกเขานั้นใช้เสี่ยงทายโชคลาภด้วยกับมัน ทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งโสมมอันเกิดจากการกระทำของชัยฏอน ดังนั้นพวกเจ้าจงห่างไกลจากมันเสีย เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความสำเร็จต่อการมีชีวิตที่ดีในโลกดุนยาและรับความโปรดปรานของสวรรค์ในปรโลก
Maide 5:91
แท้จริงแล้วชัยฏอนต้องการทำให้สิ่งมึนเมาและการพนันนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสวยงาม และที่จะทำให้เกิดการเป็นศัตรูกัน การเกลียดชังกันระหว่างพวกเจ้า และการทำให้พวกเจ้าหันเหออกจากการรำลึกถึงอัลลอฮฺและการละหมาด แล้วพวกเจ้าจะยุติความชั่วร้ายเหล่านี้หรือไม่ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย? ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งนี้เหมาะสำหรับสูเจ้าหรือไม่ ดังนั้นสู่เจ้าจงหยุดมันเถิด
Maide 5:92
และพวกเจ้าจงเชื่อฟังอัลลอฮฺ และจงเชื่อฟังเราะซูลเถิด ด้วยการปฏิบัติตามบบทบัญญัติใช้ที่ได้กำหนดไว้ และจงออกห่างจากบทบัญญัติห้ามเอาไว้ และพึงระวังการละเมิด ซึ่งถ้าพวกเจ้าได้ผินหลังไส่ ก็พึงรู้เถิดว่าแท้จริงหน้าที่ของเราะซูลของเรานั้น คือ การประกาศสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงสั่งใช้ และแท้จริงนั้นเขาก็ได้ประกาศมันแล้ว ถ้าหากสูเจ้าได้กระทำตาม มันก็จะเป็นผลดีต่อตัวสูเจ้าเอง แต่ถ้าสูเจ้ากระทำชั่ว มันก็จะเป็นผลร้ายต่อตัวสูเจ้าเอง
Maide 5:93
ไม่เป็นบาปใด ๆ แก่บรรดาผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและปฏิบัติสิ่งที่ดีงามทั้งหลายเพื่อที่พวกเขาจะได้ใกล้ชิดกับพระองค์ ถึงแม้นว่าพวกเขาได้ดื่มสุราก่อนการห้ามมันมาแล้ว หากพวกเขาหลีกเลี่ยงจากข้อห้ามอื่นๆ โดยที่พวกเขานั้นเกรงกลัวในสิ่งที่อัลลลฮฺไม่พึงพอใจต่อพวกเขา และพวกเขาก็ศรัทธาต่อพระองค์ และปฏิบัติสิ่งที่ดีงามทั้งหลาย แล้วพวกเขาก็ได้ตระหนักมากขึ้นต่อการเฝ้ามองของอัลลอฮฺ จนกระทั่งพวกเขาเคารพอิบาดะฮฺต่อพระองค์ราวกับว่าพวกเขานั้นเห็นพระองค์ และอัลลอฮฺก็ทรงรักบรรดาผู้ที่เคารพอิบาดะฮฺต่อพระองค์ราวกับว่าพวกเขานั้นเห็นพระองค์ เพราะพวกเขารู้สำนึกอยู่เสมอถึงการเฝ้ามองของอัลลอฮฺอย่างต่อเนื่องตลอด และสิ่งนี้เองที่จะทำให้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย เชี่ยวชาญ และชำนาญแต่การกระทำความดีโดยสมบูรณ์อย่างแท้จริง
Maide 5:94
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย แน่นอนอัลลอฮฺ จะทรงทดสอบพวกเจ้าด้วยสิ่งหนึ่ง ซึ่งพระองค์จะส่งมันมายังพวกเจ้า นั่นคือสัตว์ป่า ขณะที่พวกเจ้านั้นครองอิหฺรอมอยู่ ซึ่งพวกเจ้าสามารถล่าสัตว์ตัวเล็ก ๆ ได้ด้วยมือของพวกเจ้า และล่าตัวใหญ่ด้วยหอกของพวกเจ้า เพื่อที่อัลลอฮฺจะได้ทรงรู้ว่า ผู้ใดบ้างที่เกรงกลัวต่อพระองค์อย่างแท้จริง ทั้งในทางเปิดเผย และ ในทางเร้นลับ ผู้ใดที่เกรงกลัวต่อพระองค์ในสภาพที่พวกเขาไม่เห็นพระองค์ แต่เนื่องด้วยการศรัทธาของเขาที่เต็มเปี่ยมว่าอัลลอฮฺนั้นทรงรู้ยิ่ง แล้วเขาก็ได้หักห้ามใจต่อการล่าสัตว์เพราะเกรงกลัวต่อพระเจ้า ซึ่งการกระทำของเขานั้นไม่อาจซุกซ่อนต่อพระองค์ได้ แล้วผู้ใดที่ละเมิดขอบเขต และทำการล่าสัตว์ขณะที่เขาครองอิหฺรอมในช่วงทำฮัจญ์หรือว่าทำอุมเราะฮ์นั้น สำหรับเขาก็จะได้รับโทษอันเจ็บแสบในวันกิยามะฮฺ เพราะว่าเขานั้นได้ทำในสิ่งที่อัลลอฮฺได้ห้ามมันเอาไว้
Maide 5:95
โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่าฆ่าสัตว์ล่าในขณะที่พวกเจ้ากำลังครองอิหฺรอมในการประกอบพิธีฮัจญ์หรืออุมเราะฮฺอยู่ และผู้ใดในหมู่พวกเจ้าที่ได้ฆ่ามันโดยเจตนา ดังนั้นเขาจงชดเชยเป็นสัตว์ชนิดเดียวกันกับที่เขาได้ฆ่ามัน จากปศุสัตว์ อาทิเช่น อูฐ วัว หรือแพะ โดยให้ผู้ที่มีความยุติธรรมสองคนในหมู่คนผู้ศรัทธาดำการชี้ขาดเกี่ยวกับมัน ด้วยการให้ผู้กระทำผิดนั้น (อย่าฆ่าสัตว์ล่าในขณะที่พวกเจ้ากำลังครองอิหฺรอม) ชดเชยมันในฐานะที่ถือว่าเป็นสัตว์พลีที่ต้องส่งคืนไปยังมักกะฮฺ และเชือดมันในเขตฮารอม หรือคิดคำนวนค่าสัตว์ตัวนั้นเป็นเงินตรา เพื่อซื้ออาหารแจกจ่ายให้แก่บรรดาคนยากจนในเขตฮารอม ซึ่งมอบให้คนละครึ่งศออฺ หรือชดเชยด้วยการถือศีลอดเพื่อแลกกับอาหารทุก ๆ ครึ่งศออฺ ทั้งหมดนี้ เพื่อที่ผู้ฆ่าสัตว์จะได้ลิ้มรสบทลงโทษในสิ่งที่เขาได้กระทำมา อัลลอฮฺได้ทรงอภัยให้ในสิ่งที่ได้ล่วงเลยมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการล่าสัตว์ในเขตพื้นที่ฮารอมหรือการล่าสัตว์ป่าของผู้ที่ครองอิหฺรอมก่อนการสั่งห้ามล่าฆ่ามัน และผู้ใดกลับไปกระทำมันอีกหลังจากที่ได้มีกฎห้ามแล้ว อัลลอฮฺก็จะทรงลงโทษเขาด้วยพระองค์เอง และอัลลอฮฺคือผู้ที่ทรงเดชานุภาพที่ไม่มีใครเอาชนะได้ และด้วยความเดชานุภาพของพระองค์ พระองค์จะตอบโต้อย่างเด็ดขาดต่อผู้ที่ฝ่าฟืนในคำสั่งของพระองค์หากพระองค์ทรงประสงค์ โดยไม่มีผู้ใดสกัดกั้นพระองค์ได้
Maide 5:96
อัลลอฮฺได้ทรงอนุมัติแก่พวกเจ้า ซึ่งการล่าสัตว์น้ำทะเล และสิ่งที่ทะเลซัดสาดมันขึ้นมาให้แก่พวกเจ้าทั้งที่มันมีชีวิตอยู่หรือตายแล้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นสิ่งอำนวยประโยชน์สำหรับพวกเจ้าที่อาศัยอยู่หรือผู้ที่เดินทางได้นำมันมาเป็นเสบียง และได้ถูกห้ามแก่พวกเจ้า ซึ่งการล่าสัตว์ล่าบกตราบใดที่พวกเจ้ายังคงครองอิหฺรอมอยู่ในการทำฮัจญ์หรือว่าอุมเราะฮฺ และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ และออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์ ดังนั้นพระองค์คือผู้เดียวเท่านั้นที่พวกเจ้าจะต้องกลับไปสู่พระองค์ในวันกิยามะฮฺ แล้วพระองค์ก็จะทรงตอบแทนพวกเจ้าต่อการงานของพวกเจ้า
Maide 5:97
อัลลอฮฺได้ทรงทำให้อัล-กะอฺบะฮฺอันเป็นบ้านที่ต้องห้ามนั้น เป็นที่ดำรงอยู่สำหรับมนุษย์ เพื่อประโยชน์อันสูงสุดของพวกเขาทั้งทางด้านศาสนา เช่น การละหมาด การทำฮัจญ์และอุมเราะฮ และทางด้านดุนยา เช่น ในเรื่องความปลอยภัยในเขตพื้นที่ที่ต้องห้ามและการเก็บรวบรวมพืชผลต่างๆ นาๆ และพระองค์ทรงได้ทำให้มีเดือนที่ต้องห้าม คือเดือน (ซุลกออฺดะฮฺ ซุลฮิจญะฮฺ มุหัรรอม และเราะญับ) เพื่อดำรงไว้ให้แก่พวกเขาซึ่งความปลอดภัยในพื้นที่แห่งนั้น จากการรุกราน หรือ สู้รบกัน และเช่นเดียวกันสัตว์พลี และสัตว์ที่ถูกสวมเครื่องหมายไว้ที่คอ ที่ถูกนำพามายังพื้นที่ฮะรอม (พื้นที่ต้องห้าม) เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากการซุ่มทำร้าย นั้นคือสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงโปรดปรานมันให้กับพวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้รู้ว่า แท้จริงอัลลอฮฺทรงรู้สิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้า และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดิน และแท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง และโดยแท้จริงแล้วบทบัญญัติของพระองค์เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ต่อพวกเจ้าและเป็นการปกป้องภยันตรายให้แก่พวกเจ้าและนี่คือหลักฐานหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรอบรู้ของพระองค์ในสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับปวงบ่าวทั้งหลาย
Maide 5:98
โอ้มนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าพึงรู้เถิดว่า แท้จริงอัลลอฮฺ เป็นผู้รุนแรงในการลงโทษ แก่ผู้ที่ทรยศต่อพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยโทษยิ่งแก่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว ทรงเอ็นดูเมตตายิ่งต่อเขา
Maide 5:99
หน้าที่ของเราะซูลนั้นมิใช่อะไรอื่น นอกจากการประกาศให้ทราบถึงสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงสั่งใช้ให้เขานั้นประกาศมันเพียงเท่านั้น เขาไม่ได้มีหน้าที่ทำให้มนุษย์นั้นบรรลุไปสู่ทางนำ ดังนั้นเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับพระหัตของอัลลอฮฺเพียงผู้เดียว และอัลลอฮฺทรงรู้สิ่งที่พวกเจ้าเปิดเผยมัน และสิ่งที่พวกเจ้าปกปิดมันจากสิ่งที่ถูกต้องหรือหลงผิด และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนพวกเจ้าสำหรับสิ่งนั้น
Maide 5:100
จงกล่าวเถิด โอ้ท่านเราะซูล ว่าสิ่งเลวทรามจากทุกทั่วสารทิศกับสิ่งดีจากทุกทั่วสารทิศนั้นย่อมไม่เท่าเทียมกัน และแม้ว่าความมากมายของสิ่งชั่วนั้น ได้ทำให้ท่านประทับใจก็ตาม แท้จริงแล้วความมากมายของมันนั้นมิได้ชี้ให้เห็นถึงความประเสริฐของมันเลย จงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด โอ้ผู้มีสติปัญญาทั้งหลาย โดยการละทิ้งสิ่งที่เลวทรามและปฏิบัติสิ่งที่ดี เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะด้วยสวนสวรรค์
Maide 5:101
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย พวกเจ้าอย่าถามเราะสูลของพวกเจ้า ถึงสิ่งต่าง ๆ ที่มันไม่ได้มีความจำเป็นสำหรับพวกเจ้าเลย และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ศาสนาของพวกเจ้าดีขึ้น หากสิ่งเหล่านี้ปรากฎขึ้นแก่พวกเจ้าแล้ว มันจะก่อให้เกิดความเลวร้ายแก่พวกเจ้า เนื่องด้วยความยากลำบากที่มีในสิ่งนั้น ถ้าพวกเจ้าถามถึงสิ่งเหล่านั้น ทั้งที่พวกเจ้าได้ถูกห้ามไม่ให้ถามถึงมัน ขณะที่วะฮ์ยู (อัล-กุรอาน) ถูกประทานลงมาแก่ท่านเราะสูล มันก็จะถูกเปิดเผยขึ้นแก่พวกเจ้า และสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ง่ายดายสำหรับอัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์นั้นได้ทรงละเว้นสิ่งต่าง ๆ ที่อัลกุรอานมิได้พูดถึงมัน ดังนั้นพวกเจ้าอย่าได้ถามถึงมัน แล้วหากพวกเจ้าถามถึงมัน บทบัญญัติก็จะถูกประทานลงมาแก่พวกเจ้าตามบทบัญญัติที่เกี่ยวกับมัน และอัลลอฮ์คือผู้ทรงลบล้างบาปของบ่าวของพระองค์ เมื่อพวกเขาทำการกลับเนื้อกลับตัว โดยที่พระองค์ทรงยกโทษให้ในการลงโทษต่อพวกเขาด้วยสิ่งดั่งกล่าวนั้น
Maide 5:102
แท้จริงได้มีพวกหนึ่งก่อนพวกเจ้าได้ถามถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมาแล้ว เมื่อพวกเขาได้รับมอบหมายให้ทำมัน พวกเขาก็ไม่ได้ทำ แล้วพวกเขาก็กลายเป็นผู้ปฏิเสธด้วยสาเหตุนั้น
Maide 5:103
อัลลอฮฺได้ทรงให้อูฐเป็นสิ่งอนุมัติ แล้วไม่ได้ห้ามส่วนใดส่วนหนึ่งอะไรทั้งนั้น ดังเช่นที่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีได้เชื่อกันว่ามันเป็นที่ต้องห้ามสำหรับพวกเขา แต่เป็นที่อนุมัติเพื่อบรรดาเจว็ดของพวกเขา ทั้งอัล-บะฮีเราะฮฺ คืออูฐที่คลอดลูกออกมาแล้วจำนวนหนึ่ง โดยหูของมันก็จะถูกตัดออกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ และซาอิบะฮฺ คืออูฐที่ครั้นเมื่อถึงวัยที่กำหนดก็จะต้องละไว้เพื่อบรรดาเจว็ดของพวกเขา และวะซีละฮฺ คืออูฐที่ถึงรอบคลอดลูกออกมาเป็นตัวเมีย และฮาม คือพ่อพันธุ์อูฐที่ได้ผสมพันธุ์จนได้ลูกจำนวนหลายตัว แต่ทว่าบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาต่างหากที่อุปโลกน์ความเท็จแต่งเรื่องขึ้นมาว่าแท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงไม่อนุมัติสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น และส่วนมากของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาพวกเขาจะไม่แยกแยะระหว่าง ว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือว่าเป็นสิ่งที่ผิด เป็นสิ่งที่อนุมัติหรือว่าสิ่งที่ไม่อนุมัติ
Maide 5:104
และเมื่อได้มีการกล่าวแก่บรรดาผู้ที่กล่าวเท็จต่ออัลลอฮฺ ถึงการตั้งข้อห้ามเกี่ยวกับอูฐบางตัวว่า : พวกเจ้าจงมาเถิด มาสู่สิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานลงมาจากอัลกุรอ่าน และมาสู่แนวทางของท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม เพื่อที่พวกเจ้าจะได้รู้จักแยกแยะสิ่งที่เป็นที่อนุมัติจากสิ่งที่เป็นที่ต้องห้าม พวกเขาก็กล่าวว่า มันเพียงพอแล้วสำหรับเรา สิ่งที่เราได้มาและเป็นที่สืบทอดมาจากบรรดาบรรพบุรุษของเรา ทั้งความเชื่อ คำพูด และการกระทำ สิ่งนั้นมันจะพอเพียงแก่พวกเขาได้อย่างไร แท้จริงแล้วบรรพบุรุษของพวกเขาไม่รู้เรื่องอะไร และพวกเขาก็ไม่ได้หันไปสู่ซึ่งสิ่งที่เป็นสัจธรรมเลย?! ดังนั้นเขาไม่ควรทำตามพวกเขา เว้นแต่ผู้ที่โง่เขลายิ่งในหมู่ของพวกเขาและผู้ที่หลงทาง แล้วพวกเขาก็คือผู้ที่โง่เขลาหลงทาง
Maide 5:105
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย พวกเจ้าจงปกป้องตัวของพวกเจ้าเองเถิด โดยการดำรงไว้ซึ่งความดีงามทั้งหลาย ผู้ใดที่หลงผิดและไม่ยอมรับพวกเจ้านั้น พวกเขาไม่อาจสร้างความเสียหายต่อพวกเจ้าได้หรอก หากพวกเจ้าได้รับการชี้นำโดยแท้จริง และผลจากการแนะนำชักชวนของพวกเจ้า การสั่งใช้ของพวกเจ้าด้วยในการทำความดี และการห้ามปรามของพวกเจ้าจากสิ่งที่ไม่ดี ทุกอย่างจะกลับไปสู่อัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว นั้นคือ การกลับไปของพวกเจ้าในวันกิยามะฮฺ แล้วพระองค์ก็จะทรงบอกแก่พวกเจ้าทั้งหลาย ในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกันในโลกดุนยา และจะทรงตอบแทนมันแก่พวกเจ้า
Maide 5:106
โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย เมื่อความตายได้มายังคนหนึ่งคนใดในพวกเจ้า คือการปรากฏตัวของสัญญาณหนึ่งจากสัญญาณต่างๆแห่งความตาย ดังนั้นจงแต่งตั้งพยานสองคนที่เป็นผู้เที่ยงธรรมจากหมู่คนมุสลิมตามคำสั่งเสียของเขา (การทำพินัยกรรม) หรือชายสองคนที่มาจากหมู่ผู้ปฏิเสธศรัทธา ครั้นตอนที่มีความจำเป็นอันเนื่องมาจากไม่พบพยานสองคนที่เป็นมุสลิม หากพวกเจ้าได้เดินทางไปในผืนแผ่นดิน แล้วได้มีเหตุภยันตรายแห่งความตายประสบกับพวกเจ้า และหากมีข้อสงสัยในคำให้การของพยานทั้งสอง ก็ให้กักตัวเขาทั้งสองไว้หลังจากละหมาด แล้วทั้งสองนั้นก็จะสาบานต่ออัลลอฮฺว่า : เขาทั้งสองนั้นจะไม่ขายโชคของเขาทั้งสองที่มาจากอัลลอฮฺด้วยข้อแลกเปลี่ยนใดๆ และเขาทั้งสองก็จะไม่ให้พวกเขาเป็นที่รักใคร่ต่อวงญาติด้วยกับมัน และเขาทั้งสองจะไม่ปกปิดหลักฐานของอัลลอฮฺ ณ ที่พวกเขาทั้งสอง และแน่นอนหากเขาทั้งสองได้ทำเช่นนั้น พวกเขาทั้งสองก็จะอยู่ในหมู่ผู้ที่กระทำบาป เป็นผู้ที่ทรยศต่ออัลลอฮฺ
Maide 5:107
แล้วหากได้รับรู้ในภายหลังการให้คำสาบานว่า เขาทั้งสองคนนั้นได้โกหกในการเป็นพยานหรือการให้สาบาน หรือเกิดการบิดเบือนในพวกเขาทั้งสอง ก็ให้คนอื่นสองคนทำหน้าที่ในตำแหน่งพยานทั้งสองนั้นแทน ซึ่งเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดที่สุดกับผู้ตายในการดำรงไว้ซึ่งสิ่งที่เป็นความจริง แล้วทั้งสองนั้นก็จะสาบานต่ออัลลอฮฺ เพื่อให้เห็นว่าการเป็นพยานของเราต่อการโกหกและการบิดเบือนของพวกเขาทั้งสองนั้น เป็นความจริงยิ่งไปกว่าการเป็นพยานของเขาทั้งสองที่บอกว่าเขาทั้งสองนั้นมีความสัจจะและไว้วางใจได้ และเรานั้นก็มิได้สาบานเท็จ แน่นอนหากเรานั้นเป็นพยานเท็จ เราก็จะอยู่ในหมู่ผู้อธรรมที่ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮฺ
Maide 5:108
จากการให้คำ(สาบาน)ของพยานทั้งสอง ภายหลังจากการละหมาด ตอนที่มีข้อสงสัยในการเป็นพยานของเขาทั้งสองดังที่กล่าวมานั้น และจากคำให้การของพวกเขาทั้งสอง หากมันมีความใกล้เคียงกับข้อพิสูจน์ของเขาทั้งสองที่ได้นำมันมาเป็นพยานหลักฐานที่ตรงตามข้อบัญญัติของการนำมาซึ่งข้อพิสูจน์พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับมัน ดังนั้นพวกเขาจะไม่บิดเบือนพยานหลักฐานหรือเปลี่ยนแปลงมันหรือทรยศมัน และใกล้ยิ่งไปกว่านั้นการที่เขากลัวว่า การที่ทายาทนั้นจะกลับมาโต้แย้งคำสาบานหลังจากการให้คำสาบานของพวกเขาทั้งสอง แล้วพวกเขาเหล่านั้นก็จะสาบานโดยการให้คำให้การที่ตรงกันข้ามที่แตกต่างไปจากสิ่งที่พวกเขาทั้งสองได้ให้คำให้การเอาไว้ และแล้วคำสาบานของเขาทั้งสองมันก็ถูกปฏิเสธไป และจงยำเกรงอัลลอฮฺต่ออัลลอฮฺเถิด ด้วยการละทิ้งการโกหกและการกลับกลอกในการเป็นพยานและการให้คำสาบาน และจงสดับฟังในสิ่งที่พวกเจ้านั้นถูกสั่งใช้ให้สดับฟังมันจนมันกลายเป็นสิ่งที่ยอมรับ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นจะไม่ทรงแนะนำพวกที่เป็นผู้ละเมิดที่ออกไปจากการเชื่อฟังของพระองค์
Maide 5:109
จงนึกถึงเถิด โอ้มนุษย์ วันที่อัลลอฮฺจะทรงชุมนุมบรรดาเราะซูล แล้วตรัสแก่พวกเขาว่า : ประชาชาติของพวกเจ้าได้ตอบรับสิ่งใดบ้างจากสิ่งที่เราได้มอบหมายให้พวกเจ้าส่งถึงไปยังพวกเขา? พวกเขาต่างกล่าวโดยมอบหมายทุกอย่างว่า สุดแล้วแต่พระองค์: ข้าพระองค์ไม่มีความรู้ใด ๆ แท้จริงแล้ว พระองค์เท่านั้นที่ทรงรู้ดีแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น โอ้พระผู้ทรงอภิบาลของเรา แท้จริงพระองค์คือผู้เดียวเท่านั้นที่รอบรู้ถึงสิ่งเร้นลับทั้งหลาย
Maide 5:110
จงรำลึกถึงขณะที่อัลลอฮฺ ตรัสแก่อีซา อลัยฮิสลาม ว่า : โอ้อีซาบุตรของมัรฺยัมว่า จงรำลึกถึงความโปรดปรานของข้าที่มีต่อเจ้า ขณะที่ข้านั้นได้สร้างเจ้าขึ้นมาโดยที่ไม่มีบิดา และจงรำถึงความโปรดปรานของข้าที่มีต่อมารดาของเจ้า ขณะที่ข้านั้นได้เลือกนางไว้เหนือบรรดาหญิงในยุคของนาง และจงรำลึกถึงสิ่งที่ข้านั้นได้โปรดปรานมันต่อเจ้า ขณะที่ข้าได้ทำให้เจ้ามีความเข้มแข็ง ด้วยญิบรีล อลัยฮิสลาม ทำให้เจ้านั้นพูดกับผู้คนได้ ทั้ง ๆ ที่เจ้านั้นยังเป็นทารกอยู่ โดยเชิญชวนเรียกร้องพวกเขาให้ไปสู่อัลลอฮฺ และเช่นเดียวกันให้พูดกับพวกเขาในขณะช่วงวัยกลางคนของเจ้า ในสิ่งที่ข้านั้นได้ส่งเจ้าพร้อมกับมันไปยังพวกเขา และจากสิ่งที่ข้าได้โปรดปรานมันให้แก่เจ้า คือการที่ข้าได้สอนการขีดเขียนแก่เจ้า และข้าได้สอนเจ้าซึ่งคัมภีร์อัต-เตารอตที่มันได้ถูกประทานลงมาให้แก่มูซา อลัยฮิสลาม และคัมภีร์อัล-อินญีลที่ได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า และข้าก็ได้สอนเจ้าถึงจุดมุ่งหมายแห่งบัญญัติศาสนา ประโยชน์ของมัน และวิทยปัญญาของมัน และจากสิ่งที่ข้าได้โปรดปรานมันให้แก่เจ้า คือการที่เจ้านั้นปั้นรูปจากดินขึ้นมาดั่งรูปนก จากนั้นเจ้าก็เป่าเข้าไปในรูปนกนั้น แล้วมันก็กลายเป็นนก และได้ให้เจ้ารักษาคนที่ตาบอดตั้งแต่กำเนิด และคนที่เป็นโรคผิวหนังนั้นหายดี ด้วยอนุมัติของข้า และการที่เจ้าได้ทำให้บรรดาคนตายนั้นฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วยกับคำขอพรของเจ้าต่ออัลลอฮฺ ทุกอย่างล้วนแล้วด้วยการอนุมัติของข้า และจากสิ่งที่ข้าได้โปรดปรานมันให้แก่เจ้า คือการที่ข้าได้ยับยั้งและหันเหวงศ์วานอิสรออีลออกจากเจ้า โดยที่พวกเขานั้นจงใจจะฆ่าเจ้า ครั้นเมื่อตอนที่เจ้าได้นำบรรดาหลักฐานอันชัดแจ้งมายังพวกเขา แล้วพวกเขาก็มิได้เชื่อเว้นแต่เป็นผู้ที่ปฏิเสธมัน และพวกเขาก็กล่าวว่า สิ่งนี้ที่อีซานำมันมานั้น มิใช่สิ่งอื่นใด นอกจากมายากลอันชัดแจ้งเท่านั้น
Maide 5:111
และจงรำลึกถึงสิ่งที่ข้านั้นได้โปรดปรานมันให้แก่เจ้า การที่ข้าได้มอบความง่ายดายแก่เจ้า ครั้งที่ข้าได้ดลใจแก่อัลฮะวารียินว่าจงศรัทธาต่อข้าและต่อเจ้า แล้วพวกเขาก็น้อมรับและตอบสนองมัน และพวกเขากล่าวว่า พวกข้าพระองค์ศรัทธากันแล้ว และโอ้พระผู้ทรงอภิบาลของเรา โปรดได้ทรงเป็นพยานด้วยว่า แท้จริงพวกข้าพระองค์นั้น เป็นผู้สวามิภักดิ์ยอมจำนนต่อพระองค์
Maide 5:112
และจงรำลึกถึงขณะที่อัล-ฮะวารียูนนั้นกล่าวว่า : พระเจ้าของท่านมีความสามารถไหม ครั้นเมื่อเจ้าขอพรจากพระองค์ โดยการทำให้สำรับอาหารนั้นลงมาจากฟากฟ้า? แล้วอีซา อลัยฮิสลาม ก็ได้ตอบแก่พวกเขา ด้วยสั่งใช้ให้พวกเขาจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺและละทิ้งในสิ่งที่พวกเขานั้นได้ถามถึง เพราะว่าสิ่งนั้นมันจะก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายแก่พวกเขา และเขาก็ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า : พวกเจ้าจงมอบหมายต่อพระผู้ทรงอภิบาลของพวกเจ้าเถิดในการขอปัจจัยยังชีพ หากพวกเจ้าเป็นบรรดาที่ผู้ศรัทธา
Maide 5:113
บรรดาอัล-ฮะวารียูนนั้นได้กล่าวแก่อีซาว่า : พวกเราเพียงแค่ต้องการที่จะบริโภคจากสำรับอันนี้ และเพื่อที่จะทำให้หัวใจของพวกเรานั้นสงบด้วยกับความสามารถของอัลลอฮฺอันครบถ้วนสมบูรณ์ และก็เพื่อที่พวกเราจะได้รู้ว่า ท่านนั้นคือเราะซูลของพระองค์ และเราก็จะได้รับรู้อย่างมั่นใจว่าท่านนั้นได้พูดจริงแก่พวกเรา ในสิ่งที่ท่านนั้นได้นำพามันมาจากอัลลอฮฺ และที่พวกเราจะได้เป็นพยานยืนยันในเรื่องนั้นแก่ผู้อื่นที่ไม่ได้มาร่วม
Maide 5:114
แล้วอีซาก็ได้ตอบรับคำขอของพวกเขา และเขาก็ได้ขอพรต่ออัลลอฮฺโดยกล่าวว่า : โอ้พระผู้ทรงอภิบาลของเรา โปรดได้ทรงประทานลงมาแก่พวกเรา ซึ่งสำรับอาหารด้วยเถิด เราจะได้นำวันที่มันลงมาตั้งเป็นวันรื่นเริง พวกเราก็จะทำให้มันเป็นวันยิ่งใหญ่เพื่อเป็นการขอบคุณแก่พระองค์ และมันก็จะเป็นสัญญาณหนึ่งและหลักฐานหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นหนึ่งเดียวของพระองค์ และบ่งบอกถึงความจริงที่ฉันนั้นได้ถูกส่งมาด้วยกับมัน และโปรดได้ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเราด้วยเถิด มันจะคอยช่วยเหลือพวกเราในการเคารพอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ และพระองค์นั้น โอ้ผู้อภิบาลของเรา คือผู้ที่ดีเยี่ยมในหมู่ผู้ประทานปัจจัยยังชีพทั้งหลาย
Maide 5:115
แล้วอัลลอฮฺก็ทรงตอบรับการขอพรของอีซา อลัยฮิสลาม และตรัสว่า : แท้จริงข้าเป็นผู้ที่ประทานซึ่งสำรับอันนี้ ที่พวกเจ้านั้นได้ขอให้มันถูกประทานลงมาแก่พวกเจ้า แล้วผู้ใดที่ปฏิเสธศรัทธาหลังจากการลงมาของมัน เขาก็อย่าได้โทษใครเว้นแต่ตัวของเขาเอง แน่นอนข้าจะลงโทษเขา ซึ่งเป็นการลงโทษที่หนักหน่วง ที่ข้าไม่เคยลงโทษผู้ใดมาก่อน เพราะว่าเขานั้นได้เห็นข้อพิสูจน์อันแจ่มแจ้งแล้ว ดังนั้นการปฏิเสธของเขานั้นคือการปฏิเสธที่ดื้อดึง และอัลลอฮฺก็ได้ทรงทำให้สัญญาของพระองค์แก่พวกเขานั้นเป็นจริง แล้วก็ทรงประทานมันลงมาให้แก่พวกเขา
Maide 5:116
และจงรำลึกถึงขณะที่อัลลอฮฺ จะทรงตรัสในวันกิยามะฮฺ โดยการสนทนากับอีซาบุตรของมัรยัม อลัยฮิสสลาม ว่า : โอ้อีซาบุตรของมัรยัม เอ๋ย เจ้าได้พูดแก่ผู้คนกระนั้นหรือว่า : จงยึดถือฉันและมารดาของฉันเป็นที่เคารพสักการะทั้งสองอื่นจากอัลลอฮฺ? แล้วอีซาก็ตอบโดยกล่าวให้ความบริสุทธิ์แด่พระผู้อภิบาลของเขาว่า : มันไม่จำเป็นเลยสำหรับข้าพระองค์ที่จะต้องบอกกล่าวแก่พวกเขาเว้นเสียแต่ความจริง หากข้าพระองค์เคยกล่าวสิ่งนั้น แน่นอนพระองค์ย่อมรู้มันดี เพราะว่าแท้จริงแล้วไม่มีสิ่งใดที่สามารถซุกซ่อนต่อพระองค์ได้ พระองค์ทรงรู้สิ่งที่อยู่ในใจของข้าพระองค์ และข้าพระองค์ไม่รู้สิ่งที่อยู่ในใจของพระองค์ แท้จริงพระองค์ผู้เดียวที่ทรงรอบรู้ในทุก ๆ สิ่งที่เร้นลับ ในทุก ๆ สิ่งที่ซุกซ่อน และในทุก ๆ สิ่งที่เปิดเผย
Maide 5:117
อีซาได้กล่าวแก่พระผู้อภิบาลของเขาว่า : ข้าพระองค์มิได้กล่าวแก่ผู้คนเลย นอกจากสิ่งที่พระองค์ได้สั่งใช้ข้าพระองค์เท่านั้น ด้วยกับคำพูดของเขาที่ว่า สั่งใช้ให้พวกเขานั้นมอบความเป็นเอกะต่อพระองค์ในการเคารพสักการะ และข้าพระองค์ก็ได้เฝ้าดูถึงสิ่งที่พวกเขากำลังพูดในระยะเวลาที่ข้าพระองค์อยู่ในหมู่พวกเขา แล้วครั้นเมื่อพระองค์ได้ทรงทำให้เวลาการใช้ชีวิตของข้าพระองค์กับพวกเขาสิ้นสุดลง ด้วยการที่ยกข้าพระองค์ไปยังฟากฟ้าโดยที่มีชีวิตอยู่ โอ้พระผู้ทรงอภิบาล พระองค์ท่านก็เป็นผู้เก็บรักษาซึ่งการงานของพวกเขา และพระองค์ทรงเป็นสักขีพยานในทุกสิ่ง ไม่มีสิ่งใดที่มันจะหากหายไปจากพระองค์ได้ ดังนั้นมันมิอาจซุกซ่อนต่อพระองค์ได้เลย สิ่งที่ข้าพระองค์นั้นได้กล่าวไว้แก่พวกเขาและสิ่งที่พวกเขานั้นได้กล่าวไว้ภายหลังจากข้าพระองค์
Maide 5:118
หากพระองค์จะทรงลงโทษพวกเขา โอ้พระผู้ทรงอภิบาล แท้จริงพวกเขาก็คือบ่าวของพระองค์ พระองค์นั้นสามารถกระทำต่อพวกเขาได้เลยตามสิ่งที่พระองค์ประสงค์ และหากพระองค์จะทรงโปรดปรานแก่ผู้ใดคนหนึ่งที่เป็นผู้ศรัทธาที่มาจากพวกเขาด้วยการอภัยโทษ ดังนั้นก็ไม่มีใครหรอกที่ห้ามปรามพระองค์จากสิ่งนั้นได้ และแท้จริงพระองค์ท่านคือ ผู้ทรงเดชานุภาพที่ไม่มีวันพ่ายแพ้ เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการบริหารจัดการของพระองค์เอง
Maide 5:119
อัลลอฮฺ ทรงได้ตรัสแก่อีซา อลัยฮิสลามว่า : นี่แหละคือวันที่ความสัตย์จริงของพวกเขาจะอำนวยประโยชน์แก่บรรดาผู้ที่สัตย์จริงในเจตนา ในการงาน และในคำพูด พวกเขาจะได้รับบรรดาสวนสวรรค์ที่มีธารน้ำไหลรินจากทางด้านใต้ของบรรดาราชวังและต้นไม้ของมัน โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล ความตายก็จะไม่มาประสบกับพวกเขา อัลลอฮฺทรงพอพระทัยในพวกเขา พระองค์จะไม่มีวันโกรธกริ้วต่อพวกเขาไปตลอดกาล และพวกเขาก็พึงพอใจในพระองค์ ก็เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับมันมาจากความสุขที่นิรันดร ผลตอบแทนและความพึงพอใจต่อพวกเขาอันนี้คือ ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ดั้งนั้นไม่มีชัยชนะใดที่เทียบเท่ากับมันเลย
Maide 5:120
แด่อัลลอฮฺเพียงผู้เดียวเท่านั้น อำนาจแห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน ดังนั้นพระองค์คือผู้สร้างและเป็นผู้บัญชาการกิจการของมันทั้งสอง และแด่พระองค์เช่นเดียวกันมีอำนาจเหนือทุกๆสิ่งที่อยู่ในนั้น ซึ่งจากสิ่งที่ถูกสร้างมาทั้งหมด และพระองค์คือผู้ที่ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นไม่มีสิ่งใดที่จะขัดขวางพระองค์ได้
Enam 6:1
การอธิบายถึงคุณลักษณะที่สมบูรณ์แบบ และการสรรเสริญถึงคุณงามความดีอันประเสริฐที่มาพร้อมกับความรักนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ ผู้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินโดยไม่มีต้นแบบอื่นมาก่อน และได้ทรงสร้างกลางวันและกลางคืนให้มันหมุนเวียนสลับกันไป ซึ่งกลางคืนพระองค์ได้ทรงทำให้มันมีความมืดและกลางวันทรงทำให้มันมีแสงสว่าง ถึงอย่างไรก็ตามแต่บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธานั้น ก็ยังให้ (สิ่งอื่น) เท่าเทียมกับพระเจ้าของเขา และกำหนดให้สิ่งนั้นเป็นภาคีคู่กับพระองค์อยู่
Enam 6:2
โอ้มนุษย์เอ๋ย พระองค์คือผู้ที่ทรงบังเกิดพวกเจ้าจากดินที่ได้สร้างบิดาของพวกเจ้ามาจากมัน คือนบีอาดัม อลัยฮิสสลาม แล้วได้ทรงกำหนดเวลาการดำเนินชีวิตในโลกดุนยาของพวกเจ้า และทรงกำหนดเวลาที่ถูกระบุไว้อีกกำหนดหนึ่งที่ไมมีใครรู้ถึงเกี่ยวกับมันเว้นเสียแต่เขานั้นคือผู้ที่เป็นผู้ที่บังเกิดพวกเจ้า ณ วันกิยามะฮฺ แต่แล้วพวกเจ้าก็ยังสงสัยในความปรีชาสามารถของพระองค์ต่อการบังเกิดให้ฟื้นคืนชีพหลังความตาย
Enam 6:3
และพระองค์นั้นคือ พระเจ้าที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้ทั้งในบรรดาชั้นฟ้าและในแผ่นดิน ไม่มีสิ่งใดที่จะปกปิดเป็นความลับต่อพระองค์ได้ ดังนั้นพระองค์ทรงรู้ถึงสิ่งที่พวกเจ้านั้นกำลังปกปิดจากสิ่งที่เป็นการตั้งเจตนา คำพูด หรือการงาน และสิ่งที่พวกเจ้ากำลังเปิดเผยมันจากสิ่งนั้น และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนมันต่อพวกเจ้า
Enam 6:4
และไม่มีหลักฐานอันใดที่มายังบรรดาพวกที่ตั้งภาคีที่มาจากพระเจ้าของพวกเขา เว้นเสียแต่พวกเขานั้นได้ทิ้งมันไป โดยไม่แยแสกับมันเลย แท้จริงหลักฐานที่เห็นได้ชัดและข้อพิสูจน์ต่างๆที่โจ่งแจ้งนั้น ที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพของอัลลอฮฺก็ได้มายังพวกเขาแล้ว และโองการต่างๆ ที่ได้ชี้ให้เห็นถึงความสัจจะของบรรดาศาสนทูตของพระองค์ก็ได้มายังพวกเขาเช่นเดียวกัน แต่แล้วพวกเขาก็ได้ปฏิเสธมัน โดยที่พวกเขาไม่สะทกสะท้านอะไรเกี่ยวกับมันเลย
Enam 6:5
และหากว่าพวกเขาได้ปฏิเสธหลักฐานอันชัดแจ้งและข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนอันนั้น แน่นอนพวกเขาได้ปฏิเสธต่อสิ่งที่มันมีความชัดเจนยิ่งกว่า พวกเขาได้ปฏิเสธต่อสิ่งที่มูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม นำมาจากอัลกุรอ่าน และพวกเขาก็จะได้ทราบว่าสิ่งที่พวกเขาได้เคยเย้ยหยันมันเอาไว้นั้น จากสิ่งที่ยังพวกเขามันคือ ความจริง ก็ต่อเมื่อตอนที่พวกเขานั้นได้เห็นถึงการลงโทษในวันกิยามะฮฺ
Enam 6:6
พวกปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นมิได้รู้ดอกหรือว่า แนวทางการทำลายล้างของอัลลอฮฺที่มีต่อบรรดาประชาชาติที่เป็นผู้อธรรมนั้นเป็นเช่นใด?! แน่นอนอัลลอฮฺนั้นได้ทำลายล้างหลายๆประชาชาติมาแล้วก่อนหน้าพวกเขา พระองค์ได้ให้พวกเขามีอำนาจและความสามารถในแผ่นดิน ซึ่งสิ่งที่พระองค์มิได้ให้มีแก่พวกปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้น และพระองค์ได้ประทานฝนลงมายังพวกเขาอย่างต่อเนื่อง และพระองค์ได้ให้มีแม่น้ำหลายสายไหลอยู่เบื้องล่างที่พักอาศัยของพวกเขา แต่แล้วพวกเขาก็ได้ฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺ แล้วพระองค์ก็ทำลายพวกเขาเสีย เนื่องด้วยการก่อกรรมทำบาปของพวกเขา และพระองค์ได้สร้างให้มีขึ้นหลังจากพวกเขาซี่งประชาชาติอื่น
Enam 6:7
และหากเราได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า โอ้เราะซูล ซึ่งคัมภีร์ฉบับหนึ่งที่ถูกจารึกไว้ในกระดาษ และพวกเจ้าก็จงมองสังเกตมันด้วยดวงตาของพวกเจ้า และก็สร้างความมั่นใจจากสิ่งนั้น โดยการให้พวกเขาสัมผัสคัมภีร์นั้นด้วยมือของพวกเขาเอง แน่นอนพวกเขาก็จะไม่ศรัทธาต่อมัน โดยปฏิเสธความจริงทั้ง ๆ ที่รู้และสร้างความยุ่งยาก และแน่นอนบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาย่อมกล่าวว่า สิ่งที่เจ้านำมันมานั้น มันมิใช่อื่นใดนอกจากมายากลอันชัดแจ้งเท่านั้น ดังนั้นพวกเราก็จะไม่ศรัทธาต่อมัน
Enam 6:8
และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเหล่านั้นได้กล่าวว่า หากว่าอัลลอฮฺได้ให้มะลักลงมาเคียงกับมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม มาบอกกับเราและเป็นพยานว่าเขานั้นเป็นผู้ส่งสาร แน่นอนเราก็จะศรัทธา และหากว่าเราได้ให้มะลักลงมาตามแบบที่พวกเขาต้องการนั้น แน่นอนเราจะทรงทำลายล้างพวกเขาหากพวกเขานั้นไม่ศรัทธา แล้วพวกเขาก็จะไม่ถูกประวิงเวลาให้เพื่อการกลับเนื้อกลับตัวหากเขานั้นได้ลงมา
Enam 6:9
และหากว่าเราได้ทำให้ผู้ส่งสารไปยังพวกเขานั้นกลายเป็นมะลัก แน่นอนเราก็ย่อมทำให้เขานั้นอยู่ในรูปของผู้ชาย เพื่อที่พวกเขานั้นสามารถรับฟังเขาและสืบทอดจากเขา แน่นอนพวกเขาไม่สามารถกระทำสิ่งนั้นได้กับมะลักบนรูปร่างที่อัลลอฮฺนั้นได้ทรงสร้างเขามา และหากเราได้ทำให้เขานั้นอยู่ในรูปของผู้ชาย แน่นอนสิ่งนั้นย่อมเป็นที่คลุมเครือแก่พวกเขา
Enam 6:10
แล้วหากว่าพวกเขาเหล่านั้นเย้ยหยันด้วยการขอให้การลงมาของมะลักนั้นมาพร้อมกับเจ้า แน่นอนประชาชาติที่มาก่อนหน้าเจ้านั้นก็เคยเย้ยหยันบรรดาเราะซูลของพวกเขามาแล้ว ดังนั้นการลงโทษก็ได้ห้อมล้อมพวกเขาแล้ว เพราะพวกเขานั้นต่อต้านเขา และเย้ยหยันต่อเขา ครั้งเมื่อตอนที่เขานั้นข่มขู่พวกเขา
Enam 6:11
จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่บรรดาผู้ปฏิเสธที่เย้ยหยันเหล่านั้นว่า : พวกท่านจงเดินไปในแผ่นดินเถิด แล้วจงดูว่า ผลสุดท้ายของบรรดาผู้ปฏิเสธต่อบรรดาเราะซูลของอัลลอฮฺนั้นเป็นอย่างไรบ้าง แน่นอนบทลงโทษของอัลลอฮฺก็ได้ประสบกับพวกเขาหลังจากที่พวกเขานั้นมีทั้งความแข็งแรงและความต้านทาน
Enam 6:12
จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้เราะซูล ว่า : ใครคือเจ้าของบรรดาชั้นฟ้าทั้งหลาย และเป็นเจ้าของแผ่นดิน และเป็นเจ้าของทุกสิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน? จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า : ทั้งหมดมันเป็นของอัลลอฮฺ พระองค์ได้ทรงกำหนดการเอ็นดูเมตตาไว้บนตัวของพระองค์ เป็นการยกให้เกียรติของพระองค์แด่ปวงบ่าวของพระองค์ ดังนั้นพวกเขาจะไม่ถูกเร่งรีบด้วยกับบทลงโทษจนกระทั่งแม้ว่าพวกเขานั้นไม่ได้กลับเนื้อกลับตัว พระองค์จะทรงรวบรวมพวกเขาทั้งหมดในวันกิยามะฮฺ นี่คือวันที่ไม่มีการสงสัยใด ๆ ในวันนั้น บรรดาผู้ที่ทำให้ตัวของพวกเขาขาดทุนเนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ พวกเขาก็จะไม่ศรัทธา ดังนั้นพวกเขาก็จะทำให้ตัวของพวกเขานั้นอยู่กับการขาดทุน
Enam 6:13
และแด่อัลลอฮฺเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่เป็นเจ้าของทุก ๆ สิ่ง จากสิ่งที่สงบเงียบอยู่ในเวลากลางคืนและกลางวัน และพระองค์คือผู้ทรงได้ยินคำพูดของพวกเขา ผู้ทรงรอบรู้ถึงการงานของพวกเขา และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนพวกเขาบนมัน
Enam 6:14
จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่บรรดาพวกที่ตั้งภาคีที่เคารพบูชาพร้อมกันกับอัลลอฮฺซึ่งสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากพระองค์ จากบรรดาเจว็ดและสิ่งที่นอกเหนือจากมัน ว่า : สมองมันรับได้หรือ การที่ฉันนั้นจะเอาสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากอัลลอฮฺมาเป็นที่พึ่งโดยการที่ฉันจะต้องขอความคุ้มครองจากเขาและขอความช่วยเหลือจากเขา?! ซึ่งพระองค์เป็นผู้สร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินที่ไม่เหมือนกับสิ่งใดมาก่อน ฉะนั้นแล้วทั้งสองสิ่งนี้ไม่เคยถูกสร้างมาก่อนเลย และพระองค์คือผู้ที่ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากบรรดาบ่าวของพระองค์ และไม่มีใครคนใดจากบรรดาบ่าวของพระองค์ที่คอยประทานปัจจัยยังชีพให้แก่พระองค์ ดังนั้นพระองค์คือผู้ที่ทรงร่ำรวยไปจากบรรดาบ่าวของพระองค์ และบรรดาบ่าวของพระองค์นั้นคือบรรดาผู้ที่ขัดสนยังต้องพึ่งพระองค์อยู่ จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล ว่า : แท้จริงพระผู้ทรงอภิบาล ผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่งนั้น สั่งใช้ให้ฉันเป็นคนแรกที่สวามิภักดิ์ต่ออัลลอฮฺและยอมจำนนต่อพระองค์ในประชาชาตินี้ และได้สั่งห้ามฉันว่าอย่าได้เป็นส่วนหนึ่งในหมู่ผู้ที่ตั้งสิ่งอื่นใดเป็นภาคีต่อพระองค์เด็ดขาด
Enam 6:15
จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล ว่า แท้จริงฉันกลัว หากฉันได้ฝ่าฝืนต่ออัลลอฮฺด้วยการกระทำในสิ่งที่พระองค์นั้นได้ทรงห้ามแก่ฉัน ซึ่งจากการตั้งภาคีและสิ่งที่นอกเหนือจากนั้น หรือละทิ้งสิ่งที่พระองค์ได้สั่งใช้ฉันให้ปฏิบัติมัน ซึ่งจากการศรัทธาและสิ่งที่นอกเหนือจากนั้นจากการเชื่อฟังทั้งหลาย ที่พระองค์นั้นจะลงโทษฉัน ซึ่งการลงโทษที่ยิ่งใหญ่ในวันกิยามะฮฺ
Enam 6:16
ผู้ใดที่อัลลอฮฺทำให้เขานั้นห่างไกลจากบทลงโทษในวันกิยามะฮฺ แท้จริงเขานั้นได้รับชัยชนะแล้ว ด้วยกับความเอ็นดูเมตตาของอัลลอฮฺที่มอบให้แก่เขา และการรอดพ้นจากการลงโทษนั่น คือ ชัยชนะที่ชัดเจนที่ไม่มีชัยชนะใดที่จะเทียบเคียงเท่ามันได้
Enam 6:17
และหากว่าภัยพิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดที่มาจากอัลลอฮฺมันได้มาประสบกับเจ้า โอ้ลูกของอาดัมเอ๋ย แน่นอนไม่มีใครปกป้องภัยพิบัตินั้นไปจากพระองค์ได้ นอกจากอัลลอฮฺเท่านั้น และหากความดีอย่างหนึ่งอย่างใดที่มาจากพระองค์ได้มาประสบแก่เจ้า แน่นอนไม่มีใครห้ามมันได้จากสิ่งนั้น และไม่มีใครสามารถปฏิเสธความประเสริฐของมันได้ ดังนั้นพระองค์ คือ ผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง
Enam 6:18
และพระองค์คือผู้ทรงชนะเหนือปวงบ่าวของพระองค์ที่มีความต่ำต้อยอันเหมาะสมแล้วสำหรับพวกเขา พระองค์เป็นผู้ทรงสูงส่งเหนือพวกเขาในทุก ๆ ด้าน ไม่มีอะไรที่จะทำให้พระองค์อ่อนแอได้ และไม่มีใครจะชนะเหนือพระองค์ได้ ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้พระองค์ พระองค์ทรงอยู่เหนือปวงบ่าวของพระองค์ตามความเหมาะสมสำหรับพระองค์ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ และพระองค์คือผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้าง การบริหาร และการบัญญัติของพระองค์เอง ผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วนไม่มีสิ่งใดซุกซ่อนต่อพระองค์ได้
Enam 6:19
จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีและปฏิเสธเจ้าว่า : สิ่งใดเล่าที่จะประเสริฐและยิ่งใหญ่ที่สุดในการเป็นพยานแห่งความสัจจะของฉัน? จงกล่าวเถิดว่า : อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุดและประเสริฐยิ่งผู้ทรงเป็นพยานแห่งความสัจจะของฉัน พระองค์คือผู้เป็นพยานระหว่างฉันกับพวกเจ้า พระองค์ทรงรู้ดีถึงสิ่งที่ฉันได้นำมันมาแก่พวกเจ้า และสิ่งพวกเจ้ากำลังจะโต้แย้งมัน และแท้จริงนั้นอัลลอฮฺได้ประทานวะฮฺยูให้แก่ฉัน คืออัลกุรอ่าน เพื่อที่ฉันจะได้ใช้มันตักเตือนพวกเจ้า และใช้มันตักเตือนทั้งหมู่มนุษย์และญิน โอ้บรรดาผู้ที่ตั้งภาคี พวกท่านจะยังศรัทธาและเคารพสักการะสิ่งอื่นร่วมกับอัลลอฮฺกระนั้นหรือ จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า : ฉันจะไม่รับรองในสิ่งที่พวกท่านนั้นเห็นด้วยกับมัน มันไร้ประโยชน์ จงกล่าวเถิด แท้จริงอัลลอฮฺนั้นคือพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น ไม่มีภาคีใด ๆ สำหรับพระองค์ และแท้จริงฉันขอปลีกตัวออกจากสิ่งที่พวกเจ้าตั้งมันเป็นภาคีกับพระองค์ทั้งหมด
Enam 6:20
บรรดายิวที่เราได้ให้คัมภีร์อัล-เตารอฮฺแก่พวกเขา และบรรดาคริสเตียนที่เราได้ให้คัมภีร์อัล-อินญีลแก่พวกเขาเช่นกันนั้น พวกเขารู้จักท่านนบีมูฮัมมัดดียิ่ง เช่นเดียวกับการที่พวกเขารู้จักลูก ๆ ของพวกเขาเอง อย่างไรก็จะไม่สับสนกับลูก ๆ ของคนอื่น ดังนั้นพวกเขาเองต่างหากที่ทำให้พวกเขาขาดทุนโดยยอมตกนรก โดยที่พวกเขาไม่ยอมศรัทธา
Enam 6:21
ไม่มีผู้ใดที่เป็นผู้อธรรมยิ่งกว่าผู้ที่เขานั้นได้ตั้งภาคีให้แก่อัลลอฮฺ แล้วเขาได้เคารพสักการะมันพร้อมกันกับพระองค์ หรือปฏิเสธบรรดาโองการของพระองค์ที่ได้ประทานมันลงมาแก่ศาสนทูตของพระองค์ แท้จริงบรรดาผู้อธรรมนั้นได้ตั้งคู่ภาคีให้แก่อัลลอฮฺ และปฏิเสธบรรดาโองการของพระองค์ พวกเขาจะไม่ได้รับความสำเร็จตลอดกาล หากว่าพวกเขานั้นไม่กลับเนื้อกลับตัว
Enam 6:22
และจงรำลึกถึงวันกิยามะฮฺ ในขณะที่เรากำลังรวบรวมพวกเขาทั้งมวลไว้ เราจะไม่ให้ใครสักคนออกไปจากพวกเขา แล้วเราก็จะกล่าวแก่บรรดาผู้ที่พวกเขานั้นได้เคารพสักการะผู้อื่นพร้อมกับอัลลอฮฺ เพื่อเป็นการตำหนิแก่พวกเขาว่า : ไหนเล่า บรรดาภาคีของพวกเจ้าที่พวกเจ้าอ้างกัน ที่โกหกว่าพวกเขานั้นคือบรรดาภาคีของอัลลอฮฺ
Enam 6:23
หลังจากนั้นการแก้ขอตัวพวกเขาก็ไม่ได้เกิดขึ้นเลย หลังจากการทดสอบครั้งนี้ นอกจากพวกเขาปลีกตัวจากบรรดาสิ่งสักการะของพวกเขา และพวกเขาก็ได้กล่าวแบบโกหกว่า : ข้าพระองค์ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ผู้เป็นพระเจ้าของพวกเรา พวกข้าพระองค์นั้นไม่เคยเป็นบรรดาผู้ที่ให้มีภาคีขึ้นต่อพระองค์เลย แต่ทว่าพวกเรานั้นเป็นบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อพระองค์ต่างหาก เป็นบรรดาผู้ให้ความเป็นเอกภาพต่อพระองค์
Enam 6:24
จงดูเถิด โอ้มุฮัมมัด ว่า พวกเขาได้โกหกอย่างไรแก่ตัวของพวกเขาเองด้วยการปฏิเสธของพวกเขา ซึ่งการตั้งภาคีให้พ้นไปจากตัวของพวกเขา และให้หายไปจากพวกเขา และการหักหลังของพวกเขาต่อสิ่งที่พวกเขาเคยอุปโลกน์มันขึ้นมาเอง จากบรรดาคู่ภาคีที่พร้อมกับอัลลอฮฺในชีวิตดุนยาของพวกเขา?!
Enam 6:25
และในหมู่พวกที่ตั้งภาคีนั้นมีผู้ที่สดับฟังเจ้าอยู่บ้าง โอ้เราะซูล ครั้นเมื่อเจ้านั้นได้อ่านอัลกุรอ่าน แต่พวกเขาไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่พวกเขาฟังมันเลย เพราะว่าแท้จริงเรานั้นได้ทำให้มีสิ่งปิดกั้นอยู่บนหัวใจของพวกเขา จนกระทั่งพวกเขาไม่เข้าใจอัลกุรอ่านเพราะด้วยความดื้อรั้นของพวกเขาและการหันหลังให้ของพวกเขา และเราได้ให้ในหูของพวกเขามีความหนวกอยู่ด้วยให้หลุดพ้นไปจากการฟังที่เป็นประโยชน์ และหากพวกเขาเห็นสัญญาณต่างๆที่ชัดเจนและข้อโต้แย้งที่เห็นได้ชัด พวกเขาก็จะไม่ศรัทธาต่อสิ่งนั้น จนกระทั่งพวกเขาได้มาหาเจ้า แล้วก็จะโต้เถียงกับเจ้าด้วยความเท็จต่อความจริง บรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธานั้นจะกล่าวว่า : สิ่งที่เจ้านำมันมานั้นมิใช่อะไรอื่น นอกจากมันเป็นสิ่งที่นำมาจากบรรดาหนังสือของคนก่อน ๆ เท่านั้น (นิยายโบราณ)
Enam 6:26
และพวกเขาได้ห้ามผู้คนจากการศรัทธาต่อเราะซูลและได้ทำให้ห่างไกลไปจากเขา ดังนั้นพวกเขาก็จะไม่ปล่อยให้ใครก็ตามที่ได้รับประโยชน์จากมัน และพวกเขาจะไม่ได้รับประโยชน์เลย และพวกเขาจะไม่ทำให้ใครพินาศด้วยการกระทำของพวกเขาอันนี้ นอกจากตัวของพวกเขาเองเท่านั้น และพวกเขาก็ไม่รู้เลยสิ่งที่พวกเขากำลังกระทำมันอยู่นั้น สำหรับมันแล้ว คือ การทำให้พินาศ
Enam 6:27
และหากเจ้าจะได้เห็น โอ้เราะซูล ขณะที่พวกเขาถูกให้หยุดยืนเบื้องหน้าไฟนรกในวันกิยามะฮฺนั้น แล้วพวกเขาก็จะกล่าวอย่างสลดใจว่า : โอ้! หวังว่าเราจะถูกนำกลับไปยังโลกดุนยา และเราก็จะไม่ปฏิเสธบรรดาโองการแห่งพระเจ้าของเราอีก และเราก็จะได้กลายเป็นผู้ที่อยู่ในหมู่ผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ แน่นอนเจ้าจะได้เห็นอย่างประหลาดใจถึงสถานภาพอันเลวร้ายของพวกเขา
Enam 6:28
มันไม่ใช่เรื่องอะไรเลยของพวกเขา ดังสิ่งที่พวกเขานั้นได้กล่าวมาว่า หากว่าพวกเขาได้ถูกให้กลับไปแน่นอนพวกเขาก็จะศรัทธา แต่ทว่าได้ประจักษ์แก่พวกเขาแล้ว สิ่งที่พวกเขาปกปิดไว้จากคำพูดของพวกเขาที่ว่า : (ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ พวกเรานั้นไม่ได้เป็นบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเลย) ในขณะที่อวัยวะของพวกเขานั้นได้เป็นสักขีพยานต่อพวกเขา และแม้ว่าพวกเขาถูกให้กลับไปยังโลกดุนยา แน่นอนพวกเขาก็กลับกระทำอีกในสิ่งที่พวกเขาถูกห้ามไว้จากการปฏิเสธและการตั้งภาคี และแท้จริงพวกเขาคือผู้ที่กล่าวเท็จในการให้สัญญาของพวกเขาว่าจะศรัทธาหากว่าพวกเขาได้กลับไป
Enam 6:29
และบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเหล่านั้นได้กล่าวว่า : ไม่มีชีวิตไหนแล้ว นอกจากการดำรงชีวิตของเราในโลกนี้ และพวกเราก็ไม่ใช่ผู้ที่ถูกให้ฟื้นคืนชีพมาอีกเพื่อการสอบสวน
Enam 6:30
และหากว่าเจ้า โอ้เราะซูล จะได้เห็น ขณะที่บรรดาผู้ปฏิเสธต่อการฟื้นคืนชีพถูกให้ยืนอยู่ในระหว่างพระหัตทั้งสอง แน่นอนเจ้าจะได้เห็นอย่างแปลกใจถึงสภาพของพวกอันเลวร้าย ครั้นเมื่อตอนที่อัลลอฮฺได้ทรงตรัสแก่พวกเขาว่า : นี่มิใช่การพื้นคืนชีพใหม่ดอกหรือ ที่พวกเจ้านั้นเคยปฏิเสธมันอย่างมั่นใจเที่ยงแท้แน่นอน โดยที่ไม่มีข้อโต้แย้งและข้อสงสัยใดๆเลยในนั้น?! พวกเขาตอบว่า : ใช่ขอรับ พวกเราขอสาบานด้วยพระเจ้าของพวกเราผู้ที่ได้สร้างเรามา แท้จริงมันนั้นเที่ยงแท้แน่นอนไม่มีข้อสงสัยใดๆ เลยในนั้น ดังนั้นอัลลอฮฺก็ทรงตรัสแก่พวกในขณะนั้นว่า : พวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษกันเถิด เนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเจ้าต่อวันนี้ ซึ่งที่พวกเจ้านั้นได้เคยปฏิเสธมันในโลกดุนยา
Enam 6:31
แน่นอนได้ขาดทุนไปแล้วบรรดาผู้ที่ปฏิเสธต่อการฟื้นคืนชีพซึ่งวันกิยามะฮฺ และการที่ต้องการออกห่างจากการยืนอยู่ในระหว่างพระหัตทั้งสองของพระองค์ จนกระทั่งเมื่อวันกิยามะฮฺได้มายังพวกเขาโดยกะทันหันที่ไม่มีใครรู้มาก่อนหน้านี้ พวกเขาก็ได้กล่าวอย่างเศร้าโศกว่า : โอ้ความเศร้าโศกและความผิดหวังของเรา ในสิ่งที่เราได้ทำให้บกพร่องในทางด้านของอัลลอฮฺซึ่งการปฏิเสธศรัทธาต่อมัน (การฟื้นคืนชีพ) และไม่ได้เตรียมความพร้อมต่อวันกิยามะฮฺ และพวกเขาก็ต้องแบกบรรดาบาปของพวกเขาไว้บนหลังของพวกเขาด้วย แน่นอนมันช่างทุเรศเหลือเกิน สิ่งที่พวกเขานั้นกำลังแบกอยู่จากบรรดาบาปนั้น
Enam 6:32
และแน่นอนชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้ที่พวกเจ้านั้นกำลังโน้มเอียงเขาหามันนั้น มิใช่อะไรอื่น นอกจากการเล่น และการเพลิดเพลินเท่านั้น สำหรับผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติสิ่งใดเลยในนั้นซึ่งที่อัลลอฮฺทรงพอพระทัย และส่วนบ้านแห่งอาคีเราะฮฺนั้นดียิ่งกว่า สำหรับบรรดาผู้ที่ยำเกรงต่ออัลลอฮฺที่ปฏิบัติต่อสิ่งที่พระองค์ได้สั่งใช้มันจากการศรัทธาและการเชื่อฟัง และละทิ้งสิ่งที่พระองค์นั้นได้ห้ามมันจากการตั้งภาคีและการฝ่าฝืน พวกเจ้าไม่ใช้ปัญญาดอกหรือ โอ้บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีทั้งหลาย?! ดังนั้นพวกเจ้าจงศรัทธาและปฏิบัติความดีทั้งหลายเถิด
Enam 6:33
โอ้เราะซูล พวกเรารู้ดีว่า การปฏิเสธของพวกเขาที่มีต่อเจ้าเป็นที่ประจักษ์นั้นทำให้เจ้าเสียใจ ดังนั้นก็พึงทราบเถิด แท้จริงในตัวของพวกเขานั้นหาได้ปฏิเสธเจ้าไม่ เพราะว่าพวกเขานั้นรู้ถึงความสัจจะและความไว้วางใจของเจ้า แต่ทว่าบรรดาผู้อธรรมนั้น พวกเขาปฏิเสธหน้าที่ของเจ้าอย่างเป็นที่ประจักษ์ต่างหาก ทั้งที่พวกเขานั้นมั่นใจในตัวพวกเขาเองเกี่ยวกับมัน
Enam 6:34
และเจ้าอย่าได้นับว่าการปฏิเสธอันนี้นั้นได้เจาะจงต่อสิ่งที่เจ้าได้นำมันมาเท่านั้น และแน่นอนบรรดาเราะซูลก่อนเจ้านั้นได้ถูกปฏิเสธ และหมู่ชนของพวกเขาเองก็ได้ทำร้ายพวกเขา แล้วพวกเขาก็ได้เผชิญต่อสิ่งนั้นด้วยกับการอดทนบนการเผยแพร่และการสละชีพไปในหนทางของอัลลอฮฺ จนกระทั่งชัยชนะจากอัลลอฮฺได้มายังพวกเขา และไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อัลลอฮฺนั้นได้กำหนดมันมาได้ซึ่งชัยชนะ และพระองค์ก็ได้สัญญาด้วยกับมันต่อบรรดาเราะซูลของพระองค์ และแท้จริงนั้นได้มายังเจ้าแล้ว โอ้เราะซูล จากข่าวคราวของบรรดาผู้ที่ถูกส่งมาก่อนหน้าเจ้า และสิ่งที่พวกเขานั้นได้ประสบมันจากหมู่ชนของพวกเขา และสิ่งที่อัลลอฮฺนั้นได้ทรงมอบให้แก่พวกเขา จากชัยชนะบนศัตรูของพวกเขา ด้วยการทำลายพวกเขานั่นเอง
Enam 6:35
และหากว่ามันได้สร้างความลำบากให้แก่เจ้า โอ้เราะซูล สิ่งที่เจ้านั้นต้องเผชิญกับมันจากการปฏิเสธและการผินหลังให้ของพวกเขาไปจากสิ่งที่เจ้านั้นได้นำมันยังพวกเขาจากความจริง หากเจ้าสามารถที่จะแสวงหาช่องใด ๆ ลงในแผ่นดิน หรือบันไดไปสู่ฟากฟ้า ดังนั้นเจ้าก็จงนำมายังพวกเขาซึ่งข้อพิสูจน์และหลักฐานอื่นนอกเหนือสิ่งที่เราเคยได้สนับสนุนมันแก่เจ้า แล้วเจ้าก็จงทำ และหากว่าอัลลอฮฺ ทรงประสงค์รวบรวมพวกเขาให้อยู่บนทางนำที่เจ้าได้นำมันมานั้น แน่นอนพวกเขาก็จะรวบรวม แต่พระองค์นั้นไม่ได้ประสงค์สิ่งนั้น ก็เพื่อเป็นข้อซ่อนเร้น ดังนั้นเจ้าก็จงอย่าได้เป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้โง่งมงายต่อสิ่งนั้น ฉนั้นแล้วเจ้าก็จะพาตัวของเจ้าไปสู่ความเศร้าโศกต่อการที่พวกเขานั้นไม่ศรัทธา
Enam 6:36
แท้จริง ผู้ที่จะตอบรับสิ่งที่เจ้าได้นำมันมานั้น คือ บรรดาผู้ที่รับฟังคำพูดและเข้าใจมันเท่านั้น และบรรดาผู้ปฏิเสธที่ตายนั้นไม่มีกิจธุระแก่พวกเขาเลย แท้จริงแล้วหัวใจของพวกเขานั้นได้ตายด้านไปแล้ว และผู้ตาย อัลลอฮฺก็จะทรงให้พวกเขาฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮฺ แล้วพวกเขาก็จะต้องกลับไปยังพระองค์เพียงผู้เดียว เพื่อที่พระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาบนสิ่งที่พวกเขานั้นได้ทำมาก่อนหน้านี้
Enam 6:37
และพวกตั้งภาคีที่พิถีพิถันพลัดวันประกันพรุ่งต่อการศรัทธาได้กล่าวว่า :ไฉนเล่าจึงไม่มีสัญญาณที่น่าอัศจรรย์ใดเลยที่ถูกประทานลงมาให้แก่มุฮัมมัด เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันจากพระเจ้าของเขาบนความสัจจะของเขา ในสิ่งที่เขาได้นำมันมา? จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงสามารถที่จะให้สัญญาณหนึ่งลงมาตามที่พวกเขาต้องการได้ แต่ทว่าส่วนมากในหมู่พวกตั้งภาคีที่ขอต่อการประทานซึ่งสัญญาณเหล่านั้นไม่รู้ว่าการทำให้สัญญาณต่างๆนั้นลงมา มันจะต้องเป็นไปตามข้อซ่อนเร้นของพระองค์ผู้ที่สูงส่ง ไม่ใช่ต้องตรงต่อสิ่งที่พวกเขาต้องการมัน ดังนั้นหากมันได้ทำให้ถูกลงมาแล้ว จากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ศรัทธา แน่นอนพระองค์ก็จะทรงพินาศต่อพวกเขา
Enam 6:38
และไม่มีสัตว์ใด ๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่บนแผ่นดิน และไม่มีสัตว์ปีกใด ๆ ที่บินอยู่บนท้องฟ้า เว้นแต่เป็นเพียงประชาชาติเยี่ยงพวกเจ้านั่นเอง โอ้ลูกหลานอาดัมเอ๋ย ในทางด้านการสร้างและปัจจัยยังชีพ เรามิได้ละทิ้งสิ่งใดเลยในปผ่นจารึกที่ถูกรักษาไว้ เว้นเสียแต่เรานั้นได้ทำให้มั่นคง และทั้งมวลนั้นอยู่ ณ ที่อัลลอฮฺ หลังจากนั้นพวกเขาก็จะต้องกลับไปยังพระเจ้าของพวกเขาเพียงผู้เดียวในวันกิยามะฮฺ พวกเขาจะรวมตัวกันเพื่อแยกการสอบสวน แล้วพระองค์ก็จะทรงตอบแทนพวกเขาทุกอย่างด้วยสิ่งที่พวกเขานั้นสมควรจะได้รับมัน
Enam 6:39
และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรานั้น เปรียบเสมือนคนหูหนวกที่ไม่ได้ยิน และเป็นใบ้ที่พูดไม่ได้ และพร้อมกันนั้นพวกเขาจะอยู่ในบรรดาความมืดโดยที่พวกเขานั้นมองไม่เห็น ดังนั้นสำหรับผู้ที่ตกอยู่ในสภาพนี้เขาจะได้รับทางนำได้อย่างไร?! ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ที่จะทำให้เขาหลง ซึ่งจากหมู่มนุษย์ พระองค์ก็จะทรงให้เขาหลงทางไป และผู้ใดที่พระองค์ทรงประสงค์มอบทางนำให้แก่เขา ด้วยการทำให้เขาอยู่บนหนทางอันเที่ยงตรงที่ไม่ได้คดงอ
Enam 6:40
จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเหล่านั้นว่า : พวกท่านบอกฉันหน่อยสิ หากการลงโทษของอัลลอฮฺได้มายังพวกท่าน หรือวันกิยามะฮฺได้มายังพวกท่าน ที่พวกท่านได้ถูกสัญญาถึงการมาของมันนั้น ใช่หรือไม่ในเวลานั้น พวกท่านจะขอสิ่งใดอื่นนอกจากอัลลอฮฺ เพื่อให้มันช่วยปลดเปลื้องสิ่งที่ลงมายังพวกท่านจากภัยพิบัติและความทุกข์ หากพวกท่านเป็นผู้ที่พูดจริงในการอ้างว่าสิ่งที่ถูกสักการะของพวกท่านนั้นสามารถนำประโยชน์มาได้ หรือช่วยปกป้องจากภัยอันตรายได้
Enam 6:41
ความจริงนั้น พวกท่านนั้นมิต้องไปวิงวอนขอต่อสิ่งอื่นที่มันนอกเหนือจากอัลลอฮ์ที่สร้างพวกท่านมาหรอก เพราะพระองค์คือทรงทำให้ภัยพิบัติหันเหออกไปจากพวกท่าน และก็ทรงยกสิ่งชั่วร้ายออกไปจากพวกท่าน ดังนั้นพระองค์คือผู้พิทักษ์และมีความสามารถเหนือมัน ส่วนสิ่งที่พวกท่านบูชาที่พวกท่านทำเป็นภาคีพร้อมกับอัลลอฮ์นั้น ก็ทิ้งมันไปเถอะ เพราะพวกท่านก็รู้ว่ามันไม่ได้ให้ประโยชน์และก็ให้โทษเลย
Enam 6:42
และแท้จริงเราได้ส่งไปยังประชาชาติก่อนหน้าเจ้า โอ้เราะซูล บรรดาศาสนทูตแล้วพวกเขาก็ปฏิเสธต่อบรรดาศาสนทูต และพวกเขาก็ได้หันหลังไปจากสิ่งที่บรรดาศาสนทูตนำพามันมา แล้วเราก็ได้ลงโทษพวกเขาด้วยความแร้นแค้น เช่น ความยากจน และสิ่งที่ทำให้โทษต่อร่างกายของพวกเขา เช่น การเจ็บป่วย เพื่อว่าพวกเขาจะได้นอบน้อมต่อพระเจ้าของพวกเขา และถ่อมตนต่อพระองค์
Enam 6:43
และหากว่าพวกเขานั้นได้ถ่อมตนต่ออัลลอฮฺ ขณะที่ภัยพิบัติของเราได้มายังพวกเขา และได้นอบน้อมต่อพระองค์ แน่นอนพระองค์ก็จะทรงปลดเปลื้องภัยพิบัติออกไปจากพวกเขา เพราะเรานั้นได้เมตตาต่อพวกเขา แต่พวกเขานั้นก็ไม่ได้กระทำมัน แต่ทว่าหัวใจของพวกเขานั้นแข็งกระด้าง ดังนั้นพวกเขาก็จะไม่พิจารณาและคะยั้นคะยอเตือน และชัยฏอนก็ได้ให้เป็นที่สวยงามแก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำกัน จากการปฏิเสธศรัทธาและการฝ่าฝืน ดังนั้นพวกเจ้าก็จงทำต่อไปเถิด บนสิ่งที่พวกเจ้านั้นได้คุ้นเคยอยู่กับมัน
Enam 6:44
ครั้นเมื่อพวกเขาได้ละทิ้งสิ่งที่พวกเขาเคยถูกตักเตือนด้วยกับมัน จากความยากจนอันแร้นแค้นและการเจ็บไข้ได้ป่วย และพวกเขาก็ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺ เราก็ได้ตรึงพวกเขาไว้ และทำให้พวกเขาร่ำรวยภายหลังจากความยากจน และเราได้ทำให้ร่างกายของพวกเขามีสุขภาพที่แข็งแรงหลังจากการเจ็บไข้ได้ป่วย จนกระทั่งเมื่อพวกเขานั้นได้ประสบกับความระเริง และความน่าชื่นชมนั้นที่ได้ปกคลุมอยู่บนพวกเขาด้วยสิ่งที่พวกเขาได้รับมัน การลงโทษของเราก็ได้มายังพวกเขาโดยกระทันหัน แล้วทันใดนั้นพวกเขาก็งงงวยหมดหวังจากสิ่งที่พวกเขานั้นกำลังหวังมัน
Enam 6:45
แล้วได้ถูกตัดขาด คนสุดท้ายของกลุ่มชนผู้ปฏิเสธศรัทธา โดยการถอนรากถอนโคนพวกเขาทั้งหมดด้วยการทำลายล้าง และชัยชนะนั้นเป็นของบรรดาเราะซูลของอัลลอฮฺ การขอบคุณและการสรรเสริญทั้งหลายนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮฺแต่เพียงผู้เดียว ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก ซึ่งเหนือการทำลายล้างของพระองค์ต่อบรรดาปรปักษ์ของพระองค์ และชัยชนะของพระองค์ต่อบรรดาที่รักของพระองค์
Enam 6:46
จงกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีหล่านั้นเถิด โอ้เราะซูล ว่า : พวกท่านบอกฉันมาสิว่า หากอัลลอฮฺทรงทำให้พวกท่านนั้นหูหนวก ด้วยการยึดปิดบรรดาหูของพวกเจ้า และทรงทำให้พวกท่านนั้นตาบอดด้วยการเอาบรรดาดวงตาของพวกท่านไป และได้ทรงประทับตราบนหัวใจของพวกท่าน แล้วพวกท่านก็จะไม่เข้าใจในสิ่งใดเลยแล้ว ใครเล่าคือผู้ซึ่งได้รับการเคารพสักการะที่เที่ยงแท้ ที่จะมายังพวกท่าน ด้วยสิ่งที่พวกท่านนั้นได้สูญเสียมันไปจากสิ่งนั้น? จงดูเถิด โอ้เราะซูล ว่าอย่างไรเล่าที่เราแจกแจงแก่พวกเขาถึงข้อพิสูจน์ทั้งหลาย และให้มีหลักฐานที่หลากหลาย แล้วพวกเขาก็ยังหันเหไปจากมัน
Enam 6:47
จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้เราะซูล ว่า : พวกท่านบอกฉันมาสิว่า หากการลงโทษของอัลลอฮฺนั้นได้มาหาพวกท่านอย่างกระทันหันโดยที่ไม่ใครเลยจากพวกท่านที่รู้สึกถึงมัน หรือได้มายังพวกท่านโดยเปิดเผยอย่างชัดเจน แล้วแท้จริงมันจะไม่ถูกเอาไปด้วยกับการลงโทษอันนั้น เว้นเสียแต่บรรดาผู้อธรรมเท่านั้น เนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขาต่ออัลลอฮฺและการปฏิเสธต่อบรรดาเราะซูลของพระองค์
Enam 6:48
และเราจะไม่ส่งคนใดคนหนึ่งที่มาจากบรรดาเราะซูลของเราเลย เว้นเสียจากเพื่อแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาและเชื่อฟังเท่านั้น ด้วยสิ่งที่มันจะทำให้พวกเขานั้นดีอกดีใจซึ่งที่มาจากความโปรดปรานที่มันจะไม่มีวันหมดและหยุดขาดหายไป และเพื่อเป็นการข่มขู่ต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและฝ่าฝืนถึงการลงโทษของเราอันเจ็บแสบ ดังนั้นผู้ใดที่ศรัทธาต่อบรรดาเราะซูล และได้ปรับปรุงแก้ไขการงานของเขาแล้ว ก็ไม่มีความกลัวใด ๆ สำหรับพวกเขาเลยในสิ่งที่พวกเขานั้นจะต้องเผชิญกับมันในช่วงบั้นปลายของพวกเขา และทั้งนั้นพวกเขาก็จะไม่เศร้าโศกและก็เสียใจต่อสิ่งที่มันได้ผ่านพ้นไปจากพวกเขา จากบรรดาโชคลาภทางด้านโลกดุนยา
Enam 6:49
และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธต่อบรรดาโองการของเรานั้น การลงโทษจะประสบแก่พวกเขา เนื่องจากการออกไปของพวกเขาจากการเชื่อฟังต่ออัลลอฮฺ
Enam 6:50
โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเหล่านั้นเถิดว่า : ฉันจะไม่กล่าวแก่พวกท่านว่า : ฉันมีคลังสมบัติของอัลลอฮฺ ซึ่งปัจจัยยังชีพ แล้วฉันก็จะใช้จ่ายมันตามสิ่งที่ฉันต้องการ และฉันก็จะไม่กล่าวแก่พวกท่านว่า : แท้จริงฉันนั้นรู้ถึงสิ่งเร้นลับ เว้นแต่สิ่งที่อัลลอฮฺนั้นทรงได้เปิดเผยมันให้แก่ฉัน จากการวะฮฺยู และฉันก็จะไม่กล่าวแก่พวกท่านว่า : ฉันคือผู้หนึ่งที่มาจากบรรดามลาอิกะฮฺ จริงแล้วฉันนั้นคือเราะซูลที่มาจากอัลลอฮฺ ฉันจะไม่ปฏิบัติตาม นอกจากสิ่งที่ถูกให้เป็นโองการแก่ฉันเท่านั้น และฉันก็จะไม่แอบอ้างต่อสิ่งที่มันไม่ใช่ของของฉัน โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด ผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ดวงตาของเขามืดบอดจากความจริง กับผู้ศรัทธาที่มองเห็นความจริงและศรัทธาต่อมันนั้น จะเท่าเทียมกันหรือ? โอ้บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเอ๋ย พวกท่านจะไม่ใคร่ครวญด้วยสติปัญญาของพวกท่าน ถึงสิ่งที่อยู่รอบตัวของพวกท่านจากบรรดาโองการต่างๆ ดอกหรือ
Enam 6:51
และโอ้เราะซูลเอ๋ย เจ้าจงข่มขู่ด้วยอัลกุรอ่านอันนี้ ที่บรรดาผู้เกรงกลัวว่าพวกเขาจะถูกนำไปชุมนุมยังพระเจ้าของพวกเขาในวันกิยามะฮฺ โดยที่พวกเขานั้นไม่มีผู้ปกครองอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺที่ทำให้พวกเขาได้รับประโยชน์ และไม่มีผู้ช่วยเหลือคนใดที่จะปลดเปลื้องความทุกข์ไปจากพวกเขาได้ หวังว่าพวกเขาจะยำเกรงต่ออัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ต่าง ๆ ของพระองค์และออกห่างจากคำสั่งห้ามต่าง ๆ ของพระองค์ แล้วพวกเขาเหล่านั้นคือบรรดาผู้ที่ได้รับประโยชน์จากอัลกุรอ่าน
Enam 6:52
โอ้เราะซูล เจ้าจงอย่าทำให้ห่างเหินไปจากวงนั่งของเจ้า ซึ่งบรรดามุสลิมีนที่ขัดสน ที่พวกเขานั้นได้อยู่ในการทำอิบาดะฮฺอย่างตลอดต่ออัลลอฮฺ ทั้งในเวลาเช้าและเย็น ซึ่งเป็นบรรดาผู้ที่บริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ในการทำอิบาดะฮฺ และอย่าห่างเหินไปจากพวกเขาเพื่อที่เจ้านั้นจะได้เข้าใกล้ชิดกับบรรดาหัวหอกของพวกที่ตั้งภาคี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแก่เจ้าแต่อย่างใดเลย ต่อการชำระบัญชีบรรดาคนจนเหล่านั้น แต่ทว่าการชำระบัญชีของพวกเขานั้นอยู่ ณ ที่พระเจ้าของพวกเขา และก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแก่พวกเขาแต่อย่างใด ต่อการชำระบัญชีของเจ้า แท้จริงเจ้านั้น หากเจ้าได้ทำให้พวกเขาห่างเหินไปจากวงนั่งของเจ้า (ถ้าเจ้าทำเช่นนั้นแล้ว) เจ้าก็จะกลายเป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้ก้าวข้ามเกินขอบเขตของอัลลอฮฺ
Enam 6:53
และในทำนองนั้นเราได้ทดสอบบางคนของพวกเขาด้วยอีกบางคน แล้วเราก็ได้ทำให้พวกเขานั้นเป็นผู้ที่ผาดพลั้งในบรรดาโชคลาภแห่งโลกดุนยาของพวกเขา เราได้ทดสอบพวกเขาด้วยสิ่งนั้น ก็เพื่อพวกปฏิเสธศรัทธาจะได้กล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่ยากจนและขัดสนว่า : บรรดาคนจนเหล่านี้กระนั้นหรือที่อัลลอฮฺทรงกรุณาแก่พวกเขาด้วยการให้ทางนำ ในระหว่างพวกเรา?! หากว่าการศรัทธานั้นเป็นสิ่งที่ดี พวกเขานั้นไม่อาจนำหน้าพวกเราไปได้หรอก ดังนั้นพวกเราคือผู้ที่มาก่อน อัลลอฮฺนั้นมิใช่เป็นผู้ทรงรู้ยิ่งดอกหรือ?! ต่อบรรดาผู้ที่กตัญญูในความโปรดปรานของพระองค์ แล้วพระองค์ก็ทรงให้พวกเขาบรรลุผลสำเร็จต่อการศรัทธา และพระองค์ก็ทรงรู้ยิ่งต่อบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธามัน ดังนั้นพระองค์ก็ทรงปล่อยพวกเขา แล้วพวกเขานั้นก็ไม่ศรัทธา แน่นอนแท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงรู้ยิ่งต่อพวกเขา
Enam 6:54
และเมื่อบรรดาผู้ศรัทธาต่อบรรดาโองการของเราได้มาหาเจ้า โอ้เราะซูล ซึ่งบนความจริงในสิ่งที่เจ้าได้นำมา ก็จงกล่าวขอความศานติแด่พวกเขาเถิด เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่พวกเขา และจงแจ้งข่าวดีแก่พวกเขาถึงความเมตตาของอัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺได้กำหนดการเอ็นดูเมตตาไว้บนตัวของพระองค์ ถือเป็นการกำหนดอันประเสริฐ แล้วผู้ใดในหมู่พวกเจ้ากระทำความชั่วโดยที่ไม่รู้ แล้วเขาก็ได้สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว และปรับปรุงแก้ไขการงานของเขาหลังจากที่เขานั้นได้ทำมันลงไป แท้จริงอัลลอฮฺก็จะทรงยกโทษให้แก่เขาในสิ่งที่เขาได้ทำมา ดังนั้น อัลลอฮฺคือผู้ทรงอภัยโทษยิ่งแด่ผู้ที่ได้สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัวจากป่วงบ่าวของพระองค์ คือผู้ทรงเอ็นดูเมตตาต่อพวกเขา
Enam 6:55
และดังที่เราได้แจกแจงต่อเจ้าถึงสิ่งที่ได้กล่าวไปแล้ว เรานั้นได้แจกแจงหลักฐานและข้อพิสูจน์ต่าง ๆ ของเราแก่คนอธรรม และเป็นชี้แจงถึงแนวทางของผู้กระทำผิดและวิถีทางของพวกเขา เพื่อหลีกเลี่ยงไปจากมันและระวังมัน
Enam 6:56
จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล ว่า : แท้จริงอัลลอฮฺนั้นได้ห้ามฉันจากการเคารพสักการะ ที่พวกท่านนั้นกำลังเคารพสักการะกันอยู่ อื่นจากอัลลอฮฺ จงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล ว่า : ฉันจะไม่ปฏิบัติตามความใคร่ใฝ่ต่ำของพวกเจ้า ในการเคารพสักการะที่นอกเหนือจากอัลลอฮฺ ถ้าเช่นนั้น หากฉันได้ปฏิบัติตามความใคร่ใฝ่ต่ำของพวกเจ้าในสิ่งนั้น แน่นอนฉันก็ต้องเป็นผู้ที่หลงผิดไปจากหนทางที่เที่ยงแท้ ฉันก็จะไม่ได้รับทางนำที่จะไปยังมัน และนี่คือสภาพของคนทุก ๆ คนที่ปฏิบัติตามความใคร่ใฝ่ต่ำโดยปราศจากหลักฐานที่มาจากอัลลอฮฺ
Enam 6:57
โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเหล่านั้นเถิดว่า : แท้จริงฉันอยู่บนหลักฐานอันชัดเจนจากพระเจ้าของฉัน มิใช่อยู่บนอารมณ์ใฝ่ต่ำ และพวกเจ้านั้นได้ปฏิเสธต่อหลักฐานนั้น ที่ฉันนั้นไม่มีสิ่งที่พวกเจ้าเร่งรีบให้มันเกิดมากันดอก จากการลงโทษและโองการต่าง ๆ อันมหัศจรรย์ที่พวกท่านนั้นได้ร้องขอมัน แต่สิ่งนั้นมันเกิดมาด้วยพระหัตถ์ของอัลลอฮฺ แท้จริงการชี้ขาดนั้นมิใช่สิทธิของใครอื่น –ทั้งหมดที่พวกท่านได้ขอมา- นอกจากเป็นสิทธิของอัลลอฮฺเท่านั้น โดยที่พระองค์จะทรงแจ้งความจริง และชี้ขาดต่อมัน และพระองค์คือผู้ที่แจกแจงและแยกแยะผู้ถูกออกจากผู้เท็จที่ดีที่สุด
Enam 6:58
โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า หากที่ฉันมีหรือในกำมือของฉันมีสิ่ง (อำนาจ) ที่พวกเจ้าเร่งรีบต่อมัน จากการลงโทษ แน่นอนฉันได้ส่งมันลงมาให้แก่พวกท่าน และขณะนั้นเองกิจการทั้งหลายก็ถูกชี้ขาดระหว่างฉันกับพวกท่านอย่างแน่นอน และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรู้ยิ่งต่อผู้อธรรมทั้งหลาย นานแค่ไหนแล้วที่พระองค์ได้เลื่อนเวลาให้พวกเขา และเมื่อไหร่กันที่พระองค์นั้นจะทรงลงโทษพวกเขา
Enam 6:59
และ ณ ที่อัลลอฮ์องค์เดียวเท่านั้นมีคลังแห่งความเร้นลับ โดยที่ไม่มีใครรู้ถึงมันได้ นอกจากพระองค์เท่านั้น และพระองค์ทรงรู้ทุก ๆ สิ่งที่อยู่บนบก ซึ่งจากสัตว์ พืช และสิ่งที่ไม่มีชีวิต และพระองค์ก็ทรงรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในท้องทะเล ซึ่งจากสัตว์และพืช และสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากใบไม้ ไม่ว่าที่แห่งหนใด และจะไม่มีเมล็ดพืชใดที่ซ่อนอยู่ในดิน และจะไม่มีความเปียกชื้นใด และความแห้งใด นอกจากมันจะมั่นคงอยู่ในบันทึกอันชัดแจ้ง ซึ่งมันคือ กระดานบันทึกที่ถูกปกปักษ์รักษาไว้
Enam 6:60
และพระองค์คือผู้ที่ทรงจับขังบรรดาวิญญาณของพวกเจ้า (ให้พวกเจ้าตาย) ขณะที่หลับนอน ซึ่งมันคือการจับขังอันชั่วคราว และทรงรู้สิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำขึ้น จากการงานทั้งหลายในเวลากลางวัน ซึ่งช่วงเวลากิจกรรมของพวกเจ้า แล้วก็ทรงให้พวกเจ้าฟื้นคืนชีพในเวลากลางวัน ภายหลังจากการจับขังบรรดาวิญญาณของพวกเจ้า เพื่อที่พวกเจ้าจะได้ประกอบการงานของพวกเจ้า จนกระทั่งเวลาแห่งอายุของพวกเจ้าที่ถูกกำหนดไว้ ณ ที่อัลลอฮฺนั้นจะสิ้นสุดไป แล้วยังพระองค์ผู้เดียวเท่านั้นคือการกลับไปของพวกเจ้า ซึ่งการฟื้นคืนชีพในวันกิยามะฮฺ แล้วพระองค์จะทรงบอกแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกันในการใช้ชีวิตของพวกเจ้า ณ โลกดุนยา และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนมันต่อพวกเจ้า
Enam 6:61
และพระองค์คือผู้ทรงชนะเหนือปวงบ่าวของพระองค์ ซึ่งที่ความต่ำต้อยนั้นมีแด่พวกเขา พระผู้ทรงอยู่สูงเหนือพวกเขาในทุก ๆ ด้าน ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างนั้นได้นอบน้อมต่อพระองค์ อยู่เหนือปวงบ่าวของพระองค์อย่างเหมาะสมต่อเกียรติของพระองค์ ผู้ที่ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง โอ้มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงได้ส่งบรรดามลาอิกะฮฺผู้ที่มีเกียรติมายังพวกเจ้า เพื่อคำนวณนับการงานของของพวกเจ้า จนกระทั่งเมื่ออายุไขของคนใดคนหนึ่งในหมู่ของพวกเจ้าสิ้นสุดลง ด้วยการจับขังวิญญาณเขา โดยทูตแห่งความตายและวงศ์วานของเขา และพวกเขาก็จะไม่ทำให้บกพร่องในสิ่งที่พวกเขานั้นถูกสั่งใช้ให้กระทำมัน
Enam 6:62
แล้วทั้งหมดนั้น บรรดาผู้ที่วิญญาณของพวกเขาถูกจับขัง ก็จะถูกนำกลับไปยังอัลลอฮฺ ผู้เป็นเจ้าอันแท้จริงของพวกเรา เพื่อที่พระองค์นั้นจะตอบแทนพวกเขาต่อการกระทำต่าง ๆ ของพวกเขา สำหรับพระองค์นั้นทรงมีการตุลาการที่มีประสิทธิภาพและยุติธรรมต่อพวกเขา และพระองค์เป็นผู้ที่รวดเร็วยิ่งในการชำระพวกเขาและคิดบัญชีการงานของพวกเขา
Enam 6:63
โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่บรรดาผู้ที่ตั้งภาคีเหล่านั้นเถิดว่า : ใครเล่า จะช่วยปกป้องพวกเจ้าและช่วยพวกเจ้าให้รอดพ้นจากความหายนะอันนี้ ที่พวกเจ้านั้นกำลังเผชิญกับมันในบรรดาความมืดของทางบกและทางทะเล? โดยที่พวกเจ้าวิงวอนขอต่อเขาด้วยความนอบน้อมถ่อมตนทั้งในที่ลับและเปิดเผยว่า : ถ้าหากพระองค์ทรงช่วยเราให้รอดพ้นจากความหายนะนี้แล้ว แน่นอนพวกเราก็จะเป็นผู้ที่กตัญญูรู้คุณในความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อเรา โดยที่เรานั้นจะไม่เคารพสักการะสิ่งใดอื่นนอกจากพระองค์
Enam 6:64
โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า : อัลลอฮฺคือผู้ที่คอยปกป้องพวกท่านจากมันและจะทำให้เจ้านั้นรอดพ้นจากมัน และจากความทุกข์ยากทุกอย่างด้วย แต่แล้วพวกท่านก็ตั้งภาคีอื่นอีกกับพระองค์ในช่วงที่สุขสบาย แล้วความอยุติธรรมใดเล่า ที่อยู่เหนือสิ่งที่พวกท่านนั้นกำลังทำมันอยู่?!
Enam 6:65
โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า อัลลอฮฺคือผู้ทรงสามารถที่จะส่งการลงโทษมายังพวกเจ้า โดยที่มันจะมายังพวกเจ้าจากทางเบื้องบนของพวกเจ้า เช่น หิน ฟ้าแลบและน้ำท่วม หรือจากทางด้านใต้ของพวกเจ้า เช่น แผ่นดินไหว แผ่นดินแยกแตกออกจากกัน หรือทำให้พวกเจ้าเกิดความเห็นต่างกัน แล้วทุกคนจากหมู่ของพวกเจ้าก็จะปฏิบัติตามอารมณ์ของเขา และบางส่วนของพวกเจ้าก็จะรุกรานอีกบางส่วน โอ้เราะซูล จงดูเถิดว่า เรากำลังแจกแจงบรรดาข้อพิสูจน์และหลักฐานต่างๆ ให้แก่พวกเขาอย่างไร และเราก็ได้อธิบายมันเพื่อว่าพวกเขาจะได้เข้าใจถึงสิ่งที่เจ้าได้นำมันมานั้น มันคือความจริง และถึงสิ่งที่อยู่ ณ พวกเขานั้น มันเป็นเท็จ
Enam 6:66
และกลุ่มชนของเจ้านั้นได้ปฏิเสธอัลกุรอ่านอันนี้ ทั้ง ๆ ที่อัลกุรอ่านนั้นเป็นสัจธรรมที่ไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ เลย ว่ามันมาจากอัลลอฮฺ โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า : ฉันมิใช่ผู้รับมอบหมายโดยการมาควบคุมพวกท่าน ฉันนั้นเป็นเพียงแค่ผู้ที่คอยตักเตือนพวกท่านเท่านั้นว่าในระหว่างสองฝามือของฉัน คือ การลงโทษอันเจ็บแสบ
Enam 6:67
สำหรับแต่ละข่าวคราวนั้น ย่อมมีเวลาการเกิดขึ้นและเวลาการสิ้นสุดของมัน และจากข่าวนั้น คือ ข่าวเกี่ยวกับการกลับไปยังพระเจ้าของพวกเจ้าและการรับรู้ถึงจุดจบของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็จะได้รู้ถึงสิ่งนั้นก็ต่อเมื่อพวกเจ้าฟื้นคืนชีพมาในวันกิยามะฮฺ
Enam 6:68
และเมื่อเจ้า โอ้เราะซูล เห็นบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในบรรดาโองการของเราโดยการประชดและเยาะเย้ย แล้วเจ้าก็จงออกห่างจากพวกเขาเสีย จนกว่าพวกเขาจะเข้าสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องอื่นที่ปราศจากการประชดและเยาะเย้ยต่อบรรดาโองการของเรา และเมื่อไหร่ที่ชัยฏอนได้ทำให้เจ้าลืมและเผลอนั่งกับพวกเขา หลังจากนั้นเจ้าก็นึกขึ้นได้ ก็จงลุกขึ้นออกไปจากวงนั่งของพวกเขา และเจ้าก็ได้อย่านั่งร่วมกับผู้รุกรานเหล่านั้นอีกต่อไป
Enam 6:69
และไม่มีผลกระทบอันใดเลย ต่อบรรดาผู้ที่ยำเกรงอัลลอฮฺด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์ จากการชำระบรรดาผู้อธรรม แต่ทว่าสำหรับพวกเขานั้น สมควรที่จะต้องห้ามปรามพวกเขาถึงสิ่งที่พวกเขานั้นกำลังกระทำมันจากสิ่งที่เป็นการปฏิเสธ หวังว่าพวกเขาจะได้ยำเกรงต่ออัลลอฮฺ แล้วพวกเขาก็จะปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์และก็จะออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์
Enam 6:70
เจ้าจงปล่อยบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีที่ยึดเอาศาสนาของพวกเขาเป็นของเล่นและเป็นสิ่งเพลิดเพลิน โดยที่พวกเขานั้นทำมันให้เป็นสิ่งที่ตลกขบขันและเยาะเย้ยต่อมัน และชีวิตความเป็นอยู่แห่งโลกนี้ได้หลอกลวงพวกเขาจากความสุขอันชั่วครู่ และเจ้า โอ้เราะสูล จงเตือนมนุษย์ด้วยอัลกุรอานเพื่อมิให้ชีวิตหนึ่งชีวิตใดถูกส่งไปยังความพินาศ ด้วยสาเหตุที่ชีวิตหนึ่งนั้นได้ขวนขวายมัน ซึ่งความชั่วทั้งหลาย สำหรับมันนั้นจะไม่มีมิตรใด ๆ อื่นจากอัลลอฮ์ ที่มันสามารถขอความช่วยเหลือได้ และไม่มีตัวกลางใดที่จะป้องกันมัน ซึ่งการลงโทษของพระเจ้าในวันกิยามะฮ์ และถ้าชีวิตนั้นได้ถูกไถ่ถอนจากการลงโทษของอัลลอฮ์ ด้วยสิ่งไถ่ถอนใด ๆ มันก็จะไม่ถูกรับจากชีวิตนั้น ชนเหล่านี้คือบรรดาผู้ที่ตัวของพวกเขานั้นได้ถูกส่งไปยังความพินาศ เนื่องจากสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้ ซึ่งสิ่งที่เป็นการฝ่าฝืน สำหรับพวกเขาในวันกิยามะฮ์จะได้รับเครื่องดื่มจากน้ำที่ร้อนจัด และจะได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ เนื่องจากการปฏิเสธศรัทธาของพวกเขา
Enam 6:71
โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกที่ตั้งภาคีเถิดว่า เราจะกราบไหว้สิ่งอื่นไปจากอัลลอฮฺ ซึ่งบรรดาเจว็ด ที่พวกมันมิได้มีคุณหรือโทษใด ๆ ที่จะมอบให้แก่เรา และเราจะถอยห่างจากการศรัทธา หลังจากที่อัลลอฮฺได้ทรงมอบมันให้แก่เราแล้วกระนั้นหรือ แล้วเรานั้นก็จะกลายเป็นดั่งเช่นผู้ที่พวกชัยฏอนได้ทำให้เขาหลง โดยปล่อยเขาให้อยู่ในสภาพที่งงงวยที่ไม่ได้รับทางนำ ทั้ง ๆ ที่เขามีเพื่อน ๆ ที่ยืนหยัดอยู่บนหนทางที่เที่ยงตรง คอยเรียกร้องเขาให้ไปสู่หนทางที่ถูกต้อง แต่เขาเองก็มิได้ขานรับต่อสิ่งที่เพื่อน ๆ เขาได้เรียกร้องเขาไปสู่มัน โอ้เราะซูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด ว่า แท้จริงทางนำของอัลลอฮฺเท่านั้นคือทางนำที่แท้จริง และพวกเราได้รับบัญชาให้เราสวามิภักดิ์แด่พระผู้มหาบริสุทธิ์และสูงส่ง โดยการยืนหยัดบนการให้เอกภาพต่อพระองค์ และกราบไหว้ต่อพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น พระองค์คือผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
Enam 6:72
และแท้จริงพวกเรานั้นได้รับบัญชา ให้ดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และยำเกรงต่อพระองค์ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้และคำสั่งห้ามของพระองค์ และพระองค์คือผู้เดียวที่จะรวบรวมปวงบ่าวทั้งหลายกลับไปชุมนุมยังพระองค์ในวันกิยามะฮฺ เพื่อที่พระองค์จะได้ตอบต่อแทนพวกเขา ซึ่งบนการงานทั้งหลายของพวกเขา
Enam 6:73
และพระองค์ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง คือ ผู้ที่ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินด้วยความจริง และวันที่พระองค์ทรงตรัสแก่สรรพสิ่ง ว่า : เจ้าจงเป็นขึ้น แล้วพวกมันก็จะเป็นขึ้นมา หรือขณะที่พระองค์ทรงตรัสขึ้นในวันกิยามะฮฺว่า : เจ้าจงยืนขึ้น แล้วมันก็จะยืนขึ้น พระดำรัสของพระองค์คือความจริงที่จะเกิดขึ้น ที่เป็นไปได้อย่างแน่นอน และอำนาจทั้งหลายนั้นก็เป็นของพระองค์ ในขณะที่อิสรอฟีลนั้นเป่าเข้าไปในแตรครั้งที่สอง พระผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับ และในสิ่งเปิดเผย และพระองค์คือผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้างและการบริหารของพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่ไม่มีสิ่งใดเลยจะสามารถซ่อนไปจากพระองค์ได้ ดังนั้นส่วนลึกภายในของทุก ๆ สิ่ง ณ ที่พระองค์นั้น เปรียบเสมือนส่วนภายนอกของมันที่แลเห็น
Enam 6:74
และโอ้เราะซูล จงรำลึกขณะที่อิบรอฮีม อลัยฮิสสลาม ได้กล่าวแก่บิดาของเขาผู้ที่ตั้งภาคี คืออาซัรว่า : โอ้บิดาของฉัน ท่านจะยึดถือเอาบรรดาเจว็ดเป็นพระเจ้า โดยที่ท่านนั้นจะเคารพสักการะมันนอกเหนือไปจากอัลลอฮฺกระนั้นหรือ?! แท้จริงฉันเห็นว่าท่านและกลุ่มชนของท่านนั้นที่กำลังเคารพสักการะบรรดาเจว็ดนั้นอยู่ในความหลงผิดอันชัดแจ้งและงงงวย หันเหออกไปจากหนทางที่เที่ยงแท้ ด้วยสาเหตุการเคารพสักการะของพวกท่านที่มิใช่ต่ออัลลอฮฺ ดังนั้นพระองค์คือผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้ และอื่น ๆ ที่มิใช่พระองค์นั้นมันถูกกราบไหว้โดยมดเท็จ
Enam 6:75
และในทำนองนั้นแหละ เราได้ให้เขา (อิบรอฮีม) เห็นถึงความหลงผิดของบิดาเขาและกลุ่มชนของเขา ซึ่งเราจะให้เขาเห็นถึงความเป็นเจ้าแห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินอันกว้างขวาง เพื่อที่เขาจะได้นำสิ่งนั้น (ความเป็นเจ้าอันกว้างขวาง) มาพิสูจน์ถึงความเป็นเอกะของอัลลอฮฺ และสิทธิของพระองค์ต่อการเคารพสักการะแต่เพียงผู้เดียว เพื่อที่เขาจะได้เป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้เชื่อมั่นว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่มีภาคีใด ๆ เลยสำหรับพระองค์ และพระองค์นั้นคือผู้ทรงมีความสามารถเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง
Enam 6:76
ครั้นเมื่อกลางคืนได้ปกคลุมเขา เขาได้เห็นดาวดวงหนึ่ง แล้วเขากล่าวว่า : นี้คือพระเจ้าของฉัน แต่เมื่อดาวดวงนั้นมันลับไป เขาก็กล่าวว่า : ฉันไม่ชอบบรรดาสิ่งที่ลับไป เพราะแท้จริงแล้วพระเจ้าที่เที่ยงแท้นั้นจะต้องยืนยงไม่ไปไหน
Enam 6:77
ครั้นเมื่อเขาเห็นดวงจันทร์กำลังขึ้น เขาก็กล่าวว่า : นี้คือพระเจ้าของฉัน แต่เมื่อมันลับไป เขาก็กล่าวว่า : ถ้าพระเจ้าของฉันมิได้ทรงแนะนำฉันให้รู้ถึงความเป็นเอกะของพระองค์และการเคารพสักการะต่อพระองค์แด่เพียงผู้เดียวแล้วนั้น แน่นอนฉันก็จะกลายเป็นคนหนึ่งในกลุ่มชนที่ห่างไกลไปจากศาสนาของพระองค์ที่เที่ยงแท้
Enam 6:78
ครั้นเมื่อเขาเห็นดวงอาทิตย์กำลังขึ้น เขาก็กล่าวว่า : นี้แหละคือพระเจ้าของฉัน สิ่งที่ขึ้นมานี้ใหญ่กว่าดวงดาวและดวงจันทร์ แต่เมื่อมันได้ลับไป เขาก็กล่าวว่า : โอ้กลุ่มชนของฉัน! แท้จริงฉันขอปลีกตัวออกจากสิ่งที่พวกท่านได้ตั้งภาคีขึ้นมาพร้อมกับอัลลอฮฺ
Enam 6:79
แท้จริงข้าพระองค์ได้ทำให้ศาสนาของข้าพระองค์นั้นบริสุทธิ์แด่ผู้ที่ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินโดยที่ไม่เหมือนสิ่งใดมาก่อนหน้านี้ เอนเอียงออกไปจากการตั้งภาคีไปสู่การให้เอกภาพอันบริสุทธิ์ และข้าพระองค์มิใช่คนหนึ่งในหมู่ผู้ที่ตั้งภาคี ที่เคารพสักการะต่อสิ่งอื่นๆ พร้อมกันกับพระองค์
Enam 6:80
และกลุ่มชนของเขา บรรดาผู้ตั้งภาคีในความเป็นเอกะของอัลลอฮฺผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ ได้โต้เถียงเขา และได้ข่มขู่ด้วยบรรดาเจว็ดของพวกเขา แล้วเขาได้กล่าวว่า : พวกท่านจะโต้เถียงฉันในเรื่องของความเป็นเอกะของอัลลอฮฺและความเป็นหนึ่งเดียวของพระองค์ต่อการเคารพสักการะกระนั้นหรือ และแท้จริงพระองค์ได้ทรงแนะนำฉันไปสู่มันแล้ว และฉันก็มิได้กลัวต่อบรรดาเจว็ดของพวกท่านเลย แท้จริงพวกมันนั้นมิได้ครอบครองโทษหรือให้คุณประโยชน์ใด ๆ เลย การที่มันจะให้โทษหรือประโยชน์แก่ฉันนั้น เว้นแต่เพียงอัลลอฮฺจะทรงประสงค์ แล้วสิ่งที่อัลลอฮฺได้ประสงค์ไว้แล้วนั้นย่อมเป็นขึ้นแน่นอน และพร้อมกับการรอบรู้ของอัลลอฮฺถึงทุก ๆ สิ่ง ดังนั้นจะไม่มีสิ่งใดเลยในแผ่นดินและชั้นฟ้าที่จะซุกซ่อนต่อพระองค์ได้ แล้วพวกเจ้าจะไม่รำลึกกันหรือ?! โอ้กลุ่มชนของฉัน ถึงสิ่งที่พวกท่านนั้นได้ปฏิเสธต่ออัลลอฮฺและตั้งภาคีต่อพระองค์ ฉะนั้นพวกท่านจงศรัทธาต่ออัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเถิด
Enam 6:81
และฉันจะกลัวสิ่งที่พวกท่านบูชาโดยปราศจากอัลลอฮฺ ที่มาจากบรรดาเจว็ดได้อย่างไร? โดยที่พวกท่านเองก็ไม่ได้กลัวครั้งตอนที่พวกท่านนั้นได้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ ซึ่งสิ่งที่พระองค์มิได้ทรงให้มีหลักฐานใด ๆ ลงมาแก่พวกเจ้าในสิ่งนั้น! แล้วฝ่ายใดเล่าในสองฝ่ายนั้น : ฝ่ายบรรดาผู้ศรัทธาหรือฝ่ายบรรดาผู้ตั้งภาคี เป็นฝ่ายที่คู่ควรแก่ความปลอดภัยยิ่งกว่า? หากพวกท่านรู้ว่าฝ่ายใดที่คู่ควร พวกท่านก็จงปฏิบัติตามมัน และฝ่ายที่คู่ควรยิ่ง ที่ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ นั้น คือ ฝ่ายบรรดาผู้ศรัทธา
Enam 6:82
บรรดาผู้ที่ศรัทธาในอัลลอฮฺและได้ปฏิบัติตามสิ่งที่ได้บัญญัติมา โดยที่มิได้ให้การศรัทธาของพวกเขาปะปนกับการอธรรมนั้น ชนเหล่านี้แหละเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่พวกเขาจะได้รับความปลอดภัย และพวกเขาคือผู้ที่รับเอาคำแนะนำไว้ ซึ่งผู้อภิบาลของเขาได้แนะนำพวกเขาไปสู่ซึ่งหนทางแห่งทางนำ
Enam 6:83
และหลักฐานนั้น มันคือคำกล่าวของพระองค์ที่ว่า : (แล้วฝ่ายใดเล่าในสองฝ่ายนั้น เป็นฝ่ายที่คู่ควรแก่ความปลอดภัยยิ่งกว่า) ที่อิบรอฮีมได้นำมันมาเอาชนะเหนือกลุ่มชนของเขา จนกระทั่งทำให้การโต้แย้งของพวกเขานั้นถูกตัดออก มันคือหลักฐานของเรา เราได้ชี้นำเขาด้วยมันเพื่อเป็นเครื่องมือโต้แย้งกับกลุ่มชนของเขา และเราก็ได้มอบมันให้แก่เขา เราจะยกขึ้นหลายขั้นในโลกดุนยานี้และก็โลกอาคีเราะฮฺ ผู้ที่เราประสงค์จากบรรดาปวงบ่าวของเรา โอ้เราะซูล แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในการสร้างและการบริหารของพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้ต่อปวงบ่าวของพระองค์
Enam 6:84
และเราได้ประทานแก่อิบรอฮีม ซึ่งอิสฮากผู้เป็นลูกของเขา และยะอฺกูบผู้เป็นหลานของเขา และเราได้แนะนำแก่ทั้งสองคนนั้นแล้วซึ่งหนทางที่เที่ยงตรง และเราก็ได้แนะนำแล้วตั้งแต่ก่อนโน้น และเราก็ได้แนะนำซึ่งหนทางที่ถูกต้องต่อลูกหลานของนูฮฺทุกคน ตั้งแต่ดาวูดและสุลัยมานลูกของเขา และอัยยูบ และยูซุฟ และมูซา และฮารูนพี่ของเขา อลัยฮิมุสสลาม และเช่นเดียวกับการตอบแทนนี้ ที่เราได้ตอบแทนมันแก่บรรดาศาสนทูต ในคุณงามความดีของพวกเขา ในทำนองนั้นเราก็จะตอบแทนมันแก่ผู้กระทำดีทั้งหลายที่นอกจากพวกเขา ในคุณงามความดีของพวกเขา
Enam 6:85
และเราก็ได้แนะนำเช่นเดียวกันทั้งซะกะรียา และยะฮฺยา และอีซาบุตรของมัรยัม และอิลยาส อลัยฮิมุสสลาม และบรรดานบีเหล่านั้นทุก ๆ คน ที่อยู่ในหมู่ของคนดีที่อัลลอฮฺได้ทรงเลือกพวกเขาให้เป็นบรรดาศาสนทูต
Enam 6:86
และเราก็ได้แนะนำเช่นเดียวกัน ทั้งอิสมาอีล และอัล-ยะสะอฺ และยูนุส และลูฏ อลัยฮิมุสสลาม และบรรดานบีเหล่านั้นทุก ๆ คน และหัวหน้าของพวกเขานั้น คือนบีมูฮำหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม เรานั้นได้ให้พวกเขามีความดีเด่นเหนือกว่าประชาชาติทั้งหลาย
Enam 6:87
และเราก็ได้แนะนำซึ่งส่วนหนึ่งจากบรรพบุรุษของพวกเขา และลูกหลานของพวกเขา และส่วนหนึ่งจากพี่น้องของพวกเขาจากผู้ที่เราได้ประสงค์ความสำเร็จให้แก่เขา และเราก็ได้เลือกพวกเขา และได้แนะนำพวกเขาไปสู่หนทางอันเที่ยงตรง เป็นหนทางแห่งการให้เอกภาพต่ออัลลอฮฺและการเชื่อฟังต่อพระองค์
Enam 6:88
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาซึ่งจากคำแนะนำ มันคือ คำแนะนำของอัลลอฮฺ โดยที่พระองค์จะทรงแนะนำผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ในหมู่ปวงบ่าวของพระองค์ ด้วยคำแนะนำนั้น และหากพวกเขาได้มีการตั้งภาคีอื่นขึ้นมาพร้อมกับอัลลอฮฺแล้ว แน่นอนสิ่งที่พวกเขาเคยกระทำกันมา ก็สูญสิ้นไปจากพวกเขา เพราะการตั้งภาคีนั้นเป็นสิ่งที่มาโมฆะการงานที่ดี
Enam 6:89
บรรดานบีเหล่านั้นที่ถูกกล่าวมาขางต้น พวกเขาคือ บรรดาผู้ที่เราได้ให้คัมภีร์แก่พวกเขา และให้คติพจน์ และให้การเป็นนบีด้วย แต่ถ้าหากกลุ่มชนของเจ้าได้ปฏิเสธศรัทธาต่อสิ่งที่เราได้มอบให้แก่พวกเขาจากสามสิ่งนี้ แน่นอนเราได้เตรียมไว้สำหรับมันและได้มอบความไว้วางใจไว้แล้วแก่กลุ่มชนหนึ่งที่พวกเขามิใช่เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธาต่อมัน แต่ทว่าพวกเขานั้นคือบรรดาผู้ที่ศรัทธาที่ยึดมั่นในสิ่งเหล่านั้น และเขานั่นก็คือชาวมุฮาญิรีนและชาวอันศ็อร และบรรดาผู้ที่ติดตามพวกเขาด้วยการทำความดีเพื่อไปสู่วันแห่งการตอบแทน
Enam 6:90
บรรดานบีเหล่านี้ และผู้ที่ถูกกล่าวมาพร้อมกันกับพวกเขาจากบรรพบุรุษของพวกเขา ลูกหลานของพวกเขาและพี่น้องของพวกเขา พวกเขาคือกลุ่มชนที่ได้รับทางนำที่แท้จริง ดังนั้นเจ้าจงเจริญรอยตามพวกเขาเถิด และจงกล่าวเถิด โอ้เราะซูล แก่กลุ่มชนของเจ้าว่า : ฉันจะไม่ขอต่อพวกท่าน ซึ่งค่าจ้างใด ๆ ในการเผยแผ่อัลกุรอ่านอันนี้ แน่นอนอัลกุรอ่านนั้น มิใช่อะไรอื่นนอกจากคำตักเตือนสำหรับประชาชาติทั้งหลายที่รวมทั้งมนุษย์และญิน เพื่อที่พวกเขานั้นได้นำมันมาเป็นทางนำไปสู่หนทางที่เที่ยงตรงและหนทางที่ถูกต้อง
Enam 6:91
และพวกที่ตั้งภาคีทั้งหลายนั้นมิได้ให้ความยิ่งใหญ่แก่อัลลอฮ์อย่างแท้จริง ขณะที่พวกเขาได้กล่าวต่อท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งเป็นนบีของพวกเขา ว่า : อัลลอฮ์มิได้ทรงประทานสิ่งใดแก่ปุถุชนคนใด ซึ่งจากการวะฮ์ยู โอ้เราะสูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า : ผู้ใดเล่าที่ได้ทรงประทานลงมา ซึ่งคัมภีร์อัตเตารอฮ์แก่มูซาเพื่อมาเป็นแสงสว่าง ทางนำและคำแนะนำแก่กลุ่มชนของพวกเขา? ซึ่งพวกยิวนั้นได้บันทึกมันไว้ในกระดาษ โดยพวกเขาจะเปิดเผยมัน เฉพาะสิ่งที่มันตรงกับอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขาเท่านั้น และก็จะปกปิดสิ่งที่มันมีข้อขัดแย้งกับอารมณ์พวกเขา เช่น คุณลักษณะของท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม และพวกเจ้าถูกสอนมาแล้ว โอ้อาหรับเอ๋ย จากคำภีร์อัลกุรอาน ในสิ่งที่พวกเจ้านั้นไม่รู้ และบรรพบุรุษของพวกเจ้าก็มิได้รู้มาก่อน โอ้เราะสูล จงกล่าวแก่พวกเขาเถิดว่า : อัลลอฮ์นั้นได้ทรงประทานมันมา แล้วเจ้าก็จงปล่อยพวกเขาให้ตกอยู่ในความโง่เขลาและการหลงทางของพวกเขาเถอะ จนกว่าจะมีความแน่นอนมาพบประสบแด่พวกเขา
Enam 6:92
นี่คืออัลกุรอาน เป็นคัมภีร์ที่เราได้ประทานลงมาให้แก่เจ้า โอ้นบีเอ๋ย และมันคือคัมภีร์ที่มีความจำเริญ ที่ยืนยันถึงสิ่งที่มาก่อนหน้านี้จากบรรดาคัมภีร์แห่งชั้นฟ้า เพื่อที่เจ้าจะได้ตักเตือนชาวมักกะฮ์และมนุษย์ทุก ๆ คนในหน้าแผ่นดินตั้งแต่ทิศตะวันออกไปสุดยังทิศตะวันตกจนกว่าพวกเขาจะได้รับทางนำ และบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อการมีชีวิตในปรโลก พวกเขาก็จะศรัทธาต่อคัมภีร์อัลกุรอานนี้ และรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในนั้น และพวกเขาก็จะรักษาการละหมาดของพวกเขา ด้วยการดำรงปฏิบัติสิ่งที่เป็นรูกุน (สิ่งที่เป็นหลัก) และสิ่งที่เป็นฟัรฎู (จำเป็น) และสุนนะฮ์ (สิ่งที่ส่งเสริมให้กระทำ) ทั้งหลาย ในช่วงเวลาต่าง ๆ ของมันที่บทบัญญัติได้กำหนดไว้
Enam 6:93
ไม่มีใครคนใดเลยที่อธรรมยิ่งกว่าผู้ที่เขานั้นได้อุปโลกน์ความเท็จให้แก่อัลลอฮฺ โดยการที่เขาได้กล่าวว่า : อัลลอฮฺนั้นมิได้ทรงประทานสิ่งใดเลยให้แก่มนุษย์คนใดคนหนึ่ง หรือกล่าวเท็จว่า : แท้จริงอัลลอฮฺนั้นได้ทรงวะฮฺยูแก่เขา แต่ความเป็นจริงแล้วอัลลอฮฺนั้นมิได้วะฮฺยูสิ่งใดมาแก่เขาเลย หรือกล่าวว่า : ฉันจะทำให้ลงมาเช่นเดียวกับสิ่งที่อัลลอฮฺให้ลงมา ซึ่งอัลกุรอ่าน และหากเจ้าได้เห็น โอ้เราะซูล ขณะที่บรรดาผู้อธรรมเหล่านั้นได้ประสบกับความเจ็บปวดแห่งความตาย และมลาอิกะฮฺ กำลังแบมือของพวกเขาไปยังพวกเขาด้วยลงโทษและทุบตี โดยกล่าวกับพวกเขาอย่างทารุณว่า จงให้ชีวิตของพวกท่านออกมา แล้วเราก็จะจับขังมัน ในวันนี้พวกท่านจะได้รับการตอบแทน ซึ่งการลงโทษที่มันจะทำให้พวกเจ้าต่ำต้อยและน่าอัปยศ เนื่องจากที่พวกท่านกล่าวให้ร้ายแก่อัลลอฮฺด้วยการกล่าวอ้างถึงการเป็นนบีและการวะฮฺยู และการทำให้ลงมาเช่นเดียวกับสิ่งที่อัลลอฮฺให้ลงมา และเนื่องจากความยโสโอหังของพวกท่านต่อการศรัทธาด้วยบรรดาโองการต่าง ๆ ของพระองค์ หากเจ้ามองเห็นสิ่งนั้น แน่นอนเจ้าจะได้เห็นสิ่งที่น่ากลัว
Enam 6:94
และได้มีการกล่าวขึ้นแก่พวกเขาในวันกิยามะฮฺว่า : แน่นอนพวกเจ้าได้มายังเราในวันนี้อย่างลำพัง โดยจะไม่มีทรัพย์สินหรือตำแหน่งใดๆ ที่จะมาพร้อมกับพวกเจ้า เยี่ยงที่เราได้บังเกิดพวกเจ้ามาในครั้งแรกอย่างเปล่าเปลือย และพวกเจ้าก็ได้ละทิ้งสิ่งนั้นที่เราได้มอบให้แก่พวกเจ้าไว้เบื้องหลังของพวกเจ้าในโลกดุนยา ทั้ง ๆ ที่พวกเจ้าไม่พอใจ และเราก็ไม่เห็นเลยว่าวันนี้พระเจ้าของพวกเจ้าจะมาอยู่กับพวกเจ้า ซึ่งบรรดาผู้ที่พวกเจ้าได้อ้างไว้ว่าพวกเขานั้นคือผู้ไกล่เกลี่ยของพวกเจ้า และอ้างว่าพวกเขานั้นคือบรรดาหุ้นส่วนของอัลลอฮฺในการขอรับสิทธิ์การเคารพสักการะ แน่นอนความสัมพันธ์ในระหว่างพวกเจ้าได้ถูกตัดขาดให้เป็นเสี่ยง ๆ แล้ว และมันก็ได้ห่างหายไปจากพวกเจ้า สิ่งที่พวกเจ้าได้อ้างไว้ ซึ่งการช่วยเหลือของพวกเขา และที่แท้แล้วพวกเขานั้นเป็นหุ้นส่วนของอัลลอฮฺกระนั้นหรือ
Enam 6:95
แท้จริงอัลลอฮ์เพียงองค์เดียว เป็นผู้ทรงปริเมล็ดพืชแล้วต้นกล้าก็จะออกมาจากมัน และทรงปริเมล็ดอินทผลัมแล้วต้นพันธุ์ก็จะออกมาจากมัน พระองค์ทรงให้สิ่งที่มีชีวิตออกจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต คือการที่มนุษย์และสัตว์อื่น ๆ ออกมาจากน้ำอสุจิ และทรงให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตออกจากสิ่งที่มีชีวิต คือการที่อสุจิได้หลั่งออกมาจากมนุษย์และไข่ที่ออกมาจากไก่ กล่าวคือ ผู้ที่กระทำเช่นนี้ได้ก็คืออัลลอฮ์ ผู้ที่ทรงสร้างพวกท่านมา โอ้พวกที่ตั้งภาคีทั้งหลาย พวกเจ้าหันเหออกจากความจริงได้อย่างไรเล่า ทั้งที่สิ่งที่พวกเจ้ามองเห็นมันนั้น คือความมหัศจรรย์ที่พระองค์ได้สร้างมันมา?!
Enam 6:96
และพระองค์ผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง คือ ผู้ที่ทรงทำให้แสงรุ่งอรุณสว่างไสวขึ้นจากความมืดของกลางคืน และทรงทำให้กลางคืนเป็นที่พักผ่อนให้แก่มนุษย์ ซึ่งพวกเขาก็จะได้หยุดพักจากกิจกรรมการงาน หยุดพักความอ่อนล้าจากการทำงานของพวกเขาในตอนกลางวัน และพระองค์ก็ทรงทำให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่กำลังโคจรอยู่นั่นเป็นสิ่งคำนวณเวลา ที่กล่าวมานั้นมันมาจากการสร้างอันสวยงาม นั่นคือการกำหนดให้มีขึ้นของผู้ทรงเดชานุภาพที่ไม่มีผู้เหนือไปกว่าพระองค์ ผู้ทรงปรีชาญาณถึงการสร้างของพระองค์ และสิ่งที่เหมาะสำหรับพวกเขา
Enam 6:97
และพระองค์คือผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง คือ ผู้ที่ทรงให้มีแก่พวกเจ้า โอ้ลูกหลานของอาดัม ซึ่งดวงดาวทั้งหลายในท้องฟ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้รับการชี้นำด้วยดวงดาวเหล่านั้นในการเดินทางของพวกเจ้า เมื่อไหร่ที่ถนนหนทางมันมีความสลับซับซ้อนทั้งในทางบกและทางทะเล แน่นอนเราได้แสดงหลักฐานและข้อพิสูจน์ต่างๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงความสามารถของเราไว้แล้ว สำหรับกลุ่มชนที่สดับรับรู้ถึงหลักฐานและข้อพิสูจน์อันนั้น แล้วพวกเขาก็จะได้รับประโยชน์จากมัน
Enam 6:98
และพระองค์คือผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง คือ ผู้ที่ทรงสร้างพวกเจ้าขึ้นมาจากชีวิตหนึ่ง คือ จากบิดาของพวกเจ้า ซึ่งอาดัม แท้จริงการสร้างพวกเจ้านั้นได้เริ่มต้นด้วยการสร้างพ่อของพวกเจ้าที่มาจากดินก่อน แล้วพระองค์ก็ทรงบังเกิดพวกเจ้ามาจากเขา และพระองค์ก็ได้ทรงสร้างให้แก่พวกเจ้า ซึ่งสิ่งที่พวกเจ้าจะต้องพำนักอยู่ในนั้น คือบรรดามดลูกมารดาของพวกเจ้า และคลังที่ฝาก ที่พวกเจ้าถูกสะสมไว้ในนั้น คือกระดูกสันหลังของบรรพบุรุษของพวกเจ้า แน่นอนเราได้แจกแจงโองการทั้งหลายไว้แล้ว สำหรับกลุ่มชนที่เข้าใจในวจนะของอัลลอฮฺ
Enam 6:99
และพระองค์คือผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง นั้นคือ ผู้ที่ทรงให้น้ำฝนลงมาจากฟากฟ้า แล้วทรงให้ออกมาด้วยน้ำนั้น ซึ่งพันธุ์พืชทุกชนิด และเราได้ให้ออกจากพันธุ์พืชนั้น ซึ่งกล้าพันธุ์และต้นไม้ที่มีสีเขียว จากสิ่งที่มีสีเขียวนั้นเราได้ให้ออกมาซึ่งเมล็ดที่ซ้อนตัวทับกันอยู่ดั่งในช่อในรวง และจากต้นอินทผาลัมนั้น จั่นของมันจะออกมาเป็นทลายต่ำ ๆ ไม่ว่าผู้ที่ยืนหรือที่นั่งกันอยู่ก็สามารถเก็บเกี่ยวมันได้ และเราก็ได้ให้ออกมาด้วยน้ำนั้นอีก ซึ่งสวนองุ่น และเราก็ได้ให้ออกมา ซึ่งซัยตูน และทับทิม โดยที่ใบของมันทั้งสองมีสภาพคล้ายกัน แต่มีผลที่แตกต่างกัน โอ้มนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าจงมองดู ผลของมัน เมื่อมันเริ่มออกผลและเมื่อมันแก่สุก โอ้มนุษย์เอ๋ย แท้จริงในสิ่งเหล่านั้น แน่นอนมันคือข้อพิสูจน์หลักฐานอันชัดแจ้งที่ชี้ให้เห็นถึงความปรีชาสามารถของอัลลอฮฺ แก่หมู่ชนผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ดังนั้นพวกเขาคือบรรดาผู้ที่ได้รับประโยชน์จากหลักฐานและข้อพิสูจน์ต่าง ๆ เหล่านี้
Enam 6:100
และพวกที่ตั้งภาคีนั้นได้ทำให้ญินเป็นคู่ภาคีต่ออัลลอฮ์ในการเคารพสักการะ ครั้นเมื่อพวกเขาได้เชื่อว่าญินนั้นเป็นผู้ให้ประโยชน์และให้โทษ ซึ่งแท้จริงนั้นพระองค์ทรงได้บังเกิดพวกเขามา ซึ่งไม่มีใครอื่นเลยที่สร้างพวกเขามา ดังนั้นพระองค์คือผู้ที่สมควรยิ่งที่จะถูกเคารพสักการะ และพวกเขาได้อุปโลกษ์ขึ้นมาให้แก่พระองค์ซึ่งบรรดาบุตรชาย ดั่งเช่นที่ยิวได้กระทำต่ออุซัยร์ และที่คริสเตียนได้กระทำกับอีซา และเช่นเดียวกันพวกเขาก็ได้อุปโลกษ์บรรดาบุตรหญิงให้แก่พระองค์ ดั่งเช่นที่พวกตั้งภาคีกระทำต่อมลาอิกะฮ์ พระองค์ได้ทรงปราศจากและทรงบริสุทธิ์ จากสิ่งที่พวกคนอธรรมเหล่านั้นได้ให้ลักษณะไว้
Enam 6:101
และพระองค์คือผู้ทรงมหาบริสุทธิ์และสูงส่ง คือ พระผู้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินโดยที่ไม่เหมือนสิ่งใดมาก่อนหน้านี้ อย่างไรเล่าที่พระองค์จะทรงมีพระบุตรโดยที่พระองค์มิได้ทรงมีคู่ครอง?! และพระองค์นั้นทรงบังเกิดทุกสิ่งทุกอย่าง และพระองค์ก็ทรงรู้ในทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่สิ่งใดเลยที่จะปิดบังพระองค์ได้
Enam 6:102
กล่าวคือ โอ้มนุษย์ ผู้ที่มีคุณลักษณะเช่นนั้นคือ พระผู้ทรงอภิบาลของพวกเจ้า แน่นอนไม่มีผู้อภิบาลอื่นใดแล้วที่นอกจากพระองค์สำหรับพวกเจ้า และไม่มีผู้ที่ถูกกราบไหว้อื่นใดโดยเที่ยงแท้นอกจากพระองค์ พระองค์คือผู้ทรงบังเกิดทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นพวกเจ้าจงเคารพสักการะต่อพระองค์เพียงองค์เดียวเถิด พระองค์คือผู้ที่สมควรได้รับการเคารพสักการะ และพระองค์ก็ทรงเป็นผู้รับมอบหมายให้คุ้มครองรักษาในทุกสิ่งทุกอย่าง
Enam 6:103
สายตาทั้งหลายนั้นไม่สามารถคลอบคลุมไปถึงพระองค์ได้ แต่พระองค์นั้นทรงรู้ตระหนักถึงสายตาเหล่านั้น และคลอบคลุมไปถึงมัน และพระองค์ก็คือ ผู้ที่ทรงอ่อนโยนต่อปวงบ่าวของพระองค์ที่ดีทั้งหลาย ผู้ทรงรอบรู้อย่างถี่ถ้วนถึงพวกเขา
Enam 6:104
โอ้มนุษย์เอ๋ย แท้จริงบรรดาหลักฐานที่ชัดเจนและข้อพิสูจน์ต่าง ๆ ที่ชัดแจ้งจากพระเจ้าของพวกเจ้านั้นได้มายังพวกเจ้าแล้ว แล้วผู้ใดที่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญมันและยอมจำนน แน่นอนผลประโยชน์นั้นก็จะย้อนกลับไปหาเขา และผู้ใดมองไม่เห็นมัน และไม่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญมัน และไม่ยอมจำนนต่อมัน แน่นอนโทษภัยนั้นมันถูกกักกั้นไว้บนตัวเขา และฉันมิใช่เป็นผู้เฝ้าคอยสังเกตการณ์พวกท่าน หรือคำนวณนับการทำงานของพวกท่าน แท้จริงแล้ว ฉันนั้นคือเราะซูลคนหนึ่งที่มาจากพระเจ้าของฉัน และพระองค์นั้นต่างหากเป็นผู้เฝ้าคอยสังเกตการณ์พวกท่าน
Enam 6:105
และในทำนองเดียวกัน เราได้แจกแจงบรรดาหลักฐานและข้อพิสูจน์ทั้งหลายที่ชี้ให้เห็นถึงความสามารถของอัลลอฮฺ เราก็จะแจกแจงบรรดาโองการต่าง ๆ ในสัญญา และการข่มขู่ และการตักเตือน และพวกที่ตั้งภาคีก็จะกล่าวว่า : นี่ไม่ใช่วะฮฺยู แท้จริงเจ้านั้นได้ศึกษามันมาจากชาวคัมภีร์ที่มาก่อนหน้าเจ้า เพื่อที่เราจะได้ให้ความจริงนั้นแจ่มแจ้งแก่มนุษย์ด้วยการแจกแจงของเราซึ่งบรรดาโองการต่าง ๆ เหล่านี้ และแก่บรรดาผู้ศรัทธาจากประชาชาติของมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮฺวะซัลลัม ดังนั้นพวกเขาคือบรรดาผู้ที่ยอมรับความจริงและปฏิบัติตามมัน
Enam 6:106
โอ้เราะซูลเอ๋ย จงปฏิบัติตามสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้า ซึ่งสัจธรรม ที่มาจากพระเจ้าของเจ้าเถิด ดังนั้นเขาคือพระผู้ทรงมหาบริสุทธิ์ ไม่มีผู้ถูกกราบไหว้ใด ๆ โดยเที่ยงแท้นอกจากพระองค์ และเจ้าอย่าได้ทำให้หัวใจของเจ้านั้นไปยุ่งอยู่กับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและความดื้อรั้นของพวกเขาเลย แน่นอนเรื่องของพวกเขานั้นอยู่ ณ ที่อัลลอฮฺ
Enam 6:107
และหากว่าอัลลอฮฺได้ทรงประสงค์ที่จะไม่ให้พวกเขาได้ตั้งภาคีใดภาคีหนึ่งต่อพระองค์ แน่นอนพวกเขาก็จะไม่ตั้งภาคีหนึ่งภาคีใดต่อพระองค์ และเราก็มิได้ให้เจ้า โอ้เราะซูล เป็นผู้เฝ้าคอยสังเกตการณ์ คำนวณนับการงานของพวกเขา และเจ้าก็มิใช่เป็นผู้รับผิดชอบต่อพวกเขา แท้จริงเจ้านั้นเป็นเพียงเราะซูล และไม่มีสิ่งใดเลยเหนือตัวเจ้าเว้นเสียจากการประกาศให้รู้
Enam 6:108
และพวกเจ้า โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงอย่าด่าว่าบรรดาเจว็ดที่พวกตั้งภาคีนั้นกำลังเคารพบูชามันพร้อมกับอัลลอฮฺเถิด และถึงแม้ว่ามันเป็นสิ่งที่น่าอัปยศยิ่งและสมควรแก่การด่าว่ามัน ก็เพื่อไม่ให้พวกตั้งภาคีนั้นด่าว่าอัลลอฮฺเป็นการยืดเยื้อ และปราศจากความรู้ต่อสิ่งที่เหมาะสมคู่ควรต่อพระองค์ และในขณะที่พวกเขาเหล่านั้นได้ถูกทำให้เห็นดีเห็นงามบนสิ่งที่พวกเขาเป็นอยู่ ซึ่งการหลงทาง เราได้ให้เห็นดีเห็นงามแก่ทุกประชาชาติ ซึ่งการงานของพวกเขาที่ดีงามและที่ชั่วช้า แล้วพวกเขาก็ได้นำมันมา ซึ่งสิ่งที่เรานั้นได้ทำมันให้เห็นดีเห็นงามสำหรับพวกเขา จากนั้นสถานที่กลับไปของพวกเขา ก็คือการกลับไปยังพระเจ้าของพวกเขาในวันกิยามะฮฺ แล้วพระองค์ก็จะทรงบอกแก่พวกเขาถึงสิ่งที่พวกเขาได้กระทำกันไว้ในโลกดุนยา และพระองค์ก็จะทรงตอบแทนต่อพวกเขา
Enam 6:109
และพวกที่ตั้งภาคีนั้นได้สาบานต่ออัลลอฮฺ ซึ่งกับการสาบานของพวกเขาที่มันหนักแน่นยิ่ง ว่า : ถ้าหากมูฮัมมัดได้มายังพวกเขา พร้อมด้วยสัญญาณใดสัญญาณหนึ่งจากบรรดาสัญญาณทั้งหลายที่พวกเขานั้นได้เสนอแนะมัน แน่นอนพวกเขาจะศรัทธาต่อมัน จงกล่าวแก่พวกเขาเถิด โอ้เราะซูล ว่า : แท้จริงสัญญาณทั้งหลายนั้นมิได้อยู่ ณ ที่ฉัน แท้จริงมันอยู่ ณ ที่อัลลอฮฺ พระองค์จะประทานมันลงมาเมื่อใดก็ได้ตามที่พระองค์ได้ประสงค์ โอ้ผู้ศรัทธาเอ๋ย และอะไรเล่าที่จะทำให้พวกเจ้ารู้ได้ว่าสัญญานทั้งหลายเหล่านี้ หากมันได้มาตามที่พวกเขาได้เสนอแนะแล้ว พวกเขาจะศรัทธา? แน่นอนพวกเขาก็จะไม่ศรัทธา แต่ทว่าพวกเขานั้นจะยังคงยืนกรานอยู่บนความความดื้อรั้นและความเย่อหยิ่งของพวกเขา เพราะว่าพวกเขานั้นไม่ต้องการรับทางนำ
Enam 6:110
และเราจะพลิกบรรดาหัวใจของพวกเขาและดวงตาของพวกเขา ด้วยการสกัดกั้นระหว่างมันกับการชี้นำไปสู่สัจธรรมที่แท้จริง เช่นเดียวกับที่เรานั้นเคยได้สกัดกันระหว่างพวกเขากับการศรัทธาต่ออัลกุรอ่านในครั้งแรก เนื่องด้วยความดื้อรั้นของพวกเขา และเราจะปล่อยพวกเขาให้ระเหเร่ร่อนอยู่ในการหลงทางของพวกเขา และการละเมิดของพวกเขาที่มีต่อพระเจ้าของพวกเขา อย่างสับสนซุ่มซ่ามต่อไป
Enam 6:111
และแม้ว่าเรา(อัลลอฮ์)ได้ตอบรับพวกเขา ตามที่พวกเขาได้เสนอไว้ แล้วเราได้ส่งมลาอิกะฮ์ลงมายังพวกเขาและได้เห็นบรรดามลาอิกะฮฺเหล่านั้น และทำให้บรรดาคนตายได้พูดกับพวกเขา และได้บอกไปยังพวกเขาถึงความสัจจริงของเจ้าในสิ่งที่เจ้าได้นำมา และเราได้รวบรวมทุกสิ่งที่พวกเขาได้เสนอมาอยู่ตรงหน้าพวกเขา ก็ใช่ว่าพวกเขาจะศรัทธาในสิ่งที่เจ้าได้นำมา นอกจากผู้ที่อัลลอฮ์จะทรงประสงค์ให้ทางนำแก่เขาเท่านั้น แต่ทว่าส่วนมากในหมู่พวกเขานั้นไม่รู้ถึงสิ่งนั้นเลย และพวกเขาไม่ใช่ว่าจะหันไปยังอัลลอฮ์ เพื่อที่จะให้พระองค์นั้นทรงให้ทางนำแก่พวกเขา
Enam 6:112
และในทำนองเดียวกัน ที่เราได้ทดสอบเจ้าด้วยการเป็นศัตรูของบรรดาผู้ตั้งภาคีที่มีต่อเจ้า เราได้ทดสอบบรรดานบีก่อนหน้าเจ้ามาแล้ว โดยเราได้ให้ทุกๆนบีมีศัตรูจากคนพาลในหมู่มนุษย์และญิน โดยบางส่วนจะคอยกระซิบคำโกหกที่สวยงามแก่อีกบางส่วน เพื่อเป็นการหลอกลวงพวกเขา และหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ที่จะไม่ให้พวกเขากระทำเช่นนั้น แน่นอนพวกเขาก็จะไม่ทำ แต่พระองค์ทรงประสงค์ที่จะให้พวกเขากระทำเช่นนั้นเพื่อเป็นการทดสอบ ดังนั้นเจ้าจงปล่อยพวกเขาและสิ่งที่พวกเขาอุปโลกน์ขึ้นที่เป็นการปฏิเสธศรัทธาและความเท็จเถิด และอย่าเอาใจใส่พวกเขาเลย
Enam 6:113
และเพื่อหัวใจของบรรดาผู้ไม่ศรัทธาในปรโลกเกิดการโน้มเอียงสู่สิ่งที่พวกเขาได้กระซิบกระซาบระหว่างกัน และเพื่อพวกเขาจะได้ยอมรับและพึงพอใจเพื่อตัวของพวกเขาเอง และเพื่อให้พวกเขาได้กระทำการผิดศีลธรรมและบาปที่พวกเขามักทำกัน
Enam 6:114
จงกล่าวเถิดโอ้เราะสูลเอ๋ย แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่สักการะสิ่งอื่นพร้อมกับอัลลอฮ์ มันเป็นไปได้หรือที่ฉันจะยอมรับอื่นจากอัลลอฮ์เป็นผู้ชี้ขาดระหว่างฉันกับพวกท่าน? ในเมื่ออัลลอฮฺผู้ทรงประทานคัมภีร์อัลกุรอานอันชัดแจ้งและเพียบพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างลงมาแก่พวกท่าน และชาวยิวที่เราได้มอบคัมภีร์ อัตเตารอตแก่พวกเขา และชาวคริสต์ที่เราได้มอบคัมภีร์ อัลอินญีลแก่พวกเขา พวกเขารู้ดีว่า แท้จริงอัลกุรอานนั้นถูกประทานลงมาแก่เจ้าที่ประกอบด้วยความจริงทุกอย่าง เพราะพวกเขาได้พบในคัมภีร์ทั้งสองของพวกเขาที่พูดถึงอัลกุรอาน ดังนั้นเจ้าอย่าได้อยู่ในหมู่ผู้สงสัยในสิ่งที่เราได้ประทานลงมาแก่เจ้าเป็นอันขาด
Enam 6:115
และอัลกุรอานนั้นได้บรรลุถึงความสูงสุดแห่งความจริง ทั้งในด้านคำกล่าวและเรื่องราวต่างๆ จะไม่มีผู้ใดทำการเปลี่ยนแปลงบรรดาถ้อยคำของพระองค์ได้ และพระองค์คือผู้ทรงได้ยินคำพูดของปวงบ่าวของพระองค์ ผู้ทรงรอบรู้ ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นไปจากพระองค์ได้ และพระองค์จะทรงตอบแทนผู้ที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงถ้อยคำของพระองค์
Enam 6:116
และหากเจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- เชื่อฟังคนส่วนมากในแผ่นดินแล้ว พวกเขาจะทำให้เจ้าหลงจากศาสนาของอัลลอฮ์ เพราะกฎเกณฑ์ของอัลลอฮ์ได้กำหนดไว้แล้วว่า สัจธรรมจะอยู่กับคนส่วนน้อย และคนส่วนใหญ่มักจะไม่ปฏิบัติตามสิ่งใดนอกจากการสันนิษฐานที่ไม่มีที่มา โดยพวกเขาสันนิษฐานว่าบรรดารูปปั้นที่พวกเขาเคารพสักการะนั้นจะทำให้พวกเขาใกล้ชิดอัลลอฮ์ และพวกเขาได้โกหกในเรื่องดังกล่าวนั้น
Enam 6:117
แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่หลงทางไปจากทางของพระองค์ในหมู่มนุษย์ และพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่ได้รับการชี้นำสู่ทางนำ ไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนเร้นจากพระองค์ได้
Enam 6:118
โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย ดังนั้นพวกเจ้าจงบริโภคจากสิ่งที่พระนามของอัลลอฮ์ถูกกล่าวบนมันขณะเชือดเถิด หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาอย่างสัตย์จริงในหลักฐานอันชัดแจ้งของพระองค์
Enam 6:119
อะไรเป็นเหตุทำให้พวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย- ไม่บริโภคจากสิ่งพระนามของอัลลอฮ์ได้ถูกกล่าวบนมัน(ในยามที่เชือดมัน) และแน่นอนอัลลอฮ์ได้แจกแจ้งอย่างกระจ่างแล้วแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่พระองค์ทรงห้าม ดังนั้นจำเป็นเหนือพวกเจ้าต้องละทิ้งมัน เว้นแต่เมื่อพวกเจ้าต้องอาศัยมัน(กินมัน)โดยความจำเป็นที่คับขัน เพราะสถานภาพที่คับขันทำให้สิ่งต้องห้ามเป็นที่อนุญาตได้ และส่วนมากในหมู่ผู้ตั้งภาคีจะพยายามทำให้ผู้ตามของพวกเขาให้ห่างไกลจากสัจธรรมเนื่องด้วยทัศนะคติที่ไม่ดีที่เกิดจากความไม่รู้ของพวกเขา โดยพวกเขาจะอนุมัติสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงห้ามเช่นซากสัตว์และอื่นๆ และจะไม่อนุมัติในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุมัติ และพวกเขาได้ทำให้เป็นที่ต้องห้าม เช่น บะฮีเราะฮฺ(แม่อูฐที่ผ่าหูอย่างกว้างและมันได้ออกลูกมาแล้ว 5 ตัว) และอื่นๆ แท้จริงพระเจ้าของเจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- คือผู้ทรงรอบรู้ยิ่งต่อผู้ละเมิดขอบเขตของพระองค์ทั้งหลายและพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาต่อการละเมิดของพวกเขาต่อขอบเขตของพระองค์
Enam 6:120
โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าจงละเสียซึ่งการกระทำบาปที่เปิดเผยและบาปที่ปกปิด แท้จริงบรรดาผู้ที่กระทำบาปที่เปิดเผยและบาปที่ปกปิดอยู่นั้น อัลลอฮ์จะทรงตอบแทนพวกเขาตามที่พวกเขากระทำกัน
Enam 6:121
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าจงอย่าบริโภคจากสิ่งที่พระนามของอัลลอฮ์มิได้ถูกกล่าวบนมัน แม้ว่าจะมีการกล่าวชื่ออื่นจากอัลลอฮ์หรือไม่ก็ตาม และแท้จริงการกินจากสิ่งนั้นเป็นการเนรคุณต่ออัลลอฮ์ และแท้จริงบรรดาชัยฏอนนั้นจะกระซิบกระซาบแก่บรรดาสหายของมัน ด้วยการให้ความคลุมเครือเพื่อพวกเขาจะได้โต้เถียงกับพวกเจ้าในเรื่องการรับประทานสัตว์ตาย(สัตว์ที่ตายโดยไม่ถูกกล่าวพระนามของอัลลอฮ์บนมัน)โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลายเอ๋ย หากพวกเจ้าเชื่อฟังพวกเขาในสิ่งที่คลุมเครือนั้น -เพื่อนำไปสู่การอนุญาตให้รับประทานสัตว์ตายได้- แน่นอนพวกเจ้าและพวกเขาจะไม่แตกต่างกันในการตกอยู่ในสภาพของการตั้งภาคี
Enam 6:122
และผู้ที่ก่อนการได้รับการชี้นำสู่อัลลอฮ์ที่เปรียบดังเป็นผู้ที่ตายไปแล้ว (อันเนื่องด้วยการปฏิเสธศรัทธา ความโง่เขลา และการกระทำที่ผิดศีลธรรมต่างๆ ) แล้วเราทำให้เขามีชีวิตขึ้นมา ด้วยการชี้นำเขาสู่การศรัทธา สู่ความรู้ที่ถูกต้องและการปฏิบัติตามคำสั่งต่างๆ (ผู้ที่มีชีวิตในลักษณะดังกล่าวนี้) จะเหมือนกับผู้ที่มีชีวิตในความมืด ความโง่เขลา และในการกระทำที่ผิดศีลธรรม กระนั้นหรือ?! ดังเช่น การกระทำที่เป็นการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ การกินซากสัตว์ที่ตายโดยไม่ได้กล่าวพระนามของอัลลอฮ์ก่อนทำการเชือด และการโต้เถียงด้วยความเท็จได้ถูกประดับให้ดูสวยงามในสายตาของบรรดาผู้ตั้งภาคี ก็ได้ทำให้บรรดาผู้ปฏิเสธได้ถูกประดับให้เห็นถึงความสวยงามในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำเช่นกัน จากการกระทำที่ผิดศีลธรรมต่างๆ เพื่อพวกเขาจะได้รับการตอบแทนในวันกิยามะฮ์ด้วยการลงโทษที่แสนสาหัส
Enam 6:123
และดังที่เกิดขึ้นกับผู้นำของบรรดาผู้ตั้งภาคีในมักกะฮ์ที่ได้ขวางผู้อื่นจากหนทางของอัลลอฮ์ เราได้ให้มีขึ้นในแต่ละเมือง ซึ่งบรรดาผู้นำและผู้มีอิทธิพลได้วางเล่ห์เหลี่ยม และกลอุบายในการเรียกร้องสู่หนทางของชัยฏอนและการปราบปรามบรรดาเราะสูลและผู้ติดตามของพวกเขา และในความเป็นจริงแล้วอุบายและเล่ห์เหลี่ยมของพวกเขานั้นได้กลับคืนสนองพวกเขาเอง แต่พวกเขาไม่รู้สึกถึงสิ่งนั้นเพราะความโง่เขลาของพวกเขาและทำตามความปรารถนาของพวกเขา
Enam 6:124
และเมื่อมีโองการได้มายังบรรดาผู้นำของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ถูกประทานลงมาจากอัลลอฮ์แก่นบีของพระองค์ พวกเขาก็กล่าวว่า "เราจะไม่ศรัทธาเป็นอันขาดจนกว่าอัลลอฮ์จะให้เราเหมือนสิ่งที่ให้แก่บรรดานบี ซึ่งการเป็นนบีและการเป็นเราะสูล" แล้วอัลลอฮ์ก็ทรงตอบแก่พวกเขาว่า พระองค์ทรงรอบรู้ดียิ่งถึงบุคคลที่เหมาะสมสำหรับการเป็นเราะสูล และสามารถที่จะทำหน้าที่ด้วยความยากลำบาก ดังนั้นจึงได้เลือกเขาเป็นนบีและเป็นเราะสูล และบรรดาผู้อธรรมจะได้รับความอัปยศ ความตกต่ำเนื่องด้วยความหยิ่งของพาต่อสัจธรรมและการลงโทษที่แสนเจ็บปวดเพราะอุบายของพวกเขา
Enam 6:125
ดังนั้นผู้ใดที่อัลลอฮ์ประสงค์จะชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่เขา พระองค์จะทรงเปิดใจเขา และจัดเตรียมมันเพื่อรับอิสลามโดยเต็มใจ และใครก็ตามที่พระองค์ทรงประสงค์จะละทิ้งและไม่ชี้ทางให้แก่เขา พระองค์ก็จะทรงทำให้หน้าอกของเขาแคบลงอย่างยิ่งและไม่สามารถยอมรับความจริงได้ เปรียบเสมือนคนที่ขึ้นไปบนฟากฟ้าสูงจนหายใจลำบาก เฉกเช่นที่อัลลอฮ์ทรงทำให้สภาพของผู้หลงทางแคบลง พระองค์จะทรงลงโทษผู้ที่ไม่มีศรัทธาต่อพระองค์
Enam 6:126
นี่คือศาสนาที่เราได้บัญญัติแก่เจ้า -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- มันคือทางของอัลลอฮ์อันเที่ยงตรงที่ไม่คดเคี้ยว แท้จริงเราได้แจกแจงโองการทั้งหลายสำหรับกลุ่มชนที่มีความตระหนักรู้และมีความเข้าใจ ซึ่งตระหนักดีว่ามาจากอัลลอฮ์
Enam 6:127
สำหรับพวกเขา คือที่พำนัก ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาจะปลอดภัยจากทุกสิ่งที่ไม่ดี มันคือสวรรค์นั่นเอง และอัลลอฮ์คือผู้ทรงช่วยเหลือพวกเขาและผู้ทรงสนับสนุนของพวกเขาให้ได้รับผลตอบแทนสำหรับการงานที่ดีที่พวกเขาได้ทำมา
Enam 6:128
จงรำลึกเถิด -โอ้ เราะสูลเอ๋ย- ถึงวันที่อัลลอฮ์จะทรงชุมนุม มนุษย์และญิน แล้วอัลลอฮ์ได้ตรัสว่า “โอ้หมู่ญินทั้งหลาย แท้จริงพวกเจ้าได้กระทำให้พวกมนุษย์ได้หลงทางอย่างมากมายและสกัดพวกเขาให้ห่างไกลจากหนทางของอัลลอฮ์” และสมุนของเขาที่มาจากมนุษย์ได้ตอบพระเจ้าของเขาว่า “โอ้พระผู้อภิบาลแห่งพวกข้าพระองค์ พวกเราต่างก็ได้รับประโยชน์ระหว่างกันทั้งสองฝ่าย ดังนั้นญินมีสุขกับการที่มนุษย์ได้เชื่อฟังเขา และมนุษย์มีความสุขที่ได้ตามความปรารถนาของตน และพวกเราก็ได้ถึงเวลาที่พระองค์ทรงกำหนดแก่พวกเรา” และนี้คือ วันกิยามะฮ์ อัลลอฮ์ตรัสว่า “นรกนั้นคือที่พำนักของพวกเจ้า โดยที่จะเป็นผู้อยู่ในนั้นตลอดกาล นอกจากสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์เท่านั้นที่จะทรงกำหนดระยะเวลาระหว่างที่ฟื้นคืนชีพของพวกเขาจากหลุมศพของพวกเขาไปสู่ชะตากรรมของพวกเขาไปสู่นรก” นี่คือช่วงเวลาที่อัลลอฮ์ทรงยกเว้นจากการอยู่ในนรกตลอกกาลของพวกเขา แท้จริงพระเจ้าของเจ้า- โอ้ เราะสูลเอ๋ย- ทรงปรีชาญาณยิ่งในการกำหนดและการจัดการ ผู้ทรงรอบรู้ยิ่งต่อปวงบ่าวของพระองค์และต่อผู้ที่สมควรจะได้รับบทลงโทษ
Enam 6:129
และเช่นเดียวกับที่เราให้ญินผู้ดื้อรั้นบางคน และให้พวกมันมีอำนาจเหนือมนุษย์บางคนเพื่อหลอกล่อพวกเขาให้หลงทาง เราก็ได้ให้อำนาจแก่ผู้อธรรมเพื่อยุยงผู้อธรรมให้กระทำความชั่ว และทำให้เขาหลีกห่างจากความดี และมักน้อยในการทำดี มันเป็นรางวัลสำหรับพวกเขาต่อสิ่งที่พวกเขาได้ขวนขวายไว้ จากการกระทำที่ผิดศีลธรรมทั้งหลาย
Enam 6:130
และเราได้กล่าวแก่พวกเขาในวันกิยามะฮ์ว่า “โอ้หมู่มนุษย์และญินเอ๋ย บรรดาเราะสูลจากพวกเจ้ามิได้มายังพวกเจ้า -ซึ่งพวกเขามาจากมนุษย์- เพื่อทำการบอกเล่าแก่พวกเจ้าในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประทานลงมาให้แก่พวกเขา และตักเตือนพวกเจ้าให้เกรงกลัววันแห่งการพบกันของพวกเจ้ในวันกิยามะฮ์หรอกหรือ? พวกเขากล่าวว่า “ใช่ เราขอยอมรับว่าบรรดาเราะซูลของพระองค์ได้ทำการบอกกล่าวแก่พวกเราแล้ว และเราขอยอมรับถึงวันแห่งการพบกันในวันนี้(วันกิยามะฮ์) แต่เราได้ปฏิเสธบรรดาเราะสูลของพระองค์ และเราได้ปฏิเสธวันแห่งการพบกันในวันกิยามะฮ์นี้” และชีวิตความเป็นอยู่ที่สวยหรูและสุขสบายที่ไม่มั่งคงแห่งโลกนี้ได้หลอกล่อพวกเขา และพวกเขาก็ได้ยืนยันแก่ตัวของพวกเขาเองว่า แท้จริงพวกเขาตอนอยู่ในโลกดุนยานั้นเป็นผู้ที่ปฏิเสธอัลลอฮ์และบรรดาเราะสูลของพระองค์ การยอมรับและการศรัทธานั้นไม่ได้เกิดปรโยชน์ใดๆแก่พวกเขาเลย เพราะเวลาของมันได้หมดไปแล้ว
Enam 6:131
เหตุผลในการส่งบรรดาเราะสูลไปยังมนุษย์และญินนั้น ก็เพื่อที่จะไม่มีใครถูกลงโทษสำหรับความผิดที่พวกเขาทำ โดยไม่ได้ส่งเราะสูลไปเตือนพวกเขาก่อนและคำเชิญชวนก็ไม่ถึงพวกเขา ดังนั้นเราจะไม่ลงโทษประชาชาติใด นอกจากได้ส่งเราะสูลไปหาพวกเขาเท่านั้น
Enam 6:132
และสำหรับแต่ละคนในหมู่พวกเขานั้นมีหลายระดับขั้นตามการกระทำของพวกเขา ผู้ที่มีความชั่วมากจะไม่เท่าเทียมกับผู้ที่มีความชั่วน้อย หรือผู้ตามกับผู้นำ เช่นเดียวกับผลบุญของผู้กระทำคุณงามความดีก็จะไม่เท่าเทียมกัน และพระเจ้าของเจ้าไม่ทรงเมินเฉยในสิ่งที่พวกเขากระทำกัน แต่พระองค์จะทรงรู้อยู่เสมอ ไม่มีสิ่งใดถูกซ่อนเร้นจากพระองค์ และพระองค์จะตอบแทนพวกเขาตามการงานของพวกเขา
Enam 6:133
และพระผู้อภิบาลของเจ้า -โอ้เราะซูลเอ๋ย- คือผู้ทรงมั่งมีเหนือปวงบ่าวของพระองค์ ดังนั้นพระองค์ไม่จำเป็นต้องพึ่งพวกเขา และต่อการเคารพภักดีของพวกเขา และการปฏิเสธของพวกเขาก็ไม่ได้กระทบอะไรต่อพระองค์ และด้วยความมั่งมีของพระองค์ต่อพวกเขาแล้ว พระองค์ยังเป็นผู้ทรงเอ็นดูเมตตาพวกเขา หากพระองค์ประสงค์ที่จะกำจัดพวกเจ้า -โอ้บ่าวผู้เนรคุณทั้งหลาย- พระองค์ก็จะทรงนำบทลงโทษจากพระองค์ไปยังพวกเจ้า และหลังจากการทำลายพวกเจ้าไปแล้ว ก็จะทรงให้มีบรรดาผู้ศรัทธาต่อพระองค์และเชื่อฟังพระองค์มาแทนที่พวกเจ้า ตามที่พระองค์ทรงประสงค์ ดังที่ได้ทรงบังเกิดพวกเจ้ามาจากลูกหลานของกลุ่มชนอื่นที่มาก่อนหน้าพวกเจ้า
Enam 6:134
แท้จริงสิ่งที่ถูกสัญญาไว้แก่พวกเจ้า -โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเอ๋ย- เช่น การฟื้นคืนชีพ การพิจารณาสอบสวน และการลงโทษนั้นต้องมาอย่างแน่นอน และพวกเจ้านั้นไม่สามารถที่จะหลบหนีไปจากพระเจ้าของเจ้าได้ พระองค์จะจับที่หน้าผากหรือขมับของพวกเจ้า และทรงเป็นผู้ลงโทษพวกเจ้าด้วยบทลงโทษของพระองค์
Enam 6:135
จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- “หมู่ชนของฉันเอ๋ย พวกท่านจงยืนหยัดตามแนวทางของพวกท่านและตามที่พวกท่านได้ปฏิเสธศรัทธาและหลงผิดเถิด แท้จริงฉันได้เตือนและนำหลักฐานและแจ้งให้พวกท่านอย่างชัดแจ้งแล้ว ดังนั้นฉันจะไม่สนต่อการปฏิเสธศรัทธาและหลงผิดของพวกท่าน แต่ฉันจะยืนหยัดกับสิ่งที่ฉันกระทำอยู่จากสัจธรรม และพวกท่านจะได้รู้ว่าใครที่จะได้ความสำเร็จในโลกนี้ และใครจะได้ครอบครองแผ่นดิน และใครจะประสบผลสำเร็จในปรโลก แท้จริงบรรดาผู้ตั้งภาคีจะไม่ประสบผลสำเร็จทั้งในโลกนี้และปรโลก แต่ผลที่พวกเขาจะได้รับคือความสูญเสีย แม้ว่าพวกเขาจะได้เพลิดเพลินกับความสุขที่พวกเขารักในโลกนี้ก็ตาม
Enam 6:136
และบรรดาผู้ที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ได้ทำการถวายส่วนหนึ่งจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างจากพืชและปศุสัตว์แด่อัลลอฮ์ แล้วพวกเขาอ้างว่าส่วนนั้นถวายสำหรับอัลลอฮ์ และถวายอีกส่วนหนึ่งแก่รูปเคารพของพวกเขา แล้วส่วนที่พวกเขาได้ให้แก่รูปเคารพของพวกเขาจะไม่ถึงบรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ได้ทรงกำหนดให้ผู้รับซะกาต เช่น คนยากจนและคนขัดสน แต่ส่วนที่พวกเขาถวายแด่อัลลอฮ์จะไปที่รูปเคารพของพวกเขาและจะใช้เพื่อประโยชน์ของรูปเคารพเหล่านั้น ช่างเป็นการตัดสินและการแบ่งที่ชั่วช้ามาก
Enam 6:137
เช่นเดียวกับที่ชัยตอนทำให้การตัดสินที่ไม่ยุติธรรมนี้ดูดีในสายตาบรรดาผู้ตั้งภาคี บรรดาชัยตอนยังทำให้พวกเขารู้สึกดีกับการฆ่าลูก ๆ ของพวกเขาเพราะความกลัวความยากจน ชัยตอนเหล่านั้นได้ดลใจพวกเขาด้วยสิ่งนี้เพื่อทำลายพวกเขาโดยการให้พวกเขาได้กระทำการฆาตกรรมผู้ที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้ นอกจากด้วยความถูกต้อง และทำให้พวกเขารู้สึกสับสนกับศาสนาของพวกเขา โดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์สั่งหรือห้ามสำหรับพวกเขา หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ให้พวกเขาไม่ทำเช่นนี้ พวกเขาก็จะไม่ทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงประสงค์จากพระปรีชาญาณของพระองค์ ดังนั้น จงปล่อยพวกเขาและการหลอกลวงของพวกเขาเกี่ยวกับอัลลอฮ์เถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย - เพราะสิ่งนั่นจะไม่ทำอันตรายใดๆแก่เจ้า และจงมอบหมายเรื่องของพวกเขาไว้กับอัลลอฮ์เถิด
Enam 6:138
และบรรดาผู้ตั้งภาคีกล่าวว่า "ปศุสัตว์และพืชผลนี้เป็นที่ต้องห้าม” ซึ่งไม่มีใครสามารถกินมันได้ นอกจากผู้ที่พวกเขาประสงค์เท่านั้น ตามสมมติฐานที่ผิดของพวกเขา ที่เป็นคนรับใช้ของรูปเคารพและอื่น ๆ และนี่คือปศุสัตว์ที่หลังของมันเป็นที่ถูกห้ามใช้ขี่ และห้ามบรรทุกของบนหลังมัน และมันคืออูฐที่เขาปล่อยทิ้งไว้ไม่ขี่หรือบรรทุก และนี้เป็นปศุสัตว์ที่พวกเขาไม่ได้กล่าวพระนามของอัลลอฮ์บนมันตอนเชือด แต่พวกเขาจะกล่าวชื่อรูปปั้นของพวกเขาเวลาเชือด ทั้งหมดนี้เป็นการกล่าวเท็จต่ออัลลอฮ์ว่าสิ่งนั้นมาจากพระองค์ ซึ่งอัลลอฮ์จะทรงตอบแทนพวกเขาด้วยบทลงโทษของพระองค์ ในสิ่งที่พวกเขาอุปโลกน์ขึ้น
Enam 6:139
และพวกเขากล่าวว่า "สิ่งที่อยู่ในท้องของอูฐที่เก็บไว้เพื่อทำพันธุ์ที่ไม่ขี่ไม่บรรทุก และตัวอ่อนของอูฐนั้น หากคลอดออกมาแล้วมีชีวิตก็เป็นที่อนุญาตแก่บรรดาบุรุษของเรา และเป็นสิ่งที่ต้องห้ามสำหรับบรรดาสตรีของเรา และหากว่าคลอดออกมาแล้วตาย ดังนั้นทั้งบุรุษและสตรีจะเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน" อัลลอฮ์จะทรงลงโทษพวกเขาต่อคำพูดของพวกเขาตามความเหมาะสมที่จะได้รับ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงปรีชาญาณในบทบัญญัติของพระองค์ และการจัดการสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ผู้ทรงรอบรู้เรื่องพวกเขา
Enam 6:140
แท้จริงบรรดาผู้ที่ฆ่าลูก ๆ ของพวกเขาเพราะไร้ความคิด และความโง่เขลาของพวกเขานั้นได้พินาศ และให้เป็นที่ต้องห้ามในสิ่งที่อัลลอฮ์ให้เป็นปัจจัยบยังชีพแก่พวกเขาอย่างปศุสัตว์ที่เก็บไว้โดยไม่ขี่หรือบรรทุก ทั้งนี้เป็นการอุปโลกน์ความเท็จให้แก่อัลลอฮ์ แท้จริงพวกเขาห่างไกลจากทางที่เที่ยงตรงและพวกเขาจะไม่เป็นผู้ที่ได้รับคำแนะนำจากพระองค์
Enam 6:141
และอัลลอฮ์มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์คือผู้ทรงสร้างสวนต่างๆบนพื้นแผ่นดินนี้ ทั้งที่แบบไม่มีลำต้น(ไม้เลื้อย)และแบบสูงขึ้นด้วยลำต้น(ไม้ยืนต้น) และพระองค์ผู้ทรงให้มีต้นอินทผลัม และไร่นาที่ออกผลชนิดต่างๆทั้งรูปแบบและรสชาติ และพระองค์คือผู้ทรงให้มีต้นมะกอก และต้นทับทิมและใบของทั้งสองมีความละม้ายคล้ายกัน แต่มีรสชาติที่ต่างกัน โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย พวกเจ้าจงบริโภคจากผลของมันเถิดเมื่อมันออกผล และจงจ่าย(ซะกาต)ในส่วนของมันในวันเก็บเกี่ยว และจงอย่าละเมิดขอบเขตของพระองค์ในการรับประทานและใช้จ่าย แท้จริงแล้วอัลลอฮ์ไม่ทรงโปรดบรรดาผู้ละเมิดขอบเขตของพระองค์ต่อทั้งสองสิ่งนั้นหรือสิ่งอื่นจากสองสิ่งนั้น แต่พระองค์จะทรงเกลียดเขา แท้จริงผู้ที่ทรงสร้างสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดนั้นคือผู้ที่ทรงอนุญาตให้แก่บ่าวของพระองค์ ซึ่งบรรดาผู้ตั้งภาคีก็ไม่สามารถที่จะห้ามมันได้
Enam 6:142
และพระองค์คือผู้ทรงให้มีหมู่ปศุสัตว์แก่พวกเจ้าที่เหมาะแก่การถูกบรรทุกและขี่ เช่น อูฐตัวใหญ่ และที่ไม่เหมาะแก่การถูกบรรทุกและขี่ เช่น อูฐตัวเล็ก และเช่นเดียวกันกับแพะ โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย จงบริโภคจากสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าจากสิ่งต่างๆที่ได้อนุญาตไว้สำหรับพวกเจ้าเถิด และจงอย่าตามก้าวเดินของชัยฏอนที่อนุญาตสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงห้ามไว้และห้ามในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุญาตไว้ เช่นเดียวกับที่บรรดาผู้ตั้งภาคีได้กระทำไว้ โอ้มวลมนุษย์เอ๋ย แท้จริงชัยฏอนนั้นคือศัตรูอันชัดแจ้งแก่พวกเจ้าโดยที่เขาต้องการให้พวกเจ้าเนรคุณต่ออัลลอฮ์
Enam 6:143
และพระองค์ได้ทรงให้มีสัตว์แปดประเภท คือจากแกะคู่หนึ่ง ซึ่งมีตัวผู้และตัวเมีย และจากแพะสองตัว จงกล่าวเถิด- โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีว่า “อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ทรงห้ามตัวผู้สองตัวนั้นเพราะความเป็นเพศผู้ใช่ไหม?” หากพวกเขาตอบว่า “ใช่” ก็จงถามพวกเขาว่า “แล้วทำไมพวกเจ้าจึงห้ามตัวเมีย?” หรือพระองค์ทรงห้ามเพราะทั้งสองเป็นเพศเมีย?” หากพวกเขาตอบว่า “ใช่” ก็จงถามพวกเขาว่า “แล้วทำไมถึงห้ามแพะและแกะตัวผู้? หรือว่าที่ห้ามตัวเมียเพราะมีตัวอ่อนอยู่ในมดลูกของตัวเมียทั้งสอง ที่ห้ามเพราะมีตัวอ่อนในมดลูกหรือ? หากพวกเขาตอบว่า “ใช่” ก็จงถามพวกเขาว่า “ทำไมพวกท่านถึงแยกระหว่างสิ่งที่มีในมดลูกนั้น ด้วยการห้ามตัวผู้ในบางครั้งและห้ามตัวเมียในบางครั้งล่ะ โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย จงบอกให้ฉันรู้ถึงที่มาของความรู้ที่ถูกต้องหากพวกท่านสัตย์จริงต่อสิ่งที่พวกท่านได้อ้างว่า การไม่อนุญาตนั้นมาจากอัลลอฮ์
Enam 6:144
และที่เหลือจากแปดประเภทนั้นคือจากอูฐหนึ่งคู่ และจากวัวหนึ่งคู่ จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย - แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีว่า “อัลลอฮ์ทรงห้ามเพราะความเป็นตัวผู้ของมัน หรือเพราะความเป็นตัวเมียของมัน หรือเพราะมันอยู่ในครรภ์? หรือว่าพวกเจ้า- โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย- ร่วมอยู่ด้วยขณะที่อัลลอฮ์ได้ทรงรับสั่งแก่พวกเจ้า ด้วยการห้ามตามที่พวกเจ้าได้ห้ามสัตว์เหล่านี้หรือ?! ดังนั้นไม่มีใครที่จะอธรรมยิ่งหรือทำผิดที่ใหญ่ ยิ่งไปกว่าผู้ที่ได้อุปโลกน์ความเท็จต่ออัลลอฮ์ โดยการทำเป็นสิ่งต้องห้ามในสิ่งที่ไม่ได้ถูกห้าม เพื่อต้องการหลอกลวงผู้คนให้หลงจากทางที่เที่ยงตรงโดยปราศจากแหล่งอ้างอิงแห่งความรู้ที่นำมา แท้จริงอัลลอฮ์นั้นจะไม่ทรงชี้นำกลุ่มชนที่อธรรมที่ได้อุปโลกน์ความเท็จต่ออัลลอฮ์
Enam 6:145
จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ฉันไม่พบว่าในสิ่งที่อัลลอฮ์ได้โองการแก่ฉันนั้น มีสิ่งต้องห้ามนอกเสียจากสิ่งที่ตายเองไม่ได้เชือด หรือเลือดที่ไหลออก หรือเนื้อสุกร แท้จริงมันเป็นสิ่งโสมมเป็นที่ต้องห้าม หรือถูกเชือดด้วยนามอื่นจากอัลลอฮ์ เช่น สิ่งที่ถูกเชือดที่เป็นการบูชาต่อรูปปั้นของพวกเขา ดังนั้นผู้ใด(ถูกบังคับ)ด้วยการอยู่ในสภาพที่คับขันที่จำเป็นต้องกินสิ่งต้องห้ามเหล่านั้นเพราะความหิวโหยโดยมิใช่เป็นผู้แสวงหาที่จะกินมัน และมิใช่ผู้ละเมิดขอบเขตของความจำเป็น ก็ไม่ถือเป็นบาป โอ้เราะสูลเอ๋ย แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น เป็นผู้ทรงอภัยโทษสำหรับผู้ที่จำเป็นหากจะต้องกิน เป็นผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเขาเสมอ
Enam 6:146
และเราได้ห้ามแก่บรรดาผู้เป็นยิวซึ่งสัตว์ที่มีเท้าเป็นกีบทุกชนิด เช่นอูฐ และนกกระจอกเทศ และเราได้ห้ามแก่พวกเขาซึ่งไขมันของวัวและแกะนอกจากไขมันที่ติดอยู่บนหลังของมันทั้งสอง หรือตามลำไส้ หรือที่ปะปนอยู่ที่กระดูก เช่น สะโพกและข้างๆ แท้จริงเราได้ลงโทษพวกเขาในความอธรรมของพวกเขาด้วยการห้ามสิ่งเหล่านั้นแก่พวกเขา และแท้จริงเรานั้นเป็นผู้สัตย์จริงในทุกสิ่งที่เราได้กล่าวไป
Enam 6:147
โอ้เราะสูลเอ๋ย หากพวกเขาปฏิเสธเจ้า และไม่เชื่อในสิ่งที่เจ้านำมาจากพระเจ้าของเจ้าแล้ว ก็จงกล่าวแก่พวกเขาเพื่อเป็นการส่งเสริมพวกเขาว่า "พระเจ้าของพวกเจ้านั้นเป็นผู้ทรงเอ็นดูเมตตาอันกว้างขวาง และหนึ่งในความเมตตาของพระองค์ที่มีต่อพวกเจ้า คือ การผ่อนปรนสำหรับพวกท่าน และไม่เร่งรีบที่จะลงโทษพวกเจ้า" และจงกล่าวตักเตือนพวกเขาว่า "แท้จริงบทลงโทษของพระองค์นั้นจะไม่ถูกโต้กลับให้พ้นจากกลุ่มชนที่กระทำความผิดและบาปทั้งหลาย"
Enam 6:148
บรรดาผู้ตั้งภาคีจะกล่าวด้วยการนำเรื่องพระประสงค์และการกำหนดของอัลลอฮ์เป็นเหตุผลในการยอมรับถึงความถูกต้องในการตั้งภาคีของพวกเขาที่มีต่ออัลลอฮ์ว่า "หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ไม่ให้เราและบรรพบุรุษของเราตั้งภาคี แน่นอนพวกเราก็ย่อมไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ และหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ไม่ให้เราทำเป็นสิ่งต้องห้ามในสิ่งที่เราได้ทำต่อตัวของพวกเราเอง แน่นอนพวกเราก็ย่อมไม่ทำสิ่งนั้น" และด้วยเหตุผลเช่นเดียวกันนี้ บรรดาผู้ที่มาก่อนหน้าพวกเขาก็ได้กล่าวเท็จต่อบรรดาเราะสูลของพวกเขา พวกเขากล่าวว่า "หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ไม่ให้เรากล่าวเท็จต่อพวกเขา แน่นอนเราก็ย่อมไม่กล่าวเท็จต่อพวกเขา และพวกเขาจะกล่าวเท็จอย่างต่อเนื่องจงกระทั่งพวกเขาได้ลิ้มรสการลงโทษของเราที่เราได้ประทานลงมาแก่พวกเขา โอ้เราะสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นเถิดว่า "การที่พวกท่านได้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์และได้อนุญาตในสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามและได้ห้ามในสิ่งที่พระองค์ทรงอนุญาตนั้นพวกท่านมีหลักฐานที่บ่งบอกว่าพระองค์นั้นพอพระทัยต่อพวกเจ้าหรือไม่? และด้วยแค่เพียงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับพวกเจ้ามันไม่ใช่หลักฐานถึงความพึงพอพระทัยของพระองค์ต่อพวกท่าน ความจริงแล้วพวกท่านมิได้ปฏิบัติตามสิ่งใดนอกจากการคาดคิดเอาเท่านั้น และแท้จริงแล้วการคาดเดานั้นไม่ได้ช่วยอะไรต่อความสัตย์จริงเลย และพวกท่านไม่มีอื่นใดนอกจากจะกล่าวเท็จเท่านั้น
Enam 6:149
โอ้เราะสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเถิด ว่า "หากพวกเจ้าไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ นอกจากข้อโต้แย้งที่อ่อนแอนี้ ดังนั้นแท้จริงอัลลอฮ์ทรงมีข้อโต้แย้งที่ชัดเจนที่ชี้ขาดในสิ่งที่พวกท่านได้เสนอมา และทำลายข้อคลุมเคลือต่างๆที่พวกท่านยึดถือ โอ้บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ่ย หากอัลลอฮ์ทรงประสงค์ในการให้พวกเจ้าได้รับทางนำกันทกคนแล้ว แน่นอนพระองค์ก็ย่อมให้ความง่ายดายเกิดขึ้นแก่พวกท่านทั้งหมดในการยอมรับในสัจธรรม
Enam 6:150
โอ้เราะสูลเอ๋ยจงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นที่ได้ทำเป็นสิ่งห้ามในสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุญาต และอ้างว่าอัลลอฮ์คือผู้ทรงกำหนดให้เป็นสิ่งต้องห้ามเอง "จงนำบรรดาพยานของพวกท่านที่สามารถยืนยันว่า แท้จริงฮัลลอฮ์ได้ทรงห้ามสิ่งเหล่านี้ที่พวกท่านได้ห้ามไว้ แล้วถ้าพวกเขาเป็นพยานยืนยันโดยไม่มีความรู้เป็นที่ยืนยันว่า อัลลอฮ์คือทรงห้ามมันไว้ ดังนั้น โอ้เราะซูลเอ๋ย จงอย่าเชื่อในการเป็นยืนยันของพวกเขา เพราะมันเป็นการยืนยันที่เป็นเท็จ และเจ้าจงอย่าตามความปรารถนาของบรรดาผู้ที่ใช้ความปรารถนาของพวกเขาเป็นการตัดสิน เพราะแท้จริงแล้วพวกเขาได้ปฏิเสธโองการทั้งหลายของเราในขณะที่พวกเขาได้ห้ามสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงอนุญาตสำหรับพวกเขา และเจ้าจงอย่าตามบรรดาผู้ที่ไม่ศรัทธาต่อปรโลก พวกเขาตั้งภาตีต่อพระเจ้าของพวกเขา และให้สิ่งอื่นเท่าเทียมกับพระองค์ และผู้ที่มีแนวทางกับพระเจ้าของเขาเป็นแบบนี้ แล้วพวกเขาจะเป็นตัวอย่างที่ควรปฏิบัติตามได้อย่างไร?!
Enam 6:151
โอ้เราะสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่มวลมนุษย์เถิด ว่า "ท่านทั้งหลายจงมากันเถิด ฉันจะสาธยายในสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้แก่พวกท่าน นั่นคือ ห้ามไม่ให้พวกเจ้าตั้งภาคีใดๆต่อพระองค์ และห้ามการเนรคุณต่อผู้บังเกิดเกล้าของพวกเจ้า แต่จำเป็นสำหรับพวกเจ้าที่ต้องทำดีต่อพวกเขา และห้ามพวกเจ้าฆ่าลูกของพวกเจ้าเพราะความจน อย่างที่ผู้คนญาฮิลียะฮ์ที่ได้กระทำมา เราเป็นผู้ให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าและแก่พวกเขา และห้ามการเข้าใกล้สิ่งชั่วช้าทั้งหลาย ทั้งที่เปิดเผยและที่ปกปิด และห้ามการฆ่าชีวิตใดที่อัลลอฮ์ทรงห้ามไว้ นอกจากด้วยสิทธิอันชอบธรรมเท่านั้น เช่น ลงโทษผู้ที่ผิดประเวณีหลังจากแต่งงานแล้ว และการตกศาสนาหลังจากนับถือศาสนาอิสลาม สิ่งที่ได้กล่าวมานั่นเป็นสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสั่งเสียไว้แก่พวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะเข้าใจซึ่งคำบัญชาและข้อห้ามของพระองค์"
Enam 6:152
และจงอย่าใช้ทรัพย์สมบัติของเด็กกำพร้า(คือผู้ที่สูญเสียบิดาก่อนบรรลุวัยฉกรรจ์)นอกจากด้วยวิถีทางที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อเขา และทำให้ทรัพย์สมบัติของเขาเพิ่มพูนขึ้น จนกว่าเขาจะบรรลุถึงความเป็นผู้ใหญ่ และได้ห้ามพวกเจ้าถึงการลดปริมาณของการตวงและการชั่ง แต่จำเป็นที่จะต้องเที่ยงตรงต่อการเอาและให้ในการซื้อขาย เราจะไม่ทำให้เป็นภาระแก่ชีวิตใดนอกจากมันมีความสามารถ และสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของปริมาณและอื่นๆนั้น ก็จะไม่ถือโทษ และห้ามมิให้พวกเจ้าพูดสิ่งที่ไม่เป็นความจริงหรือการเป็ยพยานโดยปราศจากความลำเอียงถึงแม้เป็นคนใกล้ตัวหรือเพื่อนก็ตาม และได้ห้ามมิให้พวกเจ้าเพิกถอนพันธสัญญาของอัลลอฮ์ถ้าพวกเจ้าได้สัญญากับพระองค์ หรือพวกเจ้าได้สัญญากับอัลลอฮ์ แต่จำเป็นสำหรับพวกเจ้าที่ต้องปฏิบัติตามพันธสัญญาให้ครบถ้วน นั่นแหละที่อัลลอฮ์ได้ทรงสั่งมันไว้แก่พวกเจ้าซึ่งคำสั่งที่แน่นอน เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รำลึกถึงผลของการตัดสิน
Enam 6:153
และได้ห้ามพวกเจ้าปฏิบัติตามแนวทางต่างๆ ที่หลงผิดและวิธีการของมัน แต่จำเป็นสำหรับพวกเจ้าต้องปฏิบัติตามแนวทางของอัลลอฮ์อันเที่ยงตรงไม่คดเคี้ยว และแนวทางที่หลงผิดนั้นจะนำพาพวกเจ้าสู่การแตกแยกและออกห่างจากทางแห่งสัจธรรม การตามแนวทางของอัลลอฮ์อันเที่ยงตรงนี่แหละที่อัลลอฮ์ได้สั่งเสียมันไว้แก่พวกเจ้า เพื่อว่าพวกเจ้าจะยำเกรงต่อพระองค์ด้วยการปฏิบัติตามคำบัญชาของพระองค์และห่างไกลจากข้อห้ามของพระองค์
Enam 6:154
หลังจากที่ได้กล่าวสิ่งที่ถูกกล่าวนั้นแล้ว เราได้บอกว่า แท้จริงเรานั้นได้ให้คัมภีร์ อัต-เตารอตแก่มูซา ที่จะทำให้ความโปรดปรานของเราครบครัน ซึ่งเป็นการตอบแทนการทำความดีของเขาและชี้แจงทุกรายละเอียดที่จำเป็นต่อศาสนาและหลักฐานของสัจธรรม และการเอ็นดูเมตตา เพื่อว่าพวกเขาจะได้ศรัทธาต่อการพบกับพระเจ้าของพวกเขาในวันกิยามะฮ์ ก็จงเตรียมพร้อมสำหรับการพบกับพระองค์ด้วยการทำคุณงามความดี
Enam 6:155
และอัลกรุอานนี้ คือ คัมภีร์ที่เราได้ประทานลงมาที่มากด้วยความจำเริญ ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่ประกอบด้วยประโยชน์ต่างๆ ทั้งทางศาสนาและทางโลก จงปฏิบัติตามสิ่งที่ถูกประทานลงมานั้นเถิด และจงระวังการขัดแย้งกับมัน เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความเมตตา
Enam 6:156
เพื่อว่าพวกเจ้า -โอ้ บรรดาผู้ตั้งภาคีเอ๋ย- จะไม่กล่าวว่า "แท้จริงอัลลอฮ์ทรงประทานคัมภีร์ อัต-เตารอต และอัล-อินญีลแก่ชาวยิวและชาวคริสต์ก่อนหน้าเรา และพระองค์ยังไม่ได้ประทานลงมาแก่พวกเราสักเล่มเลย และแท้จริงเราไม่รู้เรื่องในการอ่านคัมภีร์ของพวกเขา เพราะมันเป็นภาษาของพวกเขาไม่ใช่ภาษาของพวกเรา"
Enam 6:157
และพวกเจ้าคงจะไม่กล่าวว่า หากคัมภีร์นั้นถูกประทานลงมาแก่เราเหมือนที่ถูกประทานลงมาแก่ชาวยิวและชาวคริสต์แล้วไซร้ แน่นอนพวกเราจะปฏิบัติตามมากยิ่งกว่าพวกเขา แท้จริงคัมภีร์นั้นได้ประทานลงมาแค่นบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ด้วยภาษาของพวกเจ้าได้มายังพวกเจ้าแล้ว และนี่เพื่อเป็นหลักฐานอันชัดแจ้ง และคำแนะนำไปยังสัจธรรมและความเมตตาแก่ประชาชาติ ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าหาข้ออ้างที่ไร้น้ำหนักนี้มาอ้างเลย และใช้เหตุผลที่เป็นเท็จ และจะไม่มีใครที่อธรรมยิ่งไปกว่าผู้ที่กล่าวเท็จต่อโองการต่างๆ ของอัลลอฮ์และผินหลังให้แก่โองการเหล่านั้น เราจะลงโทษแก่บรรดาผู้ที่ผินหลังให้แก่โองการทั้งหลายของเรา ซึ่งการลงโทษแสนสาหัส ด้วยการเอาพวกเขาลงนรกญะฮันนัม เพื่อเป็นการตอบแทนการผินหลังของพวกเขาและการปฏิเศษของพวกเขา
Enam 6:158
โอ้เราะสูลเอ๋ย พวกเขามิได้รอคอยอะไร นอกจากการที่มลาอิกะฮ์แห่งความตายและผู้ช่วยของเขามายังพวกเขาเพื่อดึงวิญญาณของพวกเขาบนโลกนี้ หรือการที่พระเจ้าของเจ้าจะมาในวันแห่งการตัดสินเพื่อตัดสินระหว่างพวกเขา หรือการที่สัญญาณบางอย่างแห่งพระเจ้าของเจ้าจะมาที่บ่งบอกถึงวันสิ้นโลก วันที่สัญญาณบางอย่างแห่งพระเจ้าของเจ้ามานั้น เช่น การที่พระอาทิตย์จากทิศตะวันตก การศรัทธาของผู้ปฏิเสธจะไม่อำนวยประโยชน์แก่เขา และผู้ที่ศรัทธาแต่ไม่กระทำความดีมาก่อนจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ โอ้เราะสูลเอ๋ย จงกล่าวแก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่กล่าวเท็จเถิด ว่า "พวกท่านจงรอบางสิ่งบางอย่างเถิด แท้จริงพวกเราก็เป็นผู้รอคอย"
Enam 6:159
แท้จริงบรรดาผู้ที่ทำให้ศาสนาของพวกเขาแตกแยก จากชาวยิวและคริสต์ โดยที่พวกเขาได้ปฏิบัติกับบางส่วน และละทิ้งบางส่วน พวกเขานั้นได้กลายเป็นนิกายต่างๆที่แตกต่างกันไป โอ้เราะสูลเอ๋ย เจ้านั้นมิได้เป็นส่วนหนึ่งจากพวกเขาแต่อย่างใด เจ้านั้นบริสุทธิ์ห่างไกลจากการหลงทางอย่างที่พวกเขาหลง ไม่มีอะไรสำหรับเจ้านอกเสียจากการตักเตือนพวกเขาเท่านั้น ส่วนเรื่องราวของพวกเขานั้นปล่อยเป็นหน้าที่ของอัลลอฮ์ แล้วในวันกิยามะฮ์พระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกเขาในสิ่งที่พวกเขากระทำกันบนโลกนี้ และพระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขา
Enam 6:160
บรรดาผู้ศรัทธาที่นำความดีมาในวันกิยามะฮ์ อัลลอฮ์จะทรงเพิ่มให้เขาสิบเท่าของความดีนั้น และผู้ใดนำความชั่วมา เขาจะไม่ถูกลงโทษ นอกจากเท่าความชั่วนั้นเท่านั้นทั้งเบาและหนัก จะไม่มีเพิ่มไปจากนั้น และในวันกิยามะฮ์พวกเขาจะไม่ถูกอธรรมโดยการลดความดีหรือเพิ่มความชั่วแก่พวกเขา
Enam 6:161
จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีที่ปฏิเสธเถิดว่า "แท้จริงฉันนั้น พระเจ้าของฉันได้ชี้นำฉันไปสู่ทางอันเที่ยงตรง คือ ทางแห่งศาสนาที่หยึดบนหลักของประโยชน์ทางโลกนี้และปรโลก มันคือแนวทางของอิบรอฮีมผู้ที่เอนเอียงไปทางสัจธรรม และเขา(อิบรอฮีม) ไม่เคยอยู่ในหมู่ผู้ตั้งภาคีเลย
Enam 6:162
จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- ว่าแท้จริงการละหมาดของฉัน และการเชือดสัตว์ของฉันเพื่ออัลลอฮ์และด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ไม่ใช่ผู้อื่นใดนอกจากพระองค์ และการมีชีวิตของฉันและการตายของฉันนั้นเพื่ออัลลอฮ์ผู้เป็นพระผู้อภิบาลแห่งสิ่งถูกสร้างทั้งปวงเพียงองค์เดียวเท่านั้น และไม่มีผู้อื่นที่มีส่วนในเรื่องนี้
Enam 6:163
และมหาบริสุทธิ์แด่พระองค์ ไม่มีสิ่งใดเป็นภาคีสำหรับพระองค์ และไม่มีผู้ใดที่ต้องเคารพบูชาที่แท้จริงนอกจากพระองค์ และด้วยการศรัทธาต่อความเป็นเอกภาพที่บริสุทธิ์จากภาคีนี้แหละที่อัลลอฮ์ทรงบัญชาให้แก่ฉัน และฉันเป็นคนแรกในหมู่ผู้นอบน้อมยอมจำนนต่อพระองค์ในประชาชาตินี้
Enam 6:164
จงกล่าวเถิด -โอ้เราะสูลเอ๋ย- แก่บรรดาผู้ตั้งภาคีเหล่านั้นเถิด ว่า "อื่นจากอัลลอฮ์กระนั้นหรือ ที่ฉันจะแสวงหาพระเจ้า ทั้งๆที่พระองค์ มหาบริสุทธิ์และทรงสูงส่งนั้น เป็นพระผู้ทรงอภิบาลของทุกสิ่ง ดังนั้นพระองค์คือพระผู้อภิบาลของทุกสิ่งที่พวกเจ้าเคารพบูชาที่นอกเหนือพระองค์ และไม่มีผู้บริสุทธิ์คนใดแบกบาปของผู้อื่นได้ แล้วยังพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าเพียงองค์เดียวที่พวกเจ้าต้องกลับไปในวันกิยามะฮ์ แล้วพระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าขัดแย้งกันในโลกนี้ถึงเรื่องของศาสนา
Enam 6:165
และอัลลอฮ์คือผู้ทรงทำให้พวกเจ้าเป็นผู้สืบทอดบนแผ่นดินแทนคนที่มาก่อนหน้าพวกเจ้า เพื่อบริหารจัดการมัน และได้ทรงยกฐานะของพวกเจ้าบางคนในการสร้างและการให้ปัจจัยยังชีพและสิ่งอื่นๆ ให้เหนือกว่าอีกบางคนหลายขั้น เพื่อที่พระองค์จะทรงทดสอบพวกเจ้าในสิ่งที่พระองค์ได้ทรงประทานแก่พวกเจ้า โอ้เราะสูลเอ๋ย แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น เป็นผู้รวดเร็วในการลงโทษ เพราะทุกสิ่งที่กำลังมา มันเป็นสิ่งที่ใกล้เสมอ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยสำหรับบ่าวของพระองค์ที่กลับตัวกลับใจ ผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ